"สิริพงศ์" กางแผนแลนด์บริดจ์ ลงทุน 9 แสนล้าน สัมปทานไม่ถึง 99 ปี
01 พ.ค. 2569

"แลนด์บริดจ์" ต้องไปต่อ! “สิริพงศ์” แจงชัด 3 ปม ยันลงทุนจริง 9 แสนล้าน สัมปทานแค่ 50 ปี พร้อมสั่งขยับแนวเส้นทางหากกระทบสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตคนพื้นที่
ข่าว
01 พ.ค. 2569

"แลนด์บริดจ์" ต้องไปต่อ! “สิริพงศ์” แจงชัด 3 ปม ยันลงทุนจริง 9 แสนล้าน สัมปทานแค่ 50 ปี พร้อมสั่งขยับแนวเส้นทางหากกระทบสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตคนพื้นที่
1 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลภูมิใจไทยเตรียมแผนสำรอง และแผนรับมือกระแสต้านโครงการแลนด์บริดจ์ ในแบบ 360 องศา หรือครบทุกมิติ สะท้อนเจตจำนงการเดินหน้าก่อสร้างโครงการนี้แน่นอน
"สิริพงศ์" รมช.คมนาคม แจงยิบ 3 ปมร้อน ยันงบลงทุนจริงแค่ 9 แสนล้าน ไม่ถึง 2 ล้านล้านตามกระแสข่าว พร้อมหั่นสัมปทานเหลือ 50 ปี และสั่งเตรียมแผนขยับแนวเส้นทางลดผลกระทบชุมชน-สิ่งแวดล้อม ลั่นต้องสร้างทางเลือกก่อนช่องแคบมะละกาเต็มความจุปี 2030
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยผ่านรายการ “เนชั่นวิเคราะห์ข่าว” ถึงความคืบหน้าและข้อโต้แย้งในโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในสภาฯ โดยเฉพาะการทักท้วงจากพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้ชี้แจง 3 ประเด็นหลักที่เป็นไฮไลต์สำคัญ
1.รัฐบาลพร้อมเปลี่ยนแนวของแลนด์บริดจ์ เพื่อให้กระทบกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด
2.รัฐบาลจะไม่ให้สัมปทานเอกชนยาวนานถึง 99 ปี ตามที่มีหลายฝ่ายกังวล แต่จะให้สัมปทานไม่เกิน 50 ปี เพียงแต่สามารถต่อสัมปทานได้ หากไม่ทำผิดเงื่อนไข
3.เงินลงทุนไม่ได้สูงถึง 2 ล้านล้าน เพราะตัวเลขที่แท้จริงคือ 9 แสนล้าน ไม่ถึง 1 ล้านล้านด้วยซ้ำไป
คุณสิริพงศ์ ขยายความว่า การขยับแนวโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนเป็นเรื่องที่รัฐบาลพร้อมดำเนินการ เพราะมีแนวทางชัดเจนว่าต้องดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ฉะนั้น "แนวเดิมที่เคยพยากรณ์เอาไว้ สามารถขยับได้ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตคนในพื้นที่น้อยที่สุด”
ฉะนั้นแม้การปรับแนวทางอาจทำให้ภาคเอกชนต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศเป็นอันดับแรก และหากหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ จะมีการวางแผนเยียวยาที่ชัดเจน และอาจมีการ "สงวนอาชีพ" หรือที่ดินให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ
สัมปทานแค่ 50 ปี ไม่มี 99 - ลงทุน 9 แสนล้าน
ส่วนประเด็นการให้สัมปทานเอกชนที่มีการให้ข่าวว่ารัฐบาลมีแผนจะให้สัมปทานถึง 99 ปีนั้น รมช.คมนาคม บอกว่า ไม่เป็นความจริง เพราะโครงการนี้ตั้งใจให้เป็นการเช่าระยะยาว ไม่เกิน 50 ปี ส่วนการต่อสัญญาจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนปฏิบัติตามเงื่อนไขและผ่านการประเมินจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อความเป็นธรรมทางธุรกิจ แต่หากทำผิดวัตถุประสงค์หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รัฐสามารถบอกเลิกสัญญาได้เมื่อครบกำหนด
เช่นเดียวกับเรื่องงบลงทุน คุณสิริพงศ์ ย้ำว่า ตัวเลขที่ชัดเจนจากข้อมูลของ สนข. หรือ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร งบลงทุนจริงอยู่ที่ประมาณ 900,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ถึง 2 ล้านล้านบาทตามที่เป็นข่าว และไม่ถึง 2 ล้านล้านตามที่มีการพูดกันอย่างแน่นอน
ขณะที่ความจำเป็นของการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะทุกฝ่ายคาดการณ์ตรงกันว่า ภายในปี ค.ศ.2030 ช่องแคบมะละกาจะมีความหนาแน่นสูงมาก คือมีเรือสินค้าแล่นผ่านมากว่า 1 แสนลำต่อปี และจะเต็มความจุในอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า ไทยจึงต้องรีบสร้างทางเลือกตั้งแต่วันนี้
ประกอบกับสถานการณ์โลก มีปัญหาการสู้รบในตะวันออกกลางและสภาวะโลกร้อน (ที่ทำให้น้ำตื้นเขินในบางจุด ทำให้ผู้เดินเรือมองหาเส้นทางสำรองที่ปลอดภัยและแน่นอนกว่า
เมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้ท้วงติงว่า แลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุน และไม่ดึงดูดเรือสินค้า เนื่องจากต้องยกตู้ขึ้นลงหลายครั้ง ที่เรียกว่า Double Handling นั้น รมช.คมนาคม ตอบว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีการยกตู้สินค้าก้าวหน้าไปมาก ทำให้การถ่ายลำสินค้าทำได้รวดเร็วและคุ้มค่าเหมือนโมเดลของสิงคโปร์ ซึ่งก็มีการถ่ายลำเหมือนกัน
ข่าวล่าสุด