ส่วนที่ก่อนหน้านี้ เมื่อ 17 มี.ค. 69 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยืนยันจะปรับขึ้นเป็นสเตป แต่เมื่อคืนกลับขึ้นทีเดียว 6 บาทโดยไม่มีการแจ้งประชาชนก่อน ทำให้เกิดการตกใจนั้น นายพรชัย กล่าวว่า สถานการณ์โลกที่เราคุยกัน ณ วันนั้น ยังอยู่แค่ 198 เหรียญต่อบาร์เรล จากนั้น 2-3 วัน ก็กระโดดขึ้นมาถึง 242 เหรียญต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกทุกประเทศสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่บอกว่าจะช่วยสนับสนุน แต่เมื่อราคาสูงขนาดนั้น ก็ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายจ่ายมากขึ้น สภาพคล่องก็ขาด ทำให้ต้องมีการปรับขึ้นถึง 6 บาท เพื่อรักษาเสถียรภาพกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ในภูมิภาคอาเซียนราคาก็กระโดดขึ้นไปในลักษณะนี้ โดยเมื่อ 25 มี.ค. 69 ในมาเลเซียก็ขึ้นทีเดียว 7 บาทเหมือนกัน
เมื่อถามย้ำว่า หมายความว่าในอนาคตไม่มีหลักประกันใช่หรือไม่ ว่าจะมีการปรับขึ้นเป็นขั้นบันได สรุปประชาชนต้องลุ้นรายวันใช่หรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า การขึ้นแต่ละครั้ง กบน. พิจารณาหลายมิติ ที่ผ่านมาเราก็ขึ้นแค่ 50 สตางค์ บางครั้งก็ขึ้นบาทกว่าๆ เราดูหลายด้าน ไม่ใช่เฉพาะด้านน้ำมันอย่างเดียว ต้องดูมิติเพื่อนบ้านและมิติประชาชน คงไม่ได้การันตีว่าเราจะขึ้นพรวดเดียว ต้องดูเป็นรายวันไป
ส่วนเหตุใดไม่ใช้วิธีสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายพรชัย กล่าวว่า ไม่ว่าวิธีไหนเราก็มีหลักการพิจารณาเหมือนกัน เพียงแต่ขณะนั้น สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ไม่ได้รุนแรงขนาดนี้ จึงไม่ได้ทำให้ราคาสูงขนาดนี้ แต่ในทางกลับกัน สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นวันหนึ่ง 20-30 เหรียญต่อบาร์เรล ดังนั้นการตัดสินใจบางอย่างต้องรีบดำเนินการไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ ต้องมีการสกัดไว้บ้าง โดยเรายังรักษาเสถียรภาพให้ประชาชนมั่นใจ
ส่วนกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก.ระบุจะนำเรื่องภาษีสรรพสามิตมาใช้ แต่ขณะนี้นายกฯ ยังไม่มีอำนาจเต็ม ตรงนี้จะมีอำนาจในการออกกฎหมาย มาเพื่อบรรเทาเรื่องน้ำมันหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า เรื่องกฎหมายตนไม่ขอก้าวล่วง แต่เรากับกระทรวงการคลัง เคยดำเนินการเรื่องการขอลดภาษีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน หรือสมัยก่อนช่วงที่กรมสรรพสามิตเคยมาขอเงินจากกองทุนน้ำมัน เรามีการประสานกันไว้เรียบร้อย แต่ในเรื่องกฎหมาย ถ้ารัฐบาลใหม่มีความพร้อม ค่อยมาเจรจากันได้
ส่วนในช่วงสงกรานต์ ราคาน้ำมันจะทะลุไปถึง 70 บาทต่อลิตรหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า ราคาน้ำมันในประเทศขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก แต่จะขึ้นถึง 70 บาทหรือไม่ ต้องดูว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีกำลังพอที่จะรักษาสภาพคล่องได้หรือไม่ หากทำได้เราก็จะทำ ทั้งนี้ การลดการจัดเก็บในครั้งนี้จะทำให้ดีขึ้น แต่เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า ราคาในตลาดโลกจะสูงขึ้นเท่าไหร่มากขนาดไหน
ส่วนที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ทำไมถึงขึ้นราคากลางดึก และตั้งข้อสงสัยว่า ก่อนหน้านี้ที่หาน้ำมันเติมไม่ได้ เพราะมีการกักตุนรอราคาขึ้นหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องประกาศกลางดึก เพราะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่สิงคโปร์จะปิดราคาช่วงประมาณ 19.00 น. ซึ่งเขาจะค่อยๆ ปล่อยราคาน้ำมันแต่ละชนิด เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันดูไบ น้ำมันเบนซิน ซึ่งตนต้องมานั่งทำโครงสร้างราคาที่ตีออกมาเป็นค่าเงินบาท กว่าจะเสร็จก็ 21.00 น. และ กบน. ก็มีการประชุมกันในช่วง 21.00 น. เพื่อให้ได้ข้อมูลหลายมิติ เราก็เพิ่งทราบว่าเพื่อนบ้านก็ขึ้นราคา ฉะนั้นการประกาศช่วงดึกไม่ได้ทำเพื่อช่วยเหลือใครทั้งนั้น แค่รอข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้ราคาที่ชัดเจน
ส่วนที่คนสงสัยว่า ผู้ค้ามีการกักตุนรอให้ราคาขึ้นนั้น ยืนยันว่า ไม่มี และทางผู้ค้าก็ไม่ทราบว่าเราจะทำ แม้กระทั่งตนและคนที่ทำงานก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนแน่นอน คีย์ข้อมูล ณ ตอนนั้นเลย รับประกันได้
ส่วนมีการวิเคราะห์อย่างไรที่ก่อนหน้านี้น้ำมันหมดปั๊ม แต่พอราคาขึ้น น้ำมันกลับไม่ขาด นายพรชัย กล่าวว่า เรามองในมิติอัตราเงินกองทุน ส่วนเรื่องการจัดเก็บสต็อกน้ำมัน ขอให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้ตอบจะดีกว่า เขาจะตอบได้ชัดเจน