"พ.ต.อ.ทวี" เตือนรัฐบาลเบรกแลนด์บริดจ์ จี้คิดช้าทำเร็ว
29 พ.ค. 2569 | titayu_pur

"พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" เตือนรัฐบาลทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ แนะยึดหลักคิดช้าทำเร็ว หวั่นซ้ำรอยบทเรียนรถไฟความเร็วสูง ชี้บิ๊กโปรเจกต์นี้ไม่ง่าย ประชาชนตื่นรู้แล้ว
ข่าว
29 พ.ค. 2569 | titayu_pur

"พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" เตือนรัฐบาลทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ แนะยึดหลักคิดช้าทำเร็ว หวั่นซ้ำรอยบทเรียนรถไฟความเร็วสูง ชี้บิ๊กโปรเจกต์นี้ไม่ง่าย ประชาชนตื่นรู้แล้ว
KEY
POINTS
29 พฤษภาคม 2569 จับตาศึกซักฟอก โครงการแลนด์บริดจ์ การพิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง กมธ.เพื่อพิจารณาศึกษา โดย "พ.ต.อ.ทวี" อภิปรายกลางสภาฯ จี้รัฐบาลทบทวนโครงการ แนะใช้แนวคิดคิดช้าทำเร็ว อย่ารีบร้อนเอื้อกลุ่มทุน หวั่นสะดุดซ้ำรอย รถไฟความเร็วสูง เสนอทางเลือกพัฒนา ท่าเรือระนอง ยกระดับ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ แทน
โดย พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายสรุปว่า ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอแนะว่า รัฐบาลควรดำเนินการภายใต้แนวคิด "คิดช้า ทำเร็ว" ไม่ควรเร่งรัดผลักดันโครงการเพื่อให้เกิดการลงทุน เพราะการลงทุนคือคนกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะการก่อสร้างคมนาคม ซึ่งบุคคลในกลุ่มเหล่านี้อยู่ในรัฐบาล หากผลักดันให้เกิดการลงทุน ผลก็จะเกิดกับคนกลุ่มนี้ และควรศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการอย่างรอบด้าน รอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
2. ควรนำผลการศึกษาสรุปการพิจารณาเปรียบเทียบที่มีความแตกต่างกันที่สุด เช่น ความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ ที่จุฬาลงกรณ์บอกว่าไม่มีเลย แต่ขณะที่ทาง สนข. บอกว่าจะเกิดมูลค่า GDP เพิ่มประมาณ 4–5.5% จึงอยากให้มีการศึกษาด้วยชุดข้อมูลที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจทำโครงการ
3. ไม่ควรกำหนดโครงการแลนด์บริดจ์เป็นเป้าหมายหลักตั้งแต่ต้น แต่ควรวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ของประเทศในบริบทเศรษฐกิจโลกว่า ไทยควรเชื่อมโยงกับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างไร ไม่ใช่เอาโครงการก่อสร้างนำหน้าจนผูกพันกับลูกหลานในอนาคต
4. ควรคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดกับประชาชนและภาวะการคลัง เนื่องจากหากโครงการไม่ประสบความสำเร็จ จะเกิดการขาดทุนส่งผลกระทบต่องบประมาณจำนวนมากในวงกว้าง หากโครงการนี้ทราบผลตอบแทนได้จริง จะเกิดศักยภาพกำไรให้กับประเทศ
พันตำรวจเอกทวี ยังกล่าวด้วยว่า ตนเห็นด้วยกับการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ขอให้เปลี่ยนมุมมองจากโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เป็นเพียงทางผ่าน น่าจะเปลี่ยนไปทางอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ทำอย่างไรให้สร้างระบบนิเวศผสมผสานระหว่างท่าเรือระนอง ชุมพร นิคมอุตสาหกรรมที่ถือว่าเป็นการสร้างมูลค่า โดยเชื่อมโยงจากจีน จากลาว และเชื่อมโยงกับอันดามันเพื่อเป็นทางผ่าน
ทั้งนี้ สิ่งที่ไม่ต้องมาเสี่ยงกับการศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่มีอยู่แล้วคือท่าเรือระนอง เป็นสิ่งที่ผ่านการประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อมแล้ว ไม่มีความขัดแย้งเลย ควรจะเริ่มพัฒนาจากจุดนั้นก่อน ซึ่งหากเราพัฒนาเพียงจุดนี้ไม่มีความขัดแย้งและสร้างศักยภาพได้ และทำการสอบสวน ใช้เงินแค่ 4,000 ล้านบาทเอง
พันตำรวจเอกทวี ยังฝากความเป็นห่วงถึงคณะทำงานศึกษาที่นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งขึ้นว่า เต็มไปด้วยข้าราชการ บุคคลที่สามารถสั่งการได้ โดยมีตำแหน่งราชการทั้งหมด หากเรามีความคิดว่าประชาชนไม่ได้อยู่รับใช้รัฐบาล ข้าราชการหรือรัฐบาล ต่างหากที่ต้องอยู่รับใช้ประชาชน โครงการนี้เป็นโครงการของมหาชน ใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้นคณะทำงานจึงต้องรับฟังความเห็น แม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมาก จะไม่ให้ตั้งกรรมาธิการ และคิดว่าจะให้คณะทำงานนี้ไปศึกษา แต่สิ่งที่ศึกษานั้นเป็นผลกระทบกับประชาชน
"จึงอยากฝากรัฐบาลไว้ว่าบางครั้งอดีตที่ผิดพลาด โดยเฉพาะการใช้ข้าราชการทำ เช่น กระทรวงคมนาคมทำรถไฟความเร็วสูงไทย–จีนจำนวน 170,000 กว่าล้าน 14 สัญญา โดยในระยะทางช่วงแรกออกแบบสร้างทับรางรถไฟความเร็วสูง ตั้งแต่ปี 60 จนถึงตอนนี้ยังสร้างไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงระยะที่ 4–5 UNESCO ได้ทำหนังสือมาว่าเส้นทางทับมรดกโลก เพราะนี่คือการเชื่อความคิดของคนที่รับคำสั่งจากรัฐบาล
ดังนั้นจึงคิดว่าโครงการนี้เราจะส่งมรดกให้กับลูกหลาน โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนมีอัตลักษณ์ มีวัฒนธรรม จึงเห็นว่าโครงการนี้ทำอย่างไรจะให้คน 3 จังหวัดได้รับประโยชน์บ้าง เพราะโครงการนี้ถ้าเกิดขึ้นคน 3 จังหวัดก็ไม่ได้รับประโยชน์เลย เพราะเราตั้งเป้าขับเคลื่อนแลนด์บริดจ์ ไม่ได้ตั้งเป้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ เรื่องนี้ไม่ง่าย ประชาชนตื่นรู้แล้ว คงไม่ให้ผู้มีอำนาจได้ออกอิทธิพลหรือผลประโยชน์มาใช้ในการศึกษานี้" พันตำรวจเอกทวี กล่าว
ข่าวล่าสุด