2. กรมเอเชียตะวันออก เห็นว่า สถานะความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับกัมพูชาในปัจจุบันอยู่ในสภาวะเปราะบาง อันเป็นผลจากเหตุการณ์ปะทะกันในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 2 รอบในห้วงปี 2568 และแม้ว่าการปะทะกันได้ยุติลงด้วยการบรรลุข้อตกลงการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงกระทำการยั่วยั่วยุทั้งด้านการทหาร การทูต และการข่าวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งกำลังผลักดันอย่างหนักเพื่อให้ฝ่ายไทยเริ่มการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission- JBC)ไทย-กัมพูชา โดยเร็ว เนื่องจากรัฐบาลกัมพูชาถูกดดันอย่างหนักในประเทศ
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์แสดงท่าทีต่อการยกเลิก MOU 2544 ความว่า การจัดทำ MOU 2544 ระหว่างไทยกับกัมพูชาสะท้อนเจตนารมณ์ของทั้งสองฝ่ายที่จะจัดทำกรอบความร่วมมือการพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่ OCA พร้อมกับ การหาข้อยุติในเรื่องการกำหนดเขตทางทะเล ซึ่งตาม MOU 2544 จะยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีการบรรลุ
วัตถุประสงค์ดังกล่าว ดังนั้น จึงเป็นที่น่าเสียใจ หากฝ่ายไทยจะยกเลิก MOU 2544 ฝ่ายเดียว อย่างไรก็ดีฝ่ายกัมพูชาจะยังคงยึดมั่นในพันธกรณีภายใต้ MOU 2544 ต่อไป
จากสถานการณ์ข้างต้น ประเทศไทยจึงอาจถูกตั้งข้อสงสัยจากนานาประเทศถึงเหตุผลหากไทยพิจารณาแจ้งการยกเลิก MOU 25444 ทั้งที่มีท่าทียึดมั่นในการใช้กลไภทวิภาคีที่มีอยู่เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งต่าง ๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น ฝ่ายไทยจึงควรเตรียมทำความเข้าใจกับนานาประเทศถึงเหตุผลในการพิจารณายกเลิก MOU 2544 โดยอธิบายว่า การยกเลิกดังกล่าวไม่ถือเป็นการสิ้นสุดการเจรจาเรื่องการแบ่งเขตทางทะเลระหว่างกัน แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงสามารถเจรจาโดยใช้กลไภทวิภาคีบนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและ หลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อหให้ได้ข้อสรุปที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันได้ ซึ่งเป็นหลักการที่ทำยึดมั่นมาตลอด
กระทรวงการต่างประเทศ พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 9 เมษายน 2569 ข้อ 9.2 กำหนดว่าจะมุ่งสานต่อความพยามพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันตัวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก MOU 2544 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หากคณะรัฐมนตรีเห็นฟ้องกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องว่า การดำเนินการตามMOU 2544 ไม่มีความคืบหน้าและผลที่เป็นรูปธรรม ก็สามารถมีมติให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการยกเลิก MOU ดังกล่าว และแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยใช้ UNCLOS เป็นพื้นฐานในการเจรจาแบ่งเขตทางทะเลต่อไปแทน
สำหรับข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ดังต่อไปนี้
-เห็นชอบในหลักการต่อการบอกเลิก MOU 2544 เพื่อมุ่งเจรจาแก้ไขปัญหาพื้นที่ OCA กับกัมพูชาโดยสันติวิธีบนพื้นฐานของUNCLOS และหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจน และเพื่อให้สอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี
-อนุมัติให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารืออย่างไม่เป็นทางการกับฝ่ายกัมพูชาในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 หรือการประชุมอื่น ๆ ที่เหมาะสมเพื่อแจ้งความจำนงของไทยในการบอกเลิก MOU 2544 พร้อมกับทาบทามการเจรจากำหนดเขตทางทะเลกับกัมพูชาในพื้นที่ OCA บนพื้นฐานของ UNCLOS และรายงานผลให้คณะรัฐมนตรีทราบต่อไป
-ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของปรงประเทศไทย ขออนุมัติให้กระพรวงการต่างประเทศพิจารณาและดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก
-อนุมัติแต่งทั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารมาแวทางแก่ไขปัญที่ที่ใที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ประเด็นกฎหมาย ประเด็นเทคนิด และประเด็นทรัพยากรธรรมธรรมชาติ เพื่อเตรียมข้อมูลประกอบการเจรจา ตลอดจนกำหนดกรอบท่าทีและยุทธศาสตร์ในการเจรจาแบ่งเขตทางทะเลของไทยให้เป็นไปอย่างรอบคอบ รัดกุม และเป็นเอกภาพ รวมทั้งให้สามารถพิจารณาหาแนวทางความเป็นไปได้อื่น ๆ ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ OCA กับกัมพูชา หากพิจารณาแล้วเห็นว่าจะให้ประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย