สายที่ไม่ได้รับ... กับเก้าอี้ที่ปลิว? "ชัยวัฒน์" ฟาดแรง! สังคมคาใจ "หลาน รมต." มีอำนาจอะไร
30 เม.ย. 2569 | natthanan_chu

สายที่ไม่ได้รับ... กับเก้าอี้ที่ปลิว? "ชัยวัฒน์" ฟาดแรง! สังคมคาใจ "หลาน รมต." มีอำนาจอะไรตาม โทรทวงงานกับ “อธิบดี”
ข่าว
30 เม.ย. 2569 | natthanan_chu

สายที่ไม่ได้รับ... กับเก้าอี้ที่ปลิว? "ชัยวัฒน์" ฟาดแรง! สังคมคาใจ "หลาน รมต." มีอำนาจอะไรตาม โทรทวงงานกับ “อธิบดี”
30 เมษายน 2569 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ออกมาให้ความเห็นผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ในหัวข้อ
สายที่ไม่ได้รับ... กับเก้าอี้ที่ปลิว?
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร
เนื้อหาระบุว่า กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทำเอาข้าราชการทั้งประเทศต้องหันมามอง เมื่อมีกระแสข่าวหนักว่า สาเหตุที่แท้จริงของการกดดันและการโยกย้ายในกรมฝนหลวงฯ อาจไม่ใช่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว แต่มีเรื่อง "สายโทรศัพท์จากหลานรัฐมนตรี" เข้ามาเกี่ยวข้อง!
ไม่รับสาย = ไม่เอาไว้?
เรื่องราวถูกกล่าวถึงหนักมากว่า อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ถูกตำหนิและกลายเป็นเป้าหมายของการโยกย้าย หลังจากที่มี "หลานของรัฐมนตรี" พยายามโทรศัพท์ติดต่อหาอธิบดีหลายครั้งเพื่อ "พูดคุย" บางอย่าง
แต่ทางอธิบดีไม่ได้รับสาย จนนำไปสู่ความไม่พอใจและถูกนำมาเป็นมูลเหตุในการกดดันให้พ้นจากตำแหน่ง
จน "สุริยะ" ต้องออกโรงแจงยอมรับมีสายโทรจริง แต่เป็นการโทรเพื่อติดตามงานตามปกติ ไม่ได้มีการใช้อำนาจบาตรใหญ่หรือเรื่องส่วนตัวมาตัดสินการโยกย้าย
-อ้างเป็นการตามงาน ฝั่งรัฐมนตรียืนยันว่าการติดต่อเป็นไปเพื่อสอบถามความคืบหน้าของโครงการ ไม่ใช่การกดดันเรื่องส่วนตัว
-ยันโยกย้ายตามความเหมาะสม การปรับเปลี่ยนตัวบุคคลทำเพื่อประสิทธิภาพของงาน ไม่ใช่เพราะเรื่องการไม่รับสายโทรศัพท์
เรื่องนี้ทิ้งปมใหญ่ให้สังคมไทยต้องช่วยกันตรวจสอบ
- ขอบเขตอำนาจ "หลานรัฐมนตรี" มีตำแหน่งหรืออำนาจหน้าที่อะไรในทางกฎหมายที่จะโทรไปติดตามงานกับระดับ "อธิบดี" โดยตรง?
-ธรรมาภิบาลในระบบราชการ หากข้าราชการระดับสูงต้องพ้นจากตำแหน่งเพียงเพราะไม่ตอบสนองต่อ "คนใกล้ชิด" ฝ่ายการเมือง แล้วระบบคุณธรรม ของไทยจะเหลือความศักดิ์สิทธิ์ตรงไหน?
- ความโปร่งใส จากคำชี้แจงที่ว่า "ไม่เกี่ยวกับทุจริต" และ "ลาออกเอง" จะย้อนแย้งกับเหตุการณ์สายโทรศัพท์นี้หรือไม่?
สรุปเหตุการณ์การลาออก นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงฯ
อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ตัดสินใจยื่นใบลาออกล่วงหน้า (มีผลภายในเดือนมิถุนายน 2569) หลังจากมีคำสั่งโยกย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง โดยเจ้าตัวระบุว่าต้องการรักษาศักดิ์ศรีข้าราชการ
ปมสายโทรศัพท์จากหลาน รมต.
นายราเชน เปิดเผยว่า มีบุคคลพยายามติดต่อขอเข้าพบหลายครั้ง โดยอ้างชื่อ "ผู้ใหญ่" เพื่อพูดคุยเรื่องงบประมาณและการซ่อมอากาศยาน ซึ่งมีการเปิดเผยบันทึกข้อมูลการติดต่อรวม 8 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2568 ถึงเมษายน 2569
-คำชี้แจงจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ยอมรับเรื่องสายโทรศัพท์ ว่าหลานโทรไปหาทีมงานของอธิบดีเพื่อขอนัดพบจริง
-ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกัน ยืนยันว่าการโยกย้ายไม่เกี่ยวกับกรณีที่หลานนัดพบแล้วไม่ได้เจอ
เหตุผลการโยกย้าย
ระบุว่ามีหลายปัจจัยประกอบกัน โดยเฉพาะความกังวลว่าผู้ที่ใกล้เกษียณอายุราชการอาจทำงานได้ไม่เต็มที่!!? ตามเป้าหมายของกระทรวงที่เน้นงานเชิงรุก
- ยืนยันความถูกต้อง ย้ำว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และหากเป็นการขอในสิ่งที่ผิดกฎหมาย อธิบดีไม่ให้ ถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
นี่แหละ..ข้าราชการไทย
นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ยังโพสต์อีกว่า
การลาออกครั้งนี้มองได้ 2 ด้าน และเราต้องยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก
1. การลาออกอาจถูกมองว่าเป็นการหนีปัญหาหรือเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบในประเด็นที่ยังคลุมเครืออยู่หรือไม่? ซึ่งถ้ามีความไม่โปร่งใสจริง การลาออกก็ไม่ควรเป็นเหตุให้การตรวจสอบหยุดลง "ผิดก็คือผิด" ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งหรือลาออกไปแล้ว
2. หากการลาออกนั้นเป็นการประท้วงความไม่ชอบธรรมอย่างที่กล่าวอ้างจริง เจ้าตัวก็ต้องกล้ากางหลักฐานพิสูจน์ตัวเองให้สังคมเห็นว่า "ที่ว่าไม่โปร่งใสนั้น จริงหรือไม่"
แต่เรื่องจริงที่สุดของข้าราชการไทยคือ ..
เก้าอี้ และ หัวโขน อยู่กับเราไม่นาน
แต่ศักดิ์ศรีของการเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์ สุจริต จะอยู่กับเราจนวันตาย
#ชัยวัฒน์ลิ้มลิขิตอักษร #กรมฝนหลวง #อธิบดีฝนหลวง #สุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ #การเมืองไทย #ระบบคุณธรรม #ศักดิ์ศรีข้าราชการ #แฉการเมือง #ข่าววันนี้ #ข้าราชการไทย #PM25 (หากเกี่ยวเนื่องกับฝนหลวง)