พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ที่ดินผืนดังกล่าวมีเนื้อที่ทั้งหมด 5,083 ไร่ ซึ่งศาลได้มีคำตัดสินเด็ดขาดแล้วว่าเป็นของการรถไฟฯ ตั้งแต่ช่วงปี 2561-2563 แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีผู้ใดปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีการเพิกเฉยและเตะถ่วงคดีมาโดยตลอด ตนในฐานะประชาชนคนหนึ่งจึงต้องการเดินหน้าเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด โดยได้เริ่มต้น "โครงการปราบอิทธิพล" เพื่อเข้ามาจัดการกับปัญหานี้
ทั้งนี้ ตนจะแจ้งความเอาผิดกับ นายเนวิน ชิดชอบ รวมถึงญาติและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่มีชื่อถือครองที่ดินของการรถไฟฯ นอกเหนือจากนี้ จะรวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย จะอ้างว่าไม่รู้เรื่องกฎหมายไม่ได้ เนื่องจากควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกหนึ่งตำแหน่ง
"หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการต่อ ก็จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ตนได้มอบหมายให้ทนายอั๋นคอยติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด หากไม่มีความคืบหน้าก็จะดำเนินการขั้นต่อไป ยืนยันว่างงานนี้มีติดคุกแน่ และไม่เว้นแม้กระทั่งนายกรัฐมนตรี" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอย่างดุดัน
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมว่า การแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้ จะเป็นการกล่าวหาประชาชนรายอื่น ๆ อีก 995 ราย ที่อาศัยอยู่บนที่ดินข้อพิพาทนี้ด้วยหรือไม่
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่า ประชาชนคนอื่นๆ คงไม่รู้เรื่องด้วย หากนายเนวินยอมออกจากที่ดินรถไฟเรื่องทุกอย่างก็จบ และการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีเรื่องความแค้นส่วนตัวหรือแค้นฝังหุ่นใด ๆ ทั้งสิ้น
ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. คณะของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เดินทางต่อไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายเนวินและพวก
โดยทางด้าน ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้นำหลักฐานซึ่งเป็นแผนที่ที่ดินข้อพิพาทออกมากางแถลงต่อสื่อมวลชน พร้อมระบุว่า "หลักฐานชิ้นนี้ชัดเจนที่สุด"
#เสรีพิศุทธ์ #เนวินชิดชอบ #ทนายอั๋นบุรีรัมย์ #อนุทินชาญวีรกูล #ที่ดินรถไฟ #บุรีรัมย์ #โครงการปราบอิทธิพล #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สำนักข่าว