เนชั่นทีวี

ข่าว

กรมการปกครอง ลุยตรวจสารเสพติด “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-ขรก.ปค."

25 พ.ค. 2569 | katchatapong_lee

กรมการปกครอง ลุยตรวจสารเสพติด “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-ขรก.ปค."

กรมการปกครอง ลุยตรวจสารเสพติด “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน” และ ขรก.ฝ่ายปกครอง 878 อำเภอทั่วประเทศ เดินหน้ากวาดบ้านตัวเองพิฆาตยาเสพติด,สร้างความเชื่อมั่น ปชช.

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า กรมการปกครองเปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านตัวเอง” พร้อมสั่งการด่วนที่สุดไปยังทุกอำเภอทั่วประเทศ ดำเนินการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล รวมกว่า 280,004 คน ตลอดจนข้าราชการ พนักงาน บุคลากรในสังกัดกรมการปกครอง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เพื่อคัดกรองหาสารเสพติดรายบุคคลอย่างเข้มข้น

กรมการปกครอง ลุยตรวจสารเสพติด “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-ขรก.ปค."

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย “4 เสาหลักด้านความมั่นคง” ของรัฐบาล ที่มุ่งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยกรมการปกครองยืนยันหลักการสำคัญว่า “หากจะกวาดบ้านคนอื่น บ้านของตัวเองต้องสะอาดเสียก่อน” เนื่องจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านถือเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับหมู่บ้านและชุมชน

 

อธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า ได้สั่งการให้นายอำเภอทั่วประเทศจัดประชุมมอบนโยบายด้านความมั่นคง พร้อมกำชับแนวทางการปฏิบัติงานแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยให้มีการสุ่มตรวจสารเสพติดแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อสร้างมาตรฐานและความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

กรมการปกครอง ลุยตรวจสารเสพติด “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-ขรก.ปค." กรมการปกครอง ลุยตรวจสารเสพติด “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-ขรก.ปค."

 

นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดข้อสั่งการจากการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด โดยเฉพาะมาตรการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งประกอบด้วย 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่

 

1. ยกระดับมาตรการปิดกั้นพื้นที่ชายแดน (SEAL ชายแดน) เพื่อสกัดการลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสารตั้งต้น ผ่านการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจจุดสกัดอย่างเข้มงวด บูรณาการกำลังร่วมระหว่างตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร ฝ่ายปกครอง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รวมถึงการประสานความร่วมมือกับพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

2. เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนเสี่ยง “นักเสพหน้าใหม่” และกลุ่ม “วัยรุ่นนักบิน” ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถูกใช้เป็นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด

3. ส่งเสริมกระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด ผ่านแนวทาง “1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด” หรือ “1 อำเภอ 1 ศูนย์พักคอยผู้ผ่านการบำบัด” เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ

4. ยกระดับมาตรการป้องกันในระดับพื้นที่ โดยใช้ภาคประชาชน อาทิ ชรบ. และสมาชิก อส. เป็นกำลังหลักในการเฝ้าระวัง ตรวจตราหมู่บ้าน และลาดตระเวนร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่

 

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติม “ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรการเชิงรุก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังร่วมกับทุกภาคส่วน ภายใต้นโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย