เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดแฟ้ม 11 ป.ป.ช. ในตะแลงแกงกฎหมาย จากยุค "ขึ้นเงินเดือนตัวเอง" ถึงคดี "ปกปิดนาฬิกาเพื่อน"

27 พ.ค. 2569 | natthanan_chu

เปิดแฟ้ม 11 ป.ป.ช. ในตะแลงแกงกฎหมาย จากยุค "ขึ้นเงินเดือนตัวเอง" ถึงคดี "ปกปิดนาฬิกาเพื่อน"

เปิดแฟ้ม 11 ป.ป.ช. ในตะแลงแกงกฎหมาย จากยุค "ขึ้นเงินเดือนตัวเอง" ถึงคดี "ปกปิดนาฬิกาเพื่อน" บทเรียนราคาแพง สะเทือนองค์กรปราบโกงศิโรราบกฎหมาย

เปิดแฟ้ม 11 ป.ป.ช. ในตะแลงแกงกฎหมาย จากยุค "ขึ้นเงินเดือนตัวเอง" ถึงคดี "ปกปิดนาฬิกาเพื่อน" บทเรียนราคาแพง สะเทือนองค์กรปราบโกงศิโรราบกฎหมาย

KEY

POINTS

  • ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย 11 ป.ป.ช. ดาบนั้นคืนสนอง: บันทึกหน้าใหม่การเมืองไทย กรรมการ ป.ป.ช. ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกรวมแล้วถึง 11 คนจาก 2 ยุคสมัย ตอกย้ำว่าองค์กรปราบโกงก็อยู่ใต้กฎหมาย ไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าหากใช้อำนาจมิชอบ

 

 

  • ยุค 2548 ช็อกระเบียบขึ้นเงินเดือนตัวเอง: อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ยุคแรกตาม รธน. 40 รวม 9 คน ถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี (รอลงอาญา 2 ปี) ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ม.157 จากพฤติการณ์แสวงหาประโยชน์ ออกระเบียบเพิ่มค่าตอบแทนให้ตนเองจนต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ

 

 

  • ยุค 2569 คดีนาฬิกาเพื่อน ศาลสั่งจำคุกไม่รอลงอาญา: ศาลมีคำพิพากษา พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ และ น.ส. สุภา ปิยะจิตติ จำคุกคนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา (อยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์) เหตุร่วมกันลงมติฝ่าฝืนคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ไม่เปิดเผยเอกสารคดีนาฬิกาหรู ถือเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่กว่าในอดีต
  •  
  •  
  •  

27 พฤษภาคม 2569 ประวัติศาสตร์การเมืองไทยบันทึกไว้ว่า มีกรรมการ ป.ป.ช. ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกมาแล้วรวมทั้งสิ้น 11 คน จาก 2 ยุคสมัย

 

โดยแบ่งเป็นยุคบุกเบิกตามรัฐธรรมนูญปี 2540 จำนวน 9 คน (ศาลสั่งจำคุกแต่ให้รอลงอาญา)

และล่าสุดในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 อีกจำนวน 2 คน (ศาลสั่งจำคุกโดยไม่รอลงอาญา)

 

ซึ่งถือเป็น "ดาบนั้นคืนสนอง" ต่อองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ปราบปรามการทุจริตเสียเอง

 

 

 

เจาะลึก 2 สมัยประวัติศาสตร์

 

เปิดแฟ้ม 11 ป.ป.ช. ในตะแลงแกงกฎหมาย จากยุค "ขึ้นเงินเดือนตัวเอง" ถึงคดี "ปกปิดนาฬิกาเพื่อน"

 

เหตุการณ์ ป.ป.ช. ถูกศาลตัดสินในคดีความผิด ในรายของ พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ (อดีตประธาน ป.ป.ช.) และ นางสุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ตัดสินจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา ไม่ใช่กรณีแรก

 

 

 

หากย้อนดูประวัติศาสตร์กับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งนี้

 

พบว่า ในยุค ป.ป.ช. ปี 2548 ป.ป.ช. จำนวน 9 คน ถูกร้องดำเนินคดีขึ้นเงินเดือนตัวเองโดยมิชอบ โดยร่วมกันออกระเบียบกฎหมายเพื่อจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษให้ตนเอง ซึ่งต่อมา ศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่าเป็นความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 แม้คืนเงินภายหลังก็ปฏิเสธความผิดไม่ได้ บทลงโทษครานั้น ศาลฯ สั่งจำคุก ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน คนละ 2 ปี (โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี)

 

 

27 พ.ค. 69 กับกรณีที่นายวีระ สมความคิด แกนนำองค์กรต้านภัยคอร์รัปชัน ร้องต่อศาล กล่าวหา ป.ป.ช. ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลข่าวสารคดีนาฬิกาเพื่อน ซึ่งในที่สุดศาลมีคำพิพากษา พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ และ น.ส. สุภา ปิยะจิตติ ร่วมกันลงมติฝ่าฝืนคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ไม่ยอมเปิดเผยเอกสารไต่สวนคดี พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ แก่นายวีระ สมความคิด มีคำสั่งจำคุกคนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ศาลฯ มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ในวงเงินประกันคนละ 400,000 บาท เพื่อใช้สิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

 

 

บทเรียนราคาแพงสะเทือนองค์กรอิสระ

คำตัดสินประกาศิตต่อ ป.ป.ช. รอบนี้ จึงไม่ใช่ครั้งแรก หากแต่ครั้งนี้มีแรงสั่นสะเทือนมากกว่าปี 2548 เพราะคำสั่งศาลที่ตัดสินจำคุกไม่รอลงอาญา แรงกว่าเมื่อปี 2548 ที่ 9 อดีต ป.ป.ช. ถูกศาลตัดสินจำคุกแต่ให้รอลงอาญา

อย่างไรก็ตาม ยังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงการทำงานของ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญมรสุมท้าทายในการพิจารณาหลายต่อหลายคดี ซึ่งถูกจับจ้องถูกตรวจสอบกลับถึงความผิดปกติในกระบวนการทำงาน จนถึงถูกกล่าวหาว่ามีการแทรกแซงจากมือที่มองไม่เห็นเข้ามาใน ป.ป.ช. ซึ่งในที่สุดแล้ว จะต้องมีชะตากรรมเช่นเดียวกับ 2 กรณี หรือ 11 อดีต ป.ป.ช. ที่ผ่านมาหรือไม่

 

 

องค์กร ป.ป.ช. แม้จะเป็นผู้กุมอำนาจในการชี้เป็นชี้ตายนักการเมืองหรือข้าราชการทั้งแผ่นดิน แต่หาก ป.ป.ช. กระทำการใช้อำนาจตามอำเภอใจหรือฝ่าฝืนกฎหมายเสียเอง กลไกตุลาการและศาลยุติธรรมก็พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเด็ดขาด

 

รายชื่ออดีตกรรมการ ป.ป.ช. ยุคปี 2548 (ชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540) ทั้ง 9 คน

ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี (แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี) ในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 1/2548 กรณีร่วมกันออกระเบียบขึ้นเงินเดือนและค่าตอบแทนพิเศษให้ตนเองโดยมิชอบ มีรายนามดังต่อไปนี้

 

1.พล.ต.อ. วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ (ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ในขณะนั้น)
2.นายชิดชัย พานิชพัฒน์
3.พล.ต.ท. วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์
4.นายวิเชียร วิริยะประสิทธิ์
5.นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น
6.นายยงยุทธ กปิลกาญจน์
7.นายประดิษฐ์ ทรงฤกษ์
8.นายเชาว์ อรรถมานะ
9.นายพินิต อารยะศิริ


โดยพฤติการณ์คดีทั้ง 9 ท่านได้ร่วมกันประชุมและลงมติเห็นชอบให้ออกระเบียบจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษลักษณะเหมาจ่ายให้ตนเองเพิ่มเติม (ประธานได้เพิ่มเดือนละ 45,500 บาท และกรรมการได้เพิ่มคนละ 35,500 บาท) ซึ่งศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่าเป็นพฤติการณ์แสวงหาประโยชน์โดยอำเภอใจและไม่มีอำนาจตามกฎหมายรองรับ

ผลลัพธ์คดี ศาลมีมติเสียงข้างมากตัดสินให้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แม้ภายหลังจะมีการนำเงินไปคืนคลังทั้งหมดก็ไม่สามารถลบล้างเจตนาและผลความผิดที่สำเร็จไปแล้วได้ ส่งผลให้ทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีในเวลานั้น

 

เปิดแฟ้ม 11 ป.ป.ช. ในตะแลงแกงกฎหมาย จากยุค "ขึ้นเงินเดือนตัวเอง" ถึงคดี "ปกปิดนาฬิกาเพื่อน"

 

ยุคปี 2569 (คดีนาฬิกาเพื่อน)

1.พล.ต.อ. วัชรพล ประสารราชกิจ (อดีตประธาน ป.ป.ช.)
2.น.ส. สุภา ปิยะจิตติ (อดีตกรรมการ ป.ป.ช.)

 

#ปปช #วัชรพลประสารราชกิจ #สุภาปิยะจิตติ #คดีนาฬิกาเพื่อน #วีระสมความคิด #ม157 #องค์กรอิสระ #ข่าวการเมือง