“สิริพงศ์” แจงกู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ใช่เช็คเปล่า เข้าเร่งด่วน
06 พ.ค. 2569

“สิริพงศ์” แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ใช่ตีเช็คเปล่า ชี้เงินถึงมือประชาชน ลดค่าครองชีพ-หนุนพลังงานสะอาด เหน็บฝ่ายค้านอาจไม่คุ้นเคย เพราะไม่ใช่การทำถนน
ข่าว
06 พ.ค. 2569

“สิริพงศ์” แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ใช่ตีเช็คเปล่า ชี้เงินถึงมือประชาชน ลดค่าครองชีพ-หนุนพลังงานสะอาด เหน็บฝ่ายค้านอาจไม่คุ้นเคย เพราะไม่ใช่การทำถนน
6 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน มองว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นการตีเช็คเปล่า ว่า คงไม่ใช่การตีเช็คเปล่า แต่อาจเป็นแบบที่เขาไม่คุ้นเคย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลบางยุค มีการกู้เงินมาแล้วไปทำโครงการต่างๆ แต่การกู้เงินครั้งนี้จะลงถึงประชาชนทั้งหมด ซึ่งไม่ได้มาในรูปแบบของโครงการว่าจะทำถนนเส้นนั้นเส้นนี้ ซึ่งไม่ใช่วิธีที่เขาเคยทำมา จึงอาจจะสงสัย และเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีก็พูดชัดเจน ว่าในส่วนของ 2 แสนล้านบาท จะเอามาช่วยประชาชนในเรื่องภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่น้ำมันแพงที่ผ่านมา โดยผ่านโครงการในลักษณะเงินอุดหนุนไปที่ตัวประชาชนเลย
ส่วนอีก 2 แสนล้านบาท เป็นการช่วยประชาชนลดภาระในการเปลี่ยนผ่าน จากพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานสะอาด เช่น ในรูปแบบดอกเบี้ยคนละครึ่ง หรือ การช่วยเหลือเรื่องติดโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งวันนี้เราเห็นแล้วว่า ในโลกนี้มีความต้องการเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานไปเป็นพลังงานสะอาดกันมากขึ้น ประชาชนก็จะมีภาระเพิ่ม ซึ่งรัฐก็จะไปช่วยให้การสนับสนุน ดังนั้นรูปแบบจึงต่างกัน พร้อมยืนยันว่าเงินไปถึงประชาชนทั้งหมด
เมื่อถามย้ำว่า เงิน 2 แสนล้านบาท เอาไปทำโครงการไทยช่วยไทยพลัส กับให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ถึงประชาชนโดยตรง นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ใช่ แต่รายละเอียดต้องรอกระทรวงการคลังเคาะก่อน
ส่วนความจำเป็นในเรื่องความฉุกเฉินที่จะออกเป็นพระราชกำหนด นายสิริพงศ์ อธิบายว่า ตามที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พูดไปเมื่อวานนี้ว่า สถานการณ์เงินงบกลางที่เหลืออยู่ก็ต้องสำรองไว้ สำหรับเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง และเม็ดเงินก็ไม่เพียงพอ ประกอบกับงบประมาณปี 2570 กว่าจะใช้ได้ก็ต้องรอเดือนตุลาคม 2569 จึงมีความล่าช้า ดังนั้นสถานการณ์วันนี้คำถามคือประชาชนได้รับผลกระทบแล้วหรือยัง แล้วสมควรที่จะทำหรือยัง และเมื่อประชาชนได้รับผลกระทบแล้วโดยไม่รู้ว่าสถานการณ์จะจบเมื่อไหร่ มันก็เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ
ส่วนถ้าสถานการณ์ยืดยาวแล้วเงิน 4 แสนล้านบาทหมดไป จะต้องกู้เพิ่มหรือไม่ รัฐบาลได้วางแผนอย่างไร นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เดี๋ยวมาว่ากันอีกครั้ง วันนี้เรามีการบริหารต่อสถานการณ์นี้ เชื่อว่าเงิน 2 แสนล้านในส่วนที่ 2 คือ เรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แม้สถานการณ์จะยืดยาวออกไป แต่เมื่อประชาชนมีการลดการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ ก็เท่ากับลดรายจ่ายได้โดยตรง หรือแม้แต่ค่าไฟ ที่เราลดการพึ่งพาพลังงานแบบเก่า และเป็นพลังงานสะอาดแล้ว ตนคิดว่าตัวนี้จะเป็นสิ่งที่ประชาชนสัมผัสได้ แม้สถานการณ์จะยืดยาว แต่สำคัญคือทำให้ทัน ถ้าโครงการนี้มีผลกับประชาชนวงกว้างได้ เชื่อว่าจะช่วยประชาชนได้ในระยะยาว
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ นายสิริพงศ์ มองว่า เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะดำเนินการ แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอ ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลก็ได้พิจารณา ก็เข้าเงื่อนไขทุกข้อในการที่จะออก พ.ร.ก.ได้
ข่าวล่าสุด