สุริยะงัดนโยบาย 4 ไม่ ดันส่งออกทุเรียนไทยทะลุ 1.5 แสนล้าน
17 พ.ค. 2569

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่จันทบุรี คุมเข้มคุณภาพทุเรียนไทย ดันนโยบาย "4 ไม่" พร้อมเปิดด่านส่งออกจีน 24 ชม. มุ่งกวาดรายได้ทะลุ 1.5 แสนล้านบาท
ข่าว
17 พ.ค. 2569

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่จันทบุรี คุมเข้มคุณภาพทุเรียนไทย ดันนโยบาย "4 ไม่" พร้อมเปิดด่านส่งออกจีน 24 ชม. มุ่งกวาดรายได้ทะลุ 1.5 แสนล้านบาท
17 พฤษภาคม 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งยกระดับมาตรฐาน ทุเรียนไทย สู่ตลาดโลก หลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน รมว.สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สั่งเดินหน้ามาตรการเข้มงวดเพื่อผลักดันการ ส่งออกทุเรียน ไปยังประเทศจีนตลอด 24 ชั่วโมง หวังแก้ปัญหาสินค้าสวมสิทธิ์และสารตกค้าง พร้อมโชว์โมเดล สวนทุเรียนคุณภาพ ตั้งเป้าสร้างรายได้ทะลุ 1แสนห้าหมื่นล้าน บาทในปีนี้
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ติดตามสถานการณ์ส่งออกทุเรียน และมาตรการควบคุมคุณภาพผลไม้ เพื่อเร่งยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทย ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดโลก รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันการส่งออกทุเรียนไทยปีนี้ ให้มีมูลค่าทะลุ 150,000 ล้านบาท โดยมองว่า “คุณภาพและความเชื่อมั่น” จะเป็นปัจจัยชี้ขาดในการรักษาตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย
นายสุริยะ กล่าวว่า วันนี้การแข่งขันของประเทศผู้ส่งออกไม่ได้วัดกันเพียงเรื่องราคา แต่แข่งขันกันที่มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และความน่าเชื่อถือของสินค้า “ทุเรียนไทยไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตร แต่เป็นเศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงรายได้เกษตรกร ผู้ส่งออก โลจิสติกส์ และภาพลักษณ์อาหารไทยในตลาดโลก” ข้อมูลล่าสุด ไทยส่งออกทุเรียนสดแล้วกว่า 28,500 ชิปเมนต์ ปริมาณรวมกว่า 460,000 ตัน มูลค่ากว่า 52,500 ล้านบาท สะท้อนความต้องการของตลาดต่างประเทศที่ยังมีต่อทุเรียนไทยอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ยอมรับว่า ปัญหาทุเรียนอ่อน การตรวจพบศัตรูพืช สารตกค้าง รวมถึงสาร Basic Yellow 2 (BY2) ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะตลาดจีนที่เข้มงวดมาตรฐานมากขึ้น
ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร ยกระดับมาตรการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มข้น ภายใต้นโยบาย “4 ไม่” ได้แก่ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ และไม่มีสารตกค้าง ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกการส่งออกตลอด 24 ชั่วโมง มาตรการสำคัญประกอบด้วย การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สนับสนุนการตรวจปล่อยสินค้า การเร่งเชื่อมระบบ e-Phyto และ TAS-License เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบย้อนกลับ ลดความซ้ำซ้อน และลดปัญหาสินค้าติดค้างหน้าด่าน รวมถึงการยกระดับห้องปฏิบัติการตรวจสารตกค้าง ตามข้อเสนอแนะของจีน
พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเปิดตัวแปลงต้นแบบ “สวนทุเรียนคุณภาพ” ที่มุ่งลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร โดยส่งเสริมการใช้ปุ๋ยชีวภาพ ชีวภัณฑ์ และปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อยกระดับผลไม้ไทยให้สอดรับกับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและแนวโน้มตลาดโลกสีเขียว
ด้าน นายรพีภัทร จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรกำลังเร่งยกระดับระบบบริหารจัดการผลไม้ส่งออกทั้งระบบ ตั้งแต่โรงคัดบรรจุ ห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงระบบดิจิทัล เพื่อให้การส่งออกผลไม้ไทยมีทั้งมาตรฐาน ความโปร่งใส และความรวดเร็ว
โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนตามระบบเกษตรปลอดภัย ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได้สนับสนุนการขุดสระน้ำในไร่นา ขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงแล้ง รวมถึงตรวจวิเคราะห์ดิน การปรับสภาพพื้นที่ และสนับสนุนการทำปุ๋ยหมัก ซึ่งองค์ความรู้ทั้งหมดได้ถูกถ่ายทอดให้กับเกษตรกรเครือข่ายอย่างต่อเนื่องด้วย
ข่าวล่าสุด