เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะลึกเอกสารลับมาก "กต." แจง"ครม."ยิบ เผยเบื้องหลังยกเลิก "MOU 2544"   

21 พ.ค. 2569 | thamsathit_pol

เจาะลึกเอกสารลับมาก "กต." แจง"ครม."ยิบ  เผยเบื้องหลังยกเลิก "MOU 2544"   

เปิดบันทึกลับมาก "กระทรวงการต่างประเทศ" รายงานครม. เบื้องหลังฉีกทิ้ง "MOU 2544" ชี้ "กัมพูชา"ดึงเช็ง ยื้อแบ่งเขตทะเล หวังฮุบผลประโยชน์พลังงานฝ่ายเดียว

21 พฤษภาคม  2569  ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีการเปิดเผยเอกสารลับมาก ซึ่งทำการปลดชั้นความลับ โดยเป็นเอกสารจากกระทรวงการต่างประเทศ   ลงนามโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ทำหนังสือถึง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ถึงเรื่องแนวทางการดำเนินการในการเจรจาแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีป ทับซ้อน  

เอกสารดังกล่าวมีจำนวน 6 หน้า เป็นการนำเสนอ เหตุผลความจำเป็น- ผลกระทบ และแนวทางแก้ปัญหา เมื่อมีการยกเลิกเอ็มโอยู 2544 อย่างละเอียด ซึ่งในเวลาต่อมา ครม.มีมติยกเลิก เอ็มโอยู 2544 ตามข้อเสนอของกระทรวงการต่างประเทศ 

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ

กระกรวงการต่างประเทศนำเสนอไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

1. กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เห็นว่า MOU 2544  มีสาระสำคัญเป็น การกำหนดให้คู่ภาคีทั้งสองฝ่ายเจรจากัน (obligation to negotiate) โดยมีลักษณะเป็นข้อตกลงชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ OCA เพื่อนำไปสู่การจัดทำความตกลงต่อไปในเรื่องแบ่งเขตทางทะเล และการพัฒนาพื้นที่ร่วม โดยกำหนดให้จัดตั้ง JTC เพื่อเป็นกลไกในการเจรจา โดยมีถ้อยคำและบริบทที่มุ่งจะก่อให้เกิดพันธกรณีภายใต้บังคับของกฎหมายระหว่างประเทศ จึงเป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 138 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 


ทั้งนี้ เนื้อหาสาระของ  MOU 2544 ไม่มีบทบัญญัติใดเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ได้มีบทบัญญัติให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทำให้ประเทศศต้องสูญเสียสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดหรือบางส่วน 

เจาะลึกเอกสารลับมาก "กต." แจง"ครม."ยิบ  เผยเบื้องหลังยกเลิก "MOU 2544"   

เจาะลึกเอกสารลับมาก "กต." แจง"ครม."ยิบ  เผยเบื้องหลังยกเลิก "MOU 2544"   
ดังนั้น การยกเลิก MOU 2544 จึงไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178  วรรคสองและวรรคสามของรัฐธรรมนูญฯ ที่จะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ทั้งนี้ หากคณะรัฐมนตรีเห็นว่ายังมีปัญหาว่า MOU 2544 เป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่ ก็สามารถเสนอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยก็ได้

 

 

2. กรมเอเชียตะวันออก เห็นว่า สถานะความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับกัมพูชาในปัจจุบันอยู่ในสภาวะเปราะบาง อันเป็นผลจากเหตุการณ์ปะทะกันในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา  2 รอบในห้วงปี 2568  และแม้ว่าการปะทะกันได้ยุติลงด้วยการบรรลุข้อตกลงการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568   แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงกระทำการยั่วยั่วยุทั้งด้านการทหาร การทูต และการข่าวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งกำลังผลักดันอย่างหนักเพื่อให้ฝ่ายไทยเริ่มการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission- JBC)ไทย-กัมพูชา โดยเร็ว เนื่องจากรัฐบาลกัมพูชาถูกดดันอย่างหนักในประเทศ

เจาะลึกเอกสารลับมาก "กต." แจง"ครม."ยิบ  เผยเบื้องหลังยกเลิก "MOU 2544"   

เจาะลึกเอกสารลับมาก "กต." แจง"ครม."ยิบ  เผยเบื้องหลังยกเลิก "MOU 2544"   

 

เจาะลึกเอกสารลับมาก "กต." แจง"ครม."ยิบ  เผยเบื้องหลังยกเลิก "MOU 2544"   

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569  กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์แสดงท่าทีต่อการยกเลิก MOU 2544 ความว่า การจัดทำ MOU 2544 ระหว่างไทยกับกัมพูชาสะท้อนเจตนารมณ์ของทั้งสองฝ่ายที่จะจัดทำกรอบความร่วมมือการพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่ OCA พร้อมกับ   การหาข้อยุติในเรื่องการกำหนดเขตทางทะเล ซึ่งตาม MOU 2544 จะยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีการบรรลุ
วัตถุประสงค์ดังกล่าว ดังนั้น จึงเป็นที่น่าเสียใจ หากฝ่ายไทยจะยกเลิก MOU 2544 ฝ่ายเดียว อย่างไรก็ดีฝ่ายกัมพูชาจะยังคงยึดมั่นในพันธกรณีภายใต้ MOU 2544 ต่อไป


จากสถานการณ์ข้างต้น ประเทศไทยจึงอาจถูกตั้งข้อสงสัยจากนานาประเทศถึงเหตุผลหากไทยพิจารณาแจ้งการยกเลิก MOU 25444 ทั้งที่มีท่าทียึดมั่นในการใช้กลไภทวิภาคีที่มีอยู่เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งต่าง ๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น ฝ่ายไทยจึงควรเตรียมทำความเข้าใจกับนานาประเทศถึงเหตุผลในการพิจารณายกเลิก MOU 2544 โดยอธิบายว่า การยกเลิกดังกล่าวไม่ถือเป็นการสิ้นสุดการเจรจาเรื่องการแบ่งเขตทางทะเลระหว่างกัน แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงสามารถเจรจาโดยใช้กลไภทวิภาคีบนพื้นฐานของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและ หลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อหให้ได้ข้อสรุปที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันได้ ซึ่งเป็นหลักการที่ทำยึดมั่นมาตลอด 


กระทรวงการต่างประเทศ     พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 9 เมษายน 2569 ข้อ 9.2 กำหนดว่าจะมุ่งสานต่อความพยามพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ด้วยสันตัวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิก  MOU 2544 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หากคณะรัฐมนตรีเห็นฟ้องกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องว่า การดำเนินการตามMOU 2544 ไม่มีความคืบหน้าและผลที่เป็นรูปธรรม ก็สามารถมีมติให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการยกเลิก MOU ดังกล่าว และแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยใช้ UNCLOS เป็นพื้นฐานในการเจรจาแบ่งเขตทางทะเลต่อไปแทน 

เจาะลึกเอกสารลับมาก "กต." แจง"ครม."ยิบ  เผยเบื้องหลังยกเลิก "MOU 2544"   

สำหรับข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ดังต่อไปนี้


-เห็นชอบในหลักการต่อการบอกเลิก MOU 2544 เพื่อมุ่งเจรจาแก้ไขปัญหาพื้นที่ OCA กับกัมพูชาโดยสันติวิธีบนพื้นฐานของUNCLOS และหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจน และเพื่อให้สอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี


-อนุมัติให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  หารืออย่างไม่เป็นทางการกับฝ่ายกัมพูชาในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48  หรือการประชุมอื่น ๆ ที่เหมาะสมเพื่อแจ้งความจำนงของไทยในการบอกเลิก MOU 2544 พร้อมกับทาบทามการเจรจากำหนดเขตทางทะเลกับกัมพูชาในพื้นที่ OCA บนพื้นฐานของ UNCLOS และรายงานผลให้คณะรัฐมนตรีทราบต่อไป


-ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของปรงประเทศไทย ขออนุมัติให้กระพรวงการต่างประเทศพิจารณาและดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก


-อนุมัติแต่งทั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารมาแวทางแก่ไขปัญที่ที่ใที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ประเด็นกฎหมาย ประเด็นเทคนิด และประเด็นทรัพยากรธรรมธรรมชาติ เพื่อเตรียมข้อมูลประกอบการเจรจา ตลอดจนกำหนดกรอบท่าทีและยุทธศาสตร์ในการเจรจาแบ่งเขตทางทะเลของไทยให้เป็นไปอย่างรอบคอบ  รัดกุม และเป็นเอกภาพ รวมทั้งให้สามารถพิจารณาหาแนวทางความเป็นไปได้อื่น ๆ ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ OCA กับกัมพูชา หากพิจารณาแล้วเห็นว่าจะให้ประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย