เหตุการณ์ ป.ป.ช. ถูกศาลตัดสินในคดีความผิด ในรายของ พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ (อดีตประธาน ป.ป.ช.) และ นางสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ตัดสินจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา ไม่ใช่กรณีแรก
หากย้อนดูประวัติศาสตร์กับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งนี้
พบว่า ในยุค ป.ป.ช. ปี 2548 ป.ป.ช. จำนวน 9 คน ถูกร้องดำเนินคดีขึ้นเงินเดือนตัวเองโดยมิชอบ โดยร่วมกันออกระเบียบกฎหมายเพื่อจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษให้ตนเอง ซึ่งต่อมา ศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่าเป็นความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 แม้คืนเงินภายหลังก็ปฏิเสธความผิดไม่ได้ บทลงโทษครานั้น ศาลฯ สั่งจำคุก ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน คนละ 2 ปี (โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี)
27 พ.ค. 69 กับกรณีที่นายวีระ สมความคิด แกนนำองค์กรต้านภัยคอร์รัปชัน ร้องต่อศาล กล่าวหา ป.ป.ช. ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลข่าวสารคดีนาฬิกาเพื่อน ซึ่งในที่สุดศาลมีคำพิพากษา พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ และ น.ส. สุภา ปิยะจิตติ ร่วมกันลงมติฝ่าฝืนคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ไม่ยอมเปิดเผยเอกสารไต่สวนคดี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ แก่นายวีระ สมความคิด มีคำสั่งจำคุกคนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ศาลฯ มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ในวงเงินประกันคนละ 400,000 บาท เพื่อใช้สิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์
บทเรียนราคาแพงสะเทือนองค์กรอิสระ
คำตัดสินประกาศิตต่อ ป.ป.ช. รอบนี้ จึงไม่ใช่ครั้งแรก หากแต่ครั้งนี้มีแรงสั่นสะเทือนมากกว่าปี 2548 เพราะคำสั่งศาลที่ตัดสินจำคุกไม่รอลงอาญา แรงกว่าเมื่อปี 2548 ที่ 9 อดีต ป.ป.ช. ถูกศาลตัดสินจำคุกแต่ให้รอลงอาญา
อย่างไรก็ตาม ยังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงการทำงานของ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญมรสุมท้าทายในการพิจารณาหลายต่อหลายคดี ซึ่งถูกจับจ้องถูกตรวจสอบกลับถึงความผิดปกติในกระบวนการทำงาน จนถึงถูกกล่าวหาว่ามีการแทรกแซงจากมือที่มองไม่เห็นเข้ามาใน ป.ป.ช. ซึ่งในที่สุดแล้ว จะต้องมีชะตากรรมเช่นเดียวกับ 2 กรณี หรือ 11 อดีต ป.ป.ช. ที่ผ่านมาหรือไม่
องค์กร ป.ป.ช. แม้จะเป็นผู้กุมอำนาจในการชี้เป็นชี้ตายนักการเมืองหรือข้าราชการทั้งแผ่นดิน แต่หาก ป.ป.ช. กระทำการใช้อำนาจตามอำเภอใจหรือฝ่าฝืนกฎหมายเสียเอง กลไกตุลาการและศาลยุติธรรมก็พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเด็ดขาด
รายชื่ออดีตกรรมการ ป.ป.ช. ยุคปี 2548 (ชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540) ทั้ง 9 คน
ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี (แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี) ในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 1/2548 กรณีร่วมกันออกระเบียบขึ้นเงินเดือนและค่าตอบแทนพิเศษให้ตนเองโดยมิชอบ มีรายนามดังต่อไปนี้
1.พล.ต.อ. วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ (ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ในขณะนั้น)
2.นายชิดชัย พานิชพัฒน์
3.พล.ต.ท. วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์
4.นายวิเชียร วิริยะประสิทธิ์
5.นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น
6.นายยงยุทธ กปิลกาญจน์
7.นายประดิษฐ์ ทรงฤกษ์
8.นายเชาว์ อรรถมานะ
9.นายพินิต อารยะศิริ
โดยพฤติการณ์คดีทั้ง 9 ท่านได้ร่วมกันประชุมและลงมติเห็นชอบให้ออกระเบียบจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษลักษณะเหมาจ่ายให้ตนเองเพิ่มเติม (ประธานได้เพิ่มเดือนละ 45,500 บาท และกรรมการได้เพิ่มคนละ 35,500 บาท) ซึ่งศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่าเป็นพฤติการณ์แสวงหาประโยชน์โดยอำเภอใจและไม่มีอำนาจตามกฎหมายรองรับ
ผลลัพธ์คดี ศาลมีมติเสียงข้างมากตัดสินให้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แม้ภายหลังจะมีการนำเงินไปคืนคลังทั้งหมดก็ไม่สามารถลบล้างเจตนาและผลความผิดที่สำเร็จไปแล้วได้ ส่งผลให้ทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีในเวลานั้น
ยุคปี 2569 (คดีนาฬิกาเพื่อน)
1.พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ (อดีตประธาน ป.ป.ช.)
2.น.ส. สุภา ปิยะจิตติ (อดีตกรรมการ ป.ป.ช.)
#ปปช #วัชรพลประสารราชกิจ #สุภาปิยะจิตติ #คดีนาฬิกาเพื่อน #วีระสมความคิด #ม157 #องค์กรอิสระ #ข่าวการเมือง