เนชั่นทีวี

ข่าว

"โตโต้ ปิยรัฐ" จี้รัฐบาลสาวไส้ "หมิงเฉิน ซัน" บี้สกัดภัยคุกคามข้ามชาติ

14 พ.ค. 2569

"โตโต้ ปิยรัฐ" จี้รัฐบาลสาวไส้ "หมิงเฉิน ซัน" บี้สกัดภัยคุกคามข้ามชาติ

"สส.โตโต้ ปิยรัฐ" พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเร่งขยายผลคดี "หมิงเฉิน ซัน" ครอบครองอาวุธสงคราม หวั่นเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ด้าน "เจเศรษฐ์" ยันยกระดับเป็นคดีพิเศษ ถอนรากถอนโคนนอมินี

14 พฤษภาคม 2569 เจาะลึกปมร้อน อาวุธสงคราม กลางกรุงกับการจับกุม หมิงเฉิน ซัน ชาวจีนที่โยงใยเครือข่ายข้ามชาติและ เจ้าหน้าที่รัฐ จนถูกยกระดับเป็น คดีพิเศษ เพื่อขยายผลถึงผู้จ้างวาน ติดตามมาตรการจากรัฐบาลในการกวาดล้าง ทุนจีนสีเทา และนอมินีต่างชาติที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย


ที่อาคารรัฐสภาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานในที่ประชุม วาระกระทู้ถามสดโดย นายปิยรัฐ จงเทพ สส.พรรคประชาชน เรื่องกรณีจับกุม นายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีน ครอบครองอาวุธสงคราม ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ได้มอบหมายให้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบกระทู้แทน

นายปิยรัฐ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีการจับกุมชาวต่างชาติที่ชื่อว่า นายหมิงเฉิน ซัน ซึ่งการจับกุมดังกล่าวพบอาวุธสงครามจำนวนมาก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดจากการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แต่เกิดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่รู้ว่าที่ไหน มาช่วยเหลือเกิดฝนตกหนักรถที่บรรทุกอาวุธเหล่านี้ประสบอุบัติเหตุ กระทั่งนายตำรวจจราจรพบพิรุธเข้าและขยายผลจับกุม

 

"เหตุการณ์แบบนี้้ไม่ควรเกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ควรไปฝากไว้กับผีสางเทวดาที่ไหน สำหรับชีวิตของคนไทยเรื่องนี้พอเกิดขึ้นแน่นอนว่า เจ้าหน้าที่ต่างออกมาถามออกมาตอบคนละทิศคนละทาง หน่วยงานข่าวกรองก็ตอบไปทางตำรวจก็ตอบไปทาง จึงไม่รู้ว่าตกลงแล้วไม่รู้ใครต้องเป็นคนตอบเรื่องนี้" นายปิยรัฐ กล่าว

 

นายปิยรัฐ จึงตั้งคำถามว่า รัฐบาลยอมรับหรือไม่ว่า กรณีนี้เป็นความล้มเหลวของการข่าว หรือข้อมูลการข่าวของรัฐบาล ของหน่วยงานรัฐที่บกพร่อง สะท้อนถึงความล้มเหลวเชิงระบบของหน่วยงานความมั่นคง แล้วรัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างไร เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการรับมือกับภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่แบบนี้ 

 

นายปิยรัฐ จงเทพ สส.พรรคประชาชน

ด้าน นายเจเศรษฐ์ ถอนหายใจเสียงดังก่อนตอบคำถามว่า ตนก็เพิ่งได้ทราบข้อมูล และเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นได้ทำการย้อนรอยผู้ต้องหารายนี้พบว่า มีการเข้าออกประเทศอยู่หลายประเทศหลายทวีป ซึ่งได้มีการสอบถามไปยังประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น ถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับการก่อการร้าย หรือวางแผนจะก่อเหตุร้ายแรง ของผู้ต้องหารายนี้ แต่ก็ไม่ทราบข้อมูล ซึ่งทางการข่าวถ้าหากจะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งเข้ามา เพื่อจะก่อการร้ายในประเทศใดประเทศหนึ่ง หากตรวจสอบย้อนรอยไปแล้ว จะต้องมีเบื้องหลังมีประวัติข้อมูลบ่งชี้ หรือมีองค์กรใดองค์กรหนึ่งหนุนหลัง


ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบผู้ต้องหารายนี้ไม่พบข้อมูลเหล่านี้ ถ้าหากถามว่าล้มเหลวในเรื่องนี้หรือไม่ ตนขอตอบว่าไม่ใช่ล้มเหลว แต่อาจจะมีช่องว่างที่ ที่ยังไม่ได้บูรณาการอย่างเต็มที่ แต่วันนี้รัฐบาลได้กำชับอุดรอยต่อระหว่างหน่วยงานต่างๆให้น้อยที่สุด กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นมาได้

 

"จากข้อมูลบ่งชี้ว่า ถ้าเขามีความต้องการหรือเจตนาก่อเหตุร้ายแรง ข้อมูลต้องชัดเจนที่มาที่ไปการติดต่อ เราทำการค้นทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่จับต้องได้ หรือจากบุคคลใกล้ชิด หน่วยงานพยายามขุดคุ้ยทุกอย่าง และตรวจร่องรอยที่มาที่ไป แต่วันนี้ยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงจุดอื่น" นายเจเศรษฐ์ กล่าว

 

 

นายเจเศรษฐ์์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

นายปิยรัฐ ถามต่อว่า เมื่อรัฐมนตรีบอกว่ามีข้อมูลอยู่บ้า งและข้อมูลก่อนหน้านั้นไม่พบว่า เป็นอาชญากรหรือบุคคลที่ต้องติดตาม แต่ปัจจุบันประเทศไทยมีชาวต่างชาติ เข้าออกประเทศอยู่จำนวนมาก แต่ที่ผ่านมามีการตั้งข้อสังเกตอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะบุคคลที่เดินทางเข้าออกอยู่บ่อยครั้ง และไม่ได้มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง อยู่บ้านหรูมีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายสิบล้าน เรื่องแบบนี้้รัฐบาลก็ควรจะเพ่งเล็ง ได้โดยใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ ประเทศของเรามีหน่วยงานความมั่นคงที่ดูแลเรื่องการข่าวไม่น้อยกว่า 7 หน่วยงาน เกินครึ่งขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี


ซึ่งก่อนหน้านี้ ต้นเดือนมกราคม 2561 พร้อมยกตัวอย่าง การก่อเหตุอาชญากรรมร้ายแรง ยิงผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชา จนเสียชีวิต ผู้ก่อเหตุคือจ่าเอ็ม ที่ศาลพิพากษาจำคุกไปแล้ว และมีการหลบหนีไปโผล่ที่กัมพูชา ในที่สุดมีการประสานงานส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย


ส่วนกรณีล่าสุด นายหมิงเฉิน ซัน ก็มีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องก็เป็นเจ้าหน้าที่ทหารเรือ จึงถามว่า ถ้าหน่วยงานของรัฐไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่สามารถที่จะจัดหาอาวุธเหล่านี้ได้ใช่หรือไม่ รัฐมนตรีจะมีการขยายผลสอบหาข้อเท็จจริงถึงแรงจูงใจ รวมถึงผู้จ้างวานที่อยู่เบื้องหลังได้หรือไม่ เพราะกรณีก่อนหน้านี้ไม่เคยสาวถึงผู้อยู่เบื้องหลังได้เลย และตัดตอนจบเฉพาะคนที่จับได้เท่านั้นเอง มาตรการแบบนี้ จะขยายผลและจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ปล่อยให้มีการนำพาอาวุธ หรือกระจายอาวุธสงครามเหล่านี้ ไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศได้อย่างไร


นายเจเศรษฐ์ กล่าวตอบว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมจะนำคดีนี้เข้าไปสู่เป็นคดีพิเศษ ที่สามารถดึงทุกหน่วยงาน เข้ามาบูรณาการร่วมกันในการทำงาน วันนี้ฝ่ายปกครองได้ทำการไล่ไปถึงต้นตอ  และพรุ่งนี้ก็จะมีการออกหมายจับเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องก็มีการดำเนินคดี นอกจากนี้ยังตรวจสอบไปจนถึงวิถีชีวิตว่า ไปพัวพันกับต่างชาติได้อย่างไร แล้วมีบุคคลใดบ้างระหว่างทาง ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้้ขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องขอเวลาในการพิสูจน์ในแต่ละขั้นตอน ถ้าเรื่องนี้มีเบื้องหลังเรื่องนี้เรื่องใหญ่ ไม่มีใครที่จะแบกรับ หรือตัดตอนไปได้ถ้ามีเบื้องหลัง นอกจากผู้ต้องหารายนี้ เราก็ต้องเปิดเผยและนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายให้สิ้นสุด


นายปิยรัฐ ถามต่อว่า จากที่ฟังรัฐมนตรีตอบ ก็ชื่นใจว่า ยังพยายามอยู่และจะพยายามต่อไป แต่ทุกการพยายาม แลกกับทุกวินาทีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เพราะเมื่อความชัดเจนไม่มี ก็ไม่รู้แนวทางว่าการปฏิบัติหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการถึงขั้นไหน หรือเอาจริงเอาจังเพียงใด จึงถามว่า รัฐบาลจะมี แผนการหรือมาตรการอย่างไรหลังจากนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจสร้างความศรัทธากลับมาว่า รัฐบาลนี้จะปกป้องคุ้มครองได้จะดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนได้โดยเฉพาะวันนี้ เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวเดียวที่ยังขับเคลื่อนประเทศอยู่คือการท่องเที่ยว ถ้าเมื่อไหร่การท่องเที่ยวไม่ได้รับความเชื่อมั่น นักท่องเที่ยวรู้สึกหวาดกลัว เราอาจจะประสบเหตุทางเศรษฐกิจได้ ดังนั้น รัฐบาลได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่า เรื่องนี้จะต้องไม่ปล่อยและต้องนำมาสู่การบูรณาการทุกหน่วยงาน และมีแผนรองรับอย่างไรในอนาคต


นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีปฏิบัติการที่จะถอนรากถอนโคนนอมินี ชาวต่างชาติที่เข้ามาดำเนินงานในประเทศไทย แล้วกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงต่างด้าวที่ขออนุญาตอยู่ในประเทศไทยเกินระยะเวลานานผิดปกติ กระทรวงมหาดไทยก็ได้มีการตรวจสอบย้อนหลัง บุคคลเหล่านี้ เพื่อจะดูวัตถุประสงค์ว่า เข้ามาเพื่อเบียดเบียนประชาชนคนไทยในการประกอบธุรกิจ 


ปัญหาที่เกิดขึ้นบางปัญหาเรื้อรังมายาวนาน วันนี้ก็คลี่คลายไปหลายปัญหา และเข้าไปแก้ไขในหลายปัญหา นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรัฐบาลสามารถบูรณาการ ร่วมกันทุกสัดส่วน ทุกกรม ทุกกระทรวงอย่างชัดเจน

 

เรื่องที่นายปิยรัฐถามเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคง เรื่องของกระบวนการ ทางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด วันนี้อาจจะตอบได้ไม่ถูกใจ แต่ตนก็พยายามตอบทุกข้อมูลที่ตนได้รับมา แล้วตอบในฐานะตัวแทนนายกรัฐมนตรีให้ได้ดีที่สุด และเข้าใจดีว่าประชาชนกังวล ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เกรงเหตุการณ์นี้ไม่ได้จบแบบนี้้ไปจบในรูปแบบอื่น

 

ขอยืนยันว่า วันนี้เรามีการทำงานแบบบูรณาการ กระทรวงกลาโหมก็ได้เน้นย้ำการตรวจสอบอาวุธทุกชนิด ซึ่งก็ได้การตอบกลับมาว่า ไม่ได้หลุดหรือเล็ดลอดไป ทางตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มีการออกมาตรการที่ชัดเจน ในการกวาดล้างทลายล้างนอมินี จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของรัฐบาล เพราะรัฐบาลพร้อมที่จะดูแลประชาชนในทุกมิติ ทุกเรื่อง ให้กับประชาชนชาวไทย

 

นายปิยรัฐ กล่าวเสนอแนะว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องสำคัญเราช่วยกันได้ และฝ่ายค้านเองก็ช่วยจับตา อะไรที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาล ปัจจุบันงานการข่าวหรือสรรพกำลังของฝ่ายรัฐบาล มีความเพียบพร้อมและมั่นคงระดับหนึ่ง หากรัฐบาลใช้เครื่องไม้เครื่องมือนั้นอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมอบหมายงานภารกิจให้เหมาะสมและตรงประเด็น เพราะล่าสุด ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปคุกคาม นายอานนท์ นำภา ที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ ซึ่งดูเหมือนว่าฝ่ายความมั่นคง ยังคงมุ่งเป้าไปที่การเมืองในประเทศไทย จึงอยากเสนอให้ฝ่ายความมั่นคง ควรมุ่งเป้าไปที่ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ที่มาในรูปแบบนักลงทุนชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวเหล่านี้ และใช้ไทยเป็นทางผ่านในการก่อเหตุ หรือเป็นที่แลกเปลี่ยนสินค้าเงินตราที่มาโดยมิชอบ

 

เรื่องเหล่านี้รัฐบาลควรเพ่งเล็ง และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เพื่อตัดตอนตั้งแต่วินาทีนี้ ถ้าไม่มีเงินไม่มีอำนาจรัฐเข้าไปช่วย พวกเขาไม่สามารถนำมาซึ่งอาวุธสงคราม นำมาซึ่งอิทธิพลเหล่านี้ได้ จึงฝากรัฐบาลปรับยุทธศาสตร์ มุ่งเป้าไปสู่การตั้งรับและเชิงรุก กับภัยคุกคามใหม่ที่จะเกิดขึ้น