เนชั่นทีวี

ข่าว

“เอกนัฏ” ลั่น! ไม่เคยเกรงใจนายทุน เตรียมรื้อโครงสร้างหลังพ้นวิกฤต

10 เม.ย. 2569

“เอกนัฏ” ลั่น! ไม่เคยเกรงใจนายทุน เตรียมรื้อโครงสร้างหลังพ้นวิกฤต

ไม่เกรงใจทุนไหน มากกว่าประชาชน! "เอกนัฏ" ลั่นกลางสภา เตรียมรื้อใหญ่กองทุนน้ำมัน-บีบโรงกลั่นลดค่าการกลั่นเมษายนนี้ ย้ำ "ภาษีสรรพสามิต" คือไม้ตายสุดท้าย

10 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ถึงการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตน้ำมัน และพลังงานในประเทศ จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางว่า ตนได้วางแผนการปรับปรุงโครงสร้างพลังงานประเทศแบบพลิกโฉม เพราะตนตระหนักดีว่า การบริหารจัดการพลังงาน เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และต้นทุนพลังงาน เป็นปัจจัยสำคัญต่อค่าครองชีพของประชาชน พร้อมยอมรับว่า วิกฤตน้ำมันจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน ที่สะท้อนผ่าน สส.และสื่อมวลชน
 

นายเอกนัฏ ยังชี้แจงถึงการบริหารกองทุนน้ำมันว่า ตนเองใช้ความระมัดระวังในการบริหารจัดการกองทุน และในยามปกติตนตั้งใจจะผ่าตัดวิธีการทำงานของกองทุนน้ำมัน ซึ่งตนตกใจว่า เหตุใดกองทุนน้ำมันมีอำนาจมาก และการตัดสินใจ สามารถนำเงินจำนวนมหาศาลมาอุดหนุนน้ำมันเท่าใดก็ได้ จนปัจจุบันติดลบ 60,000 ล้านบาท ดังนั้น จึงไม่ควรมีกองทุนใดที่มีอำนาจมากเช่นนี้ และเมื่อสถานการณ์กลับสู่ปกติแล้ว ตนก็พร้อมปรับเกณฑ์การทำงานของกองทุนน้ำมัน เพื่อชะลอผลกระทบในกรณีที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศมากเกินไป จึงควรมีข้อจำกัดการทำงานมากกว่านี้ 
 

 

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายเอกนัฏ ยังระบุว่า ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ กลไกตลาดไม่สามารถทำงานได้ปกติ และการอ้างอิงราคาสิงคโปร์ ก็ผิดปกติ เมื่อเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันดิบ ทำให้ค่าการกลั่น บ่งชี้ว่า โรงกลั่น น่าจะมีกำไรมากเกินไปมาก ซึ่งแม้ว่า ประเทศไทย จะมีโรงกลั่นเพียงพอ แต่การเทียบราคาสิงคโปร์นั้น เสมือนประเทศไทยไม่มีโรงกลั่นน้ำมัน ดังนั้น ในช่วงเวลานี้ โรงกลั่นน้ำมัน จึงควรแบ่งเบาภาระ ไม่หากำไรมากเกินควร ตนจึงได้ใช้อำนาจประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงาน หรือ กบง.โดยพิจารณาตัวเลขต่าง ๆ ทั้งค่าความเสี่ยงสงคราม ค่าประกัน ค่าขนส่ง ฯลฯ ที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม มาเป็นส่วนลดหน้าโรงกลั่นในเดือนเมษายน และเมื่อช่วงเดือนเมษายน ที่ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นอีก ก็จะนำข้อมูลจริงไปพิจารณาและกำหนดส่วนลดอีก เพื่อให้โรงกลั่นช่วยแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนประชาชน พร้อมเปิดเผยว่า ณ เวลานี้ โรงกลั่นให้ความร่วมมือดี
 

ยืนยันว่า ตนไม่เคยเกรงใจใคร และไม่เกรงใจนายทุนที่ไหน มากไปกว่าประชาชนแน่นอน

ส่วนข้อเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิต เพื่อลดราคาน้ำมันนั้น นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า ไม่ใช่เรื่องยาก แต่มีผลกระทบ ตนจึงขอนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ขอใช้เป็นไพ่ใบสุดท้ายที่รัฐบาลจะใช้ เพื่อต้องการนำเงินไปใช้แบบพุ่งเป้าช่วยประชาชนที่เดือดร้อนจริง ๆ แม้การลดภาษีสรรพสามิต ราคาจะลดลง ประชาชนดีใจ แต่เงินของประเทศลดลงในช่วงเวลาที่จำเป็น ต้องนำงบประมาณไปใช้เยียวยาประชาชน โดยยังขอใช้กลไกการลดราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งไม่ส่งกระทบต่อฐานะกองทุนน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ราคาน้ำมันราคาถูกในปัจจุบัน ควบคู่กับการใช้กองทุนน้ำมัน
 

ยืนยันว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ตนจะไม่ใช้ความมั่วมาบริหารสถานการณ์ที่มั่ว ๆ แบบนี้ และจะใช้ความรอบคอบ และสติในการบริหารจัดการ

 

นายเอกนัฏ ยังกล่าวถึงข้อกังวลการขาดแคลนน้ำมันว่า ขณะนี้ น้ำมันดิบขาเข้า เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ในเดือนนี้สามารถเข้าได้ และเดือนพฤษภาคม น่าจะเข้าตามปกติ แต่ก็จะต้องสื่อสารตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์เช่นนี้ ไม่มีอะไรแน่นอน จึงต้องใช้ความระมัดระวัง เตรียมใจ และเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ แม้กระทั่งสถานการณ์ที่แย่ที่สุด ตนจึงยืนยันกับประชาชนว่า ขณะนี้ อยู่บนความไม่แน่นอน ราคาน้ำมันจะขึ้นหรือลง ก็ขอให้ประชาชน ใช้ความระมัดระวังในการใช้ชีวิต และเตรียมความพร้อมกรณีที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางบานปลาย จนประชาชนต้องปรับวิธีการใช้ชีวิต 
 

หากพบความผิดปกติในการกักตุนน้ำมัน เอาเปรียบประชาชนในช่วงเวลาที่ประชาชนเดือดร้อน ตนจะเอาจริง และเอาตายแน่นอน เพราะหากตนตัดสินใจชนกับใครแล้ว ตนก็สู้สุดซอยไม่ถอย แม้จะเตรียมหากำไรในช่วงเวลานี้ มีเงินก็ขอให้ไปใช้ในคุก

 

ส่วนผลกระทบค่าไฟที่เตรียมขึ้นจาก 3.88 บาท เป็น 3.95 บาทนั้น นายเอกนัฏ ยืนยันว่า สามารถลดราคากลับมาเป็น 3.88 บาทได้ โดยนำรายได้ของการไฟฟ้า นำมาชดเชยส่วนต่าง สำหรับผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยแรก ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบาย แต่จะต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่ ให้ผู้ที่ใช้ไฟน้อย สามารถใช้ไฟในราคาที่ถูก และยิ่งใช้มาก ก็จะต้องใช้ในราคาที่แพง เพื่อให้ผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย สามารถใช้ค่าไฟเหลือไม่เกิน 3 บาท โดยไม่เป็นภาระกับค่าไฟเฉลี่ย และพร้อมเดินหน้าทำแน่นอน