เนชั่นทีวี

ข่าว

อธิบดีกรมประมง-หน.โครงการ แจงยิบ แอปฯ Thailand FishAI งบ 9.1 ล้าน

05 พ.ค. 2569

อธิบดีกรมประมง-หน.โครงการ แจงยิบ แอปฯ Thailand FishAI งบ 9.1 ล้าน

อธิบดีกรมประมง-หัวหน้าโครงการ แจงยิบที่มางบฯ 9 ล้าน แอปฯ Thailand FishAI พร้อมฟังก์ชันการใช้งาน ยันสแกนปาท่องโก๋ ไม่เป็นปลาทองแล้ว เร่งพัฒนา AI

ดรามาร้อน แอป Thailand FishAI งบประมาณ 9 ล้าน ไม่ตรงปก อธิบดีกรมประมง-หัวหน้าโครงการ แจงยิบ ที่มาของงบฯ กองทุน DE ไม่ใช่งบกระทรวงโดยตรง พร้อมสัดส่วนฟังก์ชันการพัฒนา เป็น E-Service ไม่ใช่แค่แอป AI สแกนปลา เพียงแต่การพัฒนา AI ยังอยู่ในระดับเริ่มต้น ตอนนี้สแกนปาท่องโก๋ ไม่เป็นปลาทองแล้ว จับตางบฯ 9 ล้านจะคุ้มค่า และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่

 

5 พฤษภาคม 2569 ความเคลื่อนไหวที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังเกิดประเด็นร้อน กรณีกรมประมง เปิดตัวแอปพลิเคชัน "Thailand FishAI" จนเกิดดรามา เเอปพลิเคชันไม่ตรงปก และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของแอปที่ใช้งบประมาณถึง 9.1 ล้านบาท แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เช่น การสแกนปาท่องโก๋ แต่ข้อมูลเป็นภาพปลาทอง 

โดยไฮไลต์สำคัญวันนี้ คือ การชี้แจงรายละเอียดงบประมาณ 9.1 ล้านบาท และความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างที่สังคมกำลังจับตา และกำลังวิพากษ์วิจารณ์

 

โดยในวันนี้ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้เชิญ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เข้ามาชี้แจงด่วน ซึ่ง นางฐิติพร อธิบดีกรมประมง ส่งทีมงานพร้อมกับแฟ้มเอกสารต่างๆ จำนวนมากเดินทางมาล่วงหน้า จากนั้นเวลา 13: 15 น. นางฐิติพร ได้เดินทางมาถึง และเข้าชี้แจงต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

ฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง

โดย นางฐิติพร กล่าวสั้นๆว่า มีประชุมเวลา 13.30 น. เเต่ปฏิเสธเรื่องปมร้อนแอป Thailand FishAI บอกว่า “ขอเข้าพบท่านรัฐมนตรีช่วยเกษตรก่อน ไม่มีประเด็นน่าเป็นห่วง หรือ กังวล อะไร” ก่อนจะเข้าไปในห้องของ นายวัชระพล ขาวขำ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อชี้เเจง โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

 

หลังจากนั้น นายวัชระพล ให้สัมภาษณ์ว่า จากการพูดคุยกันทางอธิบดี ได้ชี้แจงถึงที่มาที่ไปของโครงการให้ฟังในเบื้องต้นว่า เป็นการใช้งบประมาณของ กองทุน DE ที่มีงบประมาณจำนวนมากให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งเรื่องงานวิจัยซึ่งสามารถไปขอได้อยู่แล้ว 

 

ไม่ได้ใช้งบประมาณของกระทรวงเกษตร โดยนายพลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการประมง กรมประมง (หัวหน้าโครงการ Thailand FishAl) เป็นผู้ประสานของบประมาณมาดำเนินการ สำหรับงบประมาณที่ขอมาจำนวน 9 ล้านบาท ไม่ใช่จำนวน 22 ล้าน และจากการตรวจสอบรายละเอียดจำนวนเงิน 9 ล้านบาทนี้ ใช้พัฒนา AI 5 ล้าน ใช้ทำแอปพลิเคชัน 1 ล้าน ใช้ทำเว็บอีก 1 ล้าน ทำ Account อีก 1 ล้าน โดยในวันนี้ได้เชิญหลายหน่วยงาน มาให้ข้อมูล ไม่ได้เชิญอธิบดีกรมประมงเพียงท่านเดียว ยังเชิญรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังมีฝ่ายกฎหมาย  ซึ่งเบื้องต้นจากข้อมูลที่ได้รับทุกหน่วยงาน ก็ยังไม่พบว่า มีความไม่ชอบมาพากล ไม่มีความผิดปกติใดๆ

 

วัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ

 

ส่วนความคุ้มค่า การจัดทำแอปพลิเคชัน ก็เป็นไปตามที่อธิบดีได้พูดว่าความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ การใช้งานอย่างน้อยจริงๆ แต่หลังจากนี้ได้กำชับในฐานะที่กำกับดูแลให้อธิบดีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้รับจ้างที่อยู่ในสัญญาต้องพัฒนาแอปพลิเคชัน ทำให้ประสิทธิภาพเต็มกับมูลค่างบประมาณที่เสียไป หากมีปัญหาให้แก้ไขให้เรียบร้อย 

 

นายวัชระพล กล่าวด้วยว่า จากการทดลองเข้าใช้งานแอปพลิเคชันด้วยตัวเองวันนี้พบว่า กลับมาใช้งานได้ค่อนข้างปกติแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นมันสมองที่ต้องถูกเทรนต่อ ยังจำแนกชนิดปลาได้ไม่เท่าไหร่ ฝ่าย IT ต้องเร่งประสานงานให้ทางผู้รับจ้างเร่งแก้ไข ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้นงบประมาณที่ใช้จึงถือว่าเป็นงบประมาณในการตั้งต้นจำนวน 5 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบในอนาคตเราสามารถต่อยอดไปได้อีกไกล ไม่ใช่แค่ชนิดปลา 50 ชนิด จะได้นับ 1,000 ชนิดหากมองในความคุ้มค่า หากมองในราคาตั้งต้นจะมองว่าสูงหรือไม่สูง ตนเองก็ไม่สามารถที่จะตัดสินได้ ต้องเป็นวิจารณญาณ มองว่าเป็นการพัฒนาระบบมากกว่า

 

ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามว่า เป็นการจัดทำแอปที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ รวมถึงความคุ้มค่าในการดำเนินการเพราะปัจจุบันข้อมูลต่างๆก็สามารถหาได้อยู่แล้ว เรื่องนี้ตนเองเข้าใจแต่ในฐานะที่ไม่ได้เริ่มโครงการนี้แต่ต้น จึงต้องถามกลับไปถึงคนที่เริ่มโครงการนี้ตั้งแต่แรก เพราะโดนมากำกับดูแลกระทรวงเกษตรยังไม่ถึงเดือน

 

ส่วนกรณีที่ผู้รับจ้าง ได้รับการจัดทำโครงการมากกว่า 50 รายการ ได้สอบถามทางการคลังยังไม่พบความผิดปกติอะไร

 

หน.โครงการโต้ดราม่า! Thailand FishAI ไม่ได้มีแค่ AI สแกนปลา เผยทำหน้าที่เป็น "E-Service" ครบวงจร

 

ขณะที่ นายพลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการประมง กรมประมง (หัวหน้าโครงการ Thailand FishAl) เปิดเผยว่า โครงการนี้ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2568 และเพิ่งส่งมอบโครงการไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2569 ส่วนคำถามที่ถามว่าวัตถุประสงค์หลักของโครงการ คือ อะไร ขอชี้แจงว่าข้อเท็จจริงนั้นการจำแนกชนิดปลาด้วย ai เป็นเพียง 1 ใน 4 ฟังก์ชันของการใช้งานแอปพลิเคชันนี้ ฟังก์ชันแรก คือ สัตว์น้ำเคลื่อนที่ ฟังก์ชันที่สอง ai แยกชนิดปลา ฟังก์ชันที่สาม เครื่องมือสำรวจ

 

พลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการประมง กรมประมง (หัวหน้าโครงการ Thailand FishAl)

 

หากไปในพื้นที่ต้องการจะรายงานชนิดปลา สามารถส่งผ่านแอปพลิเคชันนี้ได้ และแอปพลิเคชันนี้ยังเป็นช่องทางกลาง ผู้ใช้งานสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของกรมกรมประมงได้ อย่างสะดวกประหยัดเวลาไม่ต้องเดินทางมาที่กรมประมง เป็นลักษณะของ E เซอร์วิส ส่วนจะต้องใช้เวลาในการพัฒนาไปอีกนานเท่าไหร่จริงๆแล้ว ฟังก์ชันแรกห้องสมุดสัตว์น้ำเคลื่อนที่ ตอนนี้จำแนกชนิดปลาได้หมดแล้ว  มีฐานข้อมูลที่อ้างอิงได้ ปัจจุบันมีอยู่กว่า 2,000 ชนิด ส่วนเครื่องสำรวจก็พร้อมใช้งานอยู่แล้ว ช่องทางการติดต่อก็พร้อมใช้ ยังเหลือเพียง ai ที่เป็นในส่วนของสมอง หากเทียบระดับชั้นการศึกษาอยู่ในระดับประถม หากมีการเทรนมากๆระบบเค้าจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ชนิดปลาที่เก่งมีอยู่ 52 ชนิด จากการทดสอบกว่า 50,000 ภาพ เราพบว่าตอนนี้มีความแม่นยำสูง

 

ส่วนจำนวน งบฯ 9 ล้านบาท กับปลาชนิดปลา 52  ชนิด ที่จำแนกได้น้อยไปหรือไม่ ตอนนี้ยังใช้งบฯ แค่ 5 ล้านบาทอยู่

 

เมื่อถามว่า ตอนนี้แอปพลิเคชันรู้จักปลาทูแล้วหรือยัง หัวหน้าโครงการ Thailand FishAI ยืนยันว่าสามารถจำแนกได้แล้ว ตอนนี้ใช้แอปส่องปาท่องโก๋ ก็จะไม่เห็นเป็นปลาทองแล้ว ส่องปลาฉลามก็จะไม่เห็นเป็นปลากัดเช่นกัน หากใครใช้แอปพลิเคชันนี้แล้วยังเจออยู่ กรุณาไปอัปเดทแอปพลิเคชันแ ตอนนี้เร่งแก้ไขพัฒนากันอย่างเต็มกำลัง

 

ขณะที่อธิบดีกรมประมงเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์ โดยให้ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมถึงหัวหน้าโครงการเป็นผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด โดยระบุว่าเพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน