ซึ่งข้อเรียกร้องในปีนี้ไม่ได้รวมเรื่องผลกระทบจากภาวะสงครามตะวันออกกลางและวิกฤตพลังงาน เพราะกระบวนการจัดทำร่างข้อเสนอเสร็จสิ้นไปก่อนเหตุการณ์จะรุนแรง ทางเครือข่ายฯ จึงมีข้อร้องเรียนไปยังรัฐบาลด้วยว่า ขอให้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และหามาตรการมารองรับพี่น้องแรงงาน และให้เร่งหาวิธีการที่ดูแลประชาชนและผู้ใช้แรงงานให้อยู่ได้
หลังเปิดงานเสร็จสิ้น นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนระบุว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นข้อเรียกร้องที่มีประโยชน์กับรัฐบาล และรัฐบาลรับข้อเรียกร้องไว้
สำหรับ 8 ข้อ หลายข้อเริ่มทำไปหลายส่วนแล้ว โดยเฉพาะประกันสังคม และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หลังจากนี้จะมีการติดตาม และประเมินสิ่งที่พี่น้องแรงงานยื่นข้อเรียกร้องมา และเราทำในเชิงสวัสดิการ รวมถึงการเพิ่มการทำงานเชิงรุกเข้ามา เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันมีเรื่องพลังงานและรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น และการเข้ามาของเทคโนโลยี จึงต้องทำการอัพสกิลและรีสกิล ทำควบคู่กับการประมวลผลทักษะฝีมือแรงงานด้วย อีกทั้งการเข้ามาของสังคมผู้สูงอายุจะรองรับยังไงบ้าง เพราะการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนเช่นกัน
ส่วนจะขึ้นค่าแรงเป็น 600 หรือไม่ นายยศชนัน ระบุว่า เป็นไปตามกลไก และหลายส่วนมีข้อเรียกร้องมา พวกเรามีกระบวนการกลไกการขึ้นค่าแรง ก็ต้องเป็นไปตามกลไก และต้องแยกการขึ้นค่าแรง และการช่วยเหลือเรื่องความเดือดร้อน แต่ต้องทำควบคู่กันไป
ด้าน นายจุลพันธ์ รมว.แรงงาน บอกว่า 8 ข้อนี้ ไม่ใช่ 8 ข้อใหม่ คล้ายๆ เดิมทุกปี ตนเองได้คุยกับปลัดกระทรวงและอธิบดีฯมาหลายครั้ง และมีการเดินหน้าข้อเรียกร้องไปบางส่วนแล้ว บางอันยังต้องรอความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“กระทรวงแรงงานยุคใหม่ภายใต้การกำกับของผม และการกำกับของรองนายกฯ ยศชนัน จะเป็นกระทรวงแรงงานที่ตอบสนองพี่น้องแรงงาน ในการทำงานของพวกเรา 4 ปี ข้างหน้าเราตั้งเป้าว่า 8 ข้อเสนอต้องเดินหน้าให้เห็นเป็นรูปธรรมได้เพื่อให้พี่น้องแรงงานมั่นใจได้ว่าการทำงานตอบสนองความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงานทุกคน”
ส่วนกรณีที่พบว่า มีอัตราคนที่ตกงานเพิ่มขึ้นนั้น นายจุลพันธ์ ระบุว่า ต้องยอมรับว่า ภาวะเศรษฐกิจไม่ได้เริ่มต้นที่ประเทศไทย แต่ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานกระทบกับแรงงานไทยและแรงงานไทยที่ส่งไปต่างประเทศ เช่นบริเวณตะวันออกกลางก็ต้องชะลอตัวลง เพราะเกิดสถานการณ์สงคราม และตลาดนี้เป็นตลาดแรงงานที่ส่งออกใหญ่ที่สุด
ดังนั้นต้องทำงานเชิงรุกทั้งในและต่างประเทศเพื่อรองรับพี่น้องแรงงาน และงานในประเทศยังมี แต่แมชชิ่งงานกับแรงงานไม่ตรงกันกับความต้องการของตลาด ดังนั้นจึงต้องบูรณาการกันทุกหน่วยงาน เพื่ออัพสกิล รีสกิลให้แรงงานไทยตรงกับความต้องการของตลาด
“วันนี้ความต้องการในตลาดมี แต่แรงงานที่มีไม่ตรงกับความต้องการ จึงต้องมาปรับตรงนี้”
ส่วนกรณีสวัสดิการแรงงานแพลตฟอร์ม นายจุลพันธ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาอยู่ที่คำจำกัดความเนื่องจากมีเรื่องคำวินิจฉัยของศาล และตัวแพลตฟอร์มก็ระบุว่า ตนเองเป็นเพียงผู้ให้บริการ ดังนั้นผู้ว่าจ้างคือใคร ยังคงเป็นปัญหาทางเทคนิค โดยในเรื่องนี้กระทรวงแรงงานกำลังดำเนินการอยู่ ทั้งสวัสดิการแรงงานแพลตฟอร์ม เช่น ไรเดอร์ รวมถึงเรื่องดูแลความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการ
ทั้งสองสิ่งจะต้องมีการหารือในรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่ระบบประกันตนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงจะมีการพูดคุยปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้เท่าทันกับโครงสร้างเศรษฐกิจที่จะเข้าสู่ยุคอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอีกด้วย โดยจะมีการเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายทั้งแพลตฟอร์มและไรเดอร์เพื่อหาข้อสรุปที่เข้าใจตรงกัน
ด้านตัวแทนกลุ่มพี่น้องแรงงานนอกระบบ ที่วันนี้มาร่วมเดินขบวน และถือป้ายข้อความ ‘รวยไม่ไหวแล้วโว้ย’ พร้อมกับตะโกนข้อเรียกร้องนี้ระหว่างเดินขบวนด้วย
ซึ่งแรงงานนอกระบบ ถือเป็น 1 ใน 8 ข้อ เรียกร้องที่ในวันนี้กลุ่มเครือข่ายจะยื่นเรียกร้องให้กับรัฐบาล
สมิตรา บุญรอด ตัวแทนกลุ่มแรงงานนอกระบบ บอกว่า หลักๆ ที่กลุ่มแรงงานนอกระบบต้องการคือการเพิ่มสิทธิประกันสังคม ที่อยากให้มีการปฏิรูปให้สิทธิกับการดูแลแรงงานนอกระบบ เพราะทุกวันนี้ มีแค่ ม.40 แต่กฎหมายแรงงานไม่มีกฎหมายที่คุ้มครองอะไร
และพวกเขาหวังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่จะมีไฟในการเข้ามาปฏิรูประบบทั้งหมด ให้เกิดความเป็นรูปธรรม รวมถึงทุกวันนี้ ข้าวของแพง อยากฝากนายกรัฐมนตรี ให้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ไม่ใช่แบบเดิมๆ ที่วนในอ่าง