"บิ๊กโจ๊ก" อ่วม! ศาลสั่งริบเงิน ส่วนที่ใช้ชำระเบี้ยประกันชีวิต
25 ก.พ. 2569
"บิ๊กโจ๊ก" อ่วมอีก! ศาลแพ่งสั่งริบเงินตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนที่ใช้ชำระเบี้ยประกันชีวิตกับเมียผ่านบัญชีม้าเว็บพนัน พร้อมเปิดยอดเงินที่ถูกสั่งริบ
ข่าว
25 ก.พ. 2569
"บิ๊กโจ๊ก" อ่วมอีก! ศาลแพ่งสั่งริบเงินตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนที่ใช้ชำระเบี้ยประกันชีวิตกับเมียผ่านบัญชีม้าเว็บพนัน พร้อมเปิดยอดเงินที่ถูกสั่งริบ
25 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ศาลแพ่ง อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของ นางศิรินัดดา หักพาล และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 จำนวน 476,318 บาท ของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ตกเป็นของแผ่นดิน
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องเป็นคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า คดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จึงมิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46
โดยผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 เห็นว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีอาญาที่ 468/2566 ไม่ชอบด้วยกฎหมายกฎเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ก็ชอบที่จะใช้สิทธิทางกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีอาญาแยกต่างหากจากคดีนี้
แต่เมื่อคณะกรรมการธุรกรรม มีการดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเป็นลำดับมาโดยถูกต้อง พนักงานอัยการผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องเป็นคดีนี้
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่า กรณีมีความผิดมูลฐานและผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 กระทำความผิดหรือมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือไม่
ผู้ร้องมี นายสมเพียร ยันทะรักษ์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เบิกความว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ เป็นผู้ใช้บัญชีธนาคารของผู้อื่น เพื่อโอนเงินไปยังบัญชีของบุคคลอื่น เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2
ซึ่งบัญชีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ใช้แทนนั้นเป็นผู้ต้องหาร่วมในคดีอาญาที่ 391/2566 สน.เตาปูน ในความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ในการเล่นทางเสียงอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน
นอกจากนั้น พ.ต.ท.คริษฐ์ ยังถูกดำเนินคดีร่วมกับผู้ต้องหารายอื่นในคดีอาญาที่ 468/2566 สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวหาว่า ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางเสียงอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน และความผิดฐานเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโ ดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
และในช่วงระยะเวลาที่มีพฤติกรรมกระทำความผิด ตรวจสอบพบธุรกรรมการโอนเงินจำนวนมาก เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคดีอาญาอื่น การที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้บัญชีผู้อื่นจะทำธุรกรรมแสวงหาประโยชน์ส่วนตน ย่อมส่อเจตนาไม่สุจริต และปกปิดอำพรางทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สุจริต
กรณีจึงปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า เบี้ยประกันภัยจำนวนดังกล่าว เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ได้เวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยประกันโดย พ.ต.ท.คริษฐ์ ผ่านทางบัญชีธนาคารของบุคคลทั้ง 3 รายดังกล่าวบริษัท เอไอเอ จำกัด ได้โอนเงินเวนคืนกรมธรรม์เข้าบัญชีธนาคารดังกล่าวข้างต้น
กรณีจึงเป็นปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า เงินในบัญชีธนาคารตามคำร้องจำนวน 476,318 บาท เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการ กระทำความผิด ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มีการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เกิดขึ้น
มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปว่า ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 มีความเกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือไม่ เห็นว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ กับพวกยังตกเป็นผู้ต้องหาในความผิด ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับตามทางไต่สวนได้ความว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ได้ใช้บัญชีธนาคารของบุคคลอื่นในลักษณะบัญชีตัวแทน และมีเงินหมุนเวียนสูงถึงหลักล้านบาทมาโดยตลอด จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดวิสัยของบุคคลทั่วไป ที่ทำธุรกรรมทางการเงินโดยสุจริต พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นข้าราชการตำรวจย่อมรู้หรือควรรู้ว่า การใช้บัญชีของบุคคลอื่นในลักษณะดังกล่าว อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด และเป็นการละเมิดต่อกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) หรือความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ. 2542 มาก่อน
เมื่อข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนรับฟังได้ต่อมาว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้คัดค้านที่ 2 และได้ทำหน้าที่เป็นนายเวร หรือผู้ช่วยส่วนตัวของผู้คัดค้านที่ 2 และเป็นบุคคลซึ่งผู้คัดค้านที่ 2 ได้ไว้วางใจดังจะเห็นได้จากการที่ผู้คัดค้านที่ 2 มอบเงินสดจำนวนมากเพื่อให้ พ.ต.ท.คริษฐ์ นำไปชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ ของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 รวมถึงเบี้ยประกันชีวิต ซึ่งเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 พฤติการณ์บ่งชี้ว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 มากกว่าเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาทั่วไป
ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์ กับผู้กระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) หรือความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาก่อน
มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่า ทรัพย์สินจำนวน 3 รายการตามบัญชีรายการทรัพย์สินเป็นทรัพย์สิน เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) หรือความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลรับฟังข้อเท็จจริงข้างต้นแล้วว่า ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 เป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานมาก่อน เมื่อได้ความจากทางไต่สวนว่า บัญชีธนาคารซึ่งใช้รับเงินจากการกระทำความผิด เกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์เงินในบัญชีดังกล่าว จึงมีเงินส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานรวมอยู่ด้วย
แม้เงินที่ผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 จะมอบให้กับ พ.ต.ท.คริษฐ์ จะเป็นเงินที่สุจริต แต่เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ไม่สามารถนำสืบให้ศาลเห็นได้ว่า เงินที่ได้รับการเวนคืนจากบริษัท เอไอเอ จำกัด แล้วนำไปเข้าบัญชีของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 เงินส่วนใดบ้างที่เป็นเงินมาจากบัญชีของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อันเป็นความผิดมูลฐานรวมอยู่ด้วย และเงินส่วนใดบ้างเป็นเงินที่สุจริตไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวนเท่าใด
เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์ กับผู้กระทำความผิดมูลฐานมาก่อน และพยานหลักฐานของผู้คัดค้านที่ 1 และ 2 ไม่อาจหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายได้
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ทรัพย์สินรายการที่ 1-3 เป็นทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน 3 (9) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 จึงมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สินรายการที่ 1-3 ตามบัญชีทรัพย์สินเอกสารหมาย ล.10 พร้อมดอกผลตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 49 และมาตรา 51
