9. ไม่ชัดเจนว่า การยกเลิก MOU นี้มีปัจจัยอื่นอีกหรือไม่ นอกเหนือจากการแสดงภาพของ “นายกฯ ชาตินิยม” เพื่อเอาใจกระแสขวาจัดและบรรดากลุ่มสุดโต่ง เพราะไม่ปรากฏปัญหาแทรกซ้อนอื่น ต่างจากปัญหาในปี 2552 ที่รัฐบาลไทยไม่พอใจการแต่งตั้งที่ปรึกษาของรัฐบาลกัมพูชา
10. การยกเลิกบันทึกความเข้าใจนี้ ด้วยเหตุผลที่จะเปิดโอกาสให้ไทยและกัมพูชาใช้กฎหมายทะเล (UNCLOS, 1892) น่าจะเป็นเรื่อง “ชวนหัว” เพราะ MoU 44 อิงอยู่กับกฎหมายทะเลอยู่แล้ว คณะผู้จัดทำเดิมไม่ใช่คนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของกฎหมายทะเล
11. การยกเลิกก็จะต้องกลับมาทำกรอบการเจรจาใหม่ในลักษณะของ “กรอบการเจรจาชั่วคราว” (Provisional Arrangement) ที่ไม่ต่างจากการทำบันทึกความเข้าใจนี้
12. ต้องตระหนักว่า MOU 44 เป็นกลไกในการเจรจา ไม่ใช่สนธิสัญญาระหว่างประเทศในการแบ่งปันผลประโยชน์จากน้ำมันและแก๊สธรรมชาติในอ่าวไทย การยกเลิกจึงเป็นการยกเลิกกลไกในการเจรจาและยกเลิกคณะกรรมการในการเจรจา
13. ต้องทำความเข้าใจว่า การเจรจาภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจนี้ จะไม่กระทบถึงสิทธิข้อเรียกร้องทางทะเลของฝ่ายไทยที่มีอยู่แต่เดิม
14. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และบรรดาข้าราชการในกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ทั้งระดับอธิบดีและรองฯ ทั้ง 2 น่าจะทราบถึงประโยชน์ของ MOU 44 เพราะอย่างน้อยท่านทั้ง 4 นี้ล้วนเคยทำงานภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และน่าจะไม่เคยแสดงท่าทีคัดค้าน MOU นี้ โดยเฉพาะในอดีตคือ “ปลัดสีหศักดิ์” ที่น่าจะทราบเรื่องนี้ดี
15. อยากเห็นความเป็น “ข้าราชการที่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ” จากหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง 3 ส่วนในการพูดความจริงต่อปัญหา MoU คือจาก 1) กรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ 2) กรมแผนที่ทหาร และ 3) กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ โดยเฉพาะในส่วนที่ 3 นั้น บุคลากรในอดีตจาก อศ. ทร. มีส่วนอย่างสำคัญในการวางกรอบของ MOU 44 เว้นแต่นายทหารเรือที่มีอำนาจในปัจจุบัน จะไม่รู้จักบทบาทของ “ครู” ใน อศ. ที่ได้สร้างคุณูปการอย่างมากในการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลของไทย
บทสรุปท้ายบท: ผู้เขียนตระหนักดีว่า บทท้วงติงนี้คงไม่สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางการตัดสินใจของนายกฯ ในการยกเลิก MOU 44 ได้ เพราะท่านจำเป็นต้องเอาใจฝ่ายขวาสุดโต่ง และเพื่อแสดงตนในความเป็น “นักชาตินิยม” ให้เป็นที่ประจักษ์ในสังคม แต่สุดท้ายนี้ อยากให้ท่านตระหนักว่า การตัดสินใจของท่านได้ทำลาย “ผลประโยชน์แห่งชาติ” ของไทยไปโดยปริยาย เพราะการยกเลิก MOU 44 คือ การละทิ้งผลประโยชน์ทางทะเลของไทยในเชิงกฎหมายระหว่างประเทศ ตามที่คณะเจรจาเดิมได้จัดทำกรอบไว้ !