ส่วนมีความมั่นใจในสนามกรุงเทพฯ มากน้อยเพียงใด เพราะในการเลือกตั้ง สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ประสบความสำเร็จในกรุงเทพฯ นั้น นายอนุชา บอกว่า จะต้องทำให้ดีที่สุด และจะมองแต่ภาพในอดีตไม่ได้ แต่จะต้องเรียนรู้ และปรับตัว ทั้งนโยบาย ผู้สมัคร ซึ่งพรรคฯ มีเวลานำเสนอหลังจากนี้ จนถึงวันเลือกตั้ง และพรรคประชาธิปัตย์ ทำงานเป็นทีมทั้งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. รวมถึงปัญหานอกเหนือความรับผิดชอบของกรุงเทพฯ ก็สามารถประสาน สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ได้ แม้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
นายอนุชา ยังมั่นใจว่า ในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่มีปัญหาในการประสานงานการทำงานของผู้ว่าฯ กทม. ที่บางครั้งจะต้องมีการประสานงานร่วมกับรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี และเชื่อว่าคุณสมบัติของตนเอง สามารถทำหน้าที่ประสานงานได้ เพราะการทำงานในสภาฯ ของตนในการแก้ปัญหาต่างๆ ก็ไม่ได้ตำหนิ หรือหาคะแนนนิยม แต่ต้องการทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ดังนั้นการร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ หรือตนในอนาคต ไม่ต้องมีการพูดถึงว่าใครจะได้คะแนน แต่ขอยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง พร้อมมั่นใจว่าประชาชนจะเห็นถึงความจริงใจ และพรรคฯ ได้แสดงความจริงใจ ตั้งใจ และมุ่งมั่นในการลงสมัคร แม้ว่า พรรคฯ จะมีคะแนนเป็นรอง แต่ก็ไม่ได้ท้อแท้ และพร้อมกลับมาเป็นตัวแทนประชาชนชาวกรุงเทพฯ อีกครั้ง
นายอนุชา ยังฝากถึงประชาชนชาวกรุงเทพฯ ว่า ที่ผ่านมากรุงเทพฯ มีปัญหามากมาย แต่การดูแล จะต้องไม่เพียงแก้ปัญหา แต่จะต้องดูแลปัญหาใหญ่ๆ และสร้างโอกาส เพื่อทำให้กรุงเทพฯ ดีกว่านี้ได้
ทั้งนี้ ภายหลังการรับสมัครฯ เสร็จสิ้น นายอนุชา พร้อมด้วยแกนนำพรรคฯ และผู้สมัคร ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 50 เขตเลือกตั้ง สักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พร้อมสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผมบริเวณสนามหลวง ภายหลังการสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.เสร็จสิ้น เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเริ่มการหาเสียงอย่างเป็นทางการหลังจากนี้ ซึ่งนายอนุชา ระบุว่า ตนจะลงพื้นที่หาเสียงพูดคุยกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่เช้าถึงมืด ร่วมกับผู้สมัคร สส.ในแต่ละเขตกรุงเทพฯ