เนชั่นทีวี

ข่าว

ปชป. จี้รัฐหยุดอุ้มโรงกลั่น ชงสูตร 6 + 3 ลดราคาน้ำมันทันที 9 บาท

26 มี.ค. 2569 | katchatapong_lee

ปชป. จี้รัฐหยุดอุ้มโรงกลั่น ชงสูตร 6 + 3 ลดราคาน้ำมันทันที 9 บาท

"ประชาธิปัตย์" จี้รัฐหยุดอุ้มโรงกลั่น กางสูตร “6 + 3” ลดราคาน้ำมันได้ทันที 9 บาท ไม่โยนภาระใส่ประชาชน-หยุดเสียงสะท้อน "จนไม่ไหวแล้ว"

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการปรับราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นลิตรละ 6 บาท ในวันนี้ (26 มี.ค.) ว่า รัฐบาลต้อง หยุดอ้างกองทุนน้ำมันเพื่อผลักภาระให้ประชาชน เพราะการที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นถึง 6 บาทนั้น ไม่ควรจบลงที่การควักเงินในกระเป๋าคนไทยไปอุดหนุนกำไรโรงกลั่น ซึ่งในข้อเท็จจริงรัฐบาลยังมีทางเลือกอื่นที่ยังไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในขณะนี้

ปชป. จี้รัฐหยุดอุ้มโรงกลั่น ชงสูตร 6 + 3 ลดราคาน้ำมันทันที 9 บาท

พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์

นายพงศกร ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอสูตรแก้ปัญหา "6 + 3 = ลดได้ 9 บาท ได้แก่ การลดภาษีสรรพสามิตชั่วคราว ซึ่งจะสามารถลดทันที 6 บาท และเป็นสิ่งที่ทำได้ทันทีและเคยทำมาแล้วในอดีตในสมัยที่เกิดวิกฤตน้ำมัน เพื่อลดต้นทุน ไม่ใช่การเก็บเพิ่มจากประชาชน และการเก็บภาษีลาภลอย หรือโรงกลั่น ซึ่งละลดเพิ่มได้อีก 3 บาท เพราะในวันที่น้ำมันแพง โรงกลั่นกลับได้กำไรจากค่ากลั่นที่สูงขึ้น ดังนั้น จึงควรดึงกำไรส่วนเกินนี้กลับมาช่วยประชาชน และรวมแล้วสามารถลดราคาน้ำมันได้ถึง 9 บาท

 

นายพงศกร ระบุว่าหลังจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันทันที 6 บาท จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ผ่านฉากทัศน์บันได 5 ขั้น ที่รัฐบาลและประชาชนต้องเตรียมรับมือ ดังนี้

ขั้นที่ 1 (ทันที - 2 สัปดาห์) วิกฤตต้นทุนการเคลื่อนที่ ส่งผลกระทบทันทีกับกลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นสินค้าหลักและปัจจัยในการขนส่ง ค่าระวางเรือ ค่าขนส่งพัสดุ และรถบรรทุกสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้น ค่าโดยสารสาธารณะ ทั้งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ และรถเมล์ (กลุ่มที่ไม่ใช้ไฟฟ้า) จะได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก

ขั้นที่ 2 (1 - 2 เดือน) วัตถุดิบหลักทางการผลิตพุ่งสูง ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันและก๊าซเป็นวัตถุดิบต้นน้ำจะเริ่มปรับราคา เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดน้ำ ถุงพลาสติก และภาชนะต่างๆ จะมีต้นทุนสูงขึ้น ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเกษตร ซึ่งผลิตจากก๊าซธรรมชาติและน้ำมันจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขั้นที่ 3 (2 - 3 เดือน) ต้นทุนแฝงเริ่มซึมเข้าสู่ราคาสินค้าอุปโภค สินค้าในชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น สบู่ ยาสระผม และผงซักฟอก ซึ่งมีส่วนประกอบจากปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะเริ่มขยับราคา วัสดุก่อสร้าง ทั้งปูน เหล็ก และกระเบื้อง ที่ต้องใช้ความร้อนสูงในการผลิตและมีน้ำหนักมากในการขนส่งจะเริ่มปรับตัวตาม

ขั้นที่ 4 (3 - 5 เดือน) วิกฤตราคาอาหารและของสด ทั้งราคาผักและเนื้อสัตว์จะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากต้นทุนค่าปุ๋ย อาหารสัตว์ และค่าขนส่งจากฟาร์มสู่ตลาด ร้านอาหารจานด่วนและอาหารตามสั่งจะเริ่มแบกรับต้นทุนก๊าซหุงต้มและวัตถุดิบไม่ไหว นำไปสู่การปรับขึ้นราคามื้อละ 5-10 บาท

ขั้นที่ 5 (6 เดือนขึ้นไป) วงจรเงินเฟ้อและค่าแรง ปฏิเสธไม่ได้ที่ค่าไฟฟ้า (FT) จะปรับตัวสูงขึ้นตามรอบการคำนวณบัญชีที่มักตามหลังราคาน้ำมันประมาณ 4 เดือน เมื่อราคาสินค้าทุกอย่างแพงขึ้นจนเกิดภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) แรงงานจะเริ่มรับภาระไม่ไหวและออกมาเรียกร้องการปรับค่าแรงขั้นต่ำ การปรับค่าแรงจะกลายเป็นต้นทุนรอบใหม่ที่ทำให้ราคาสินค้าขยับสูงขึ้นไปอีกเป็นวงจรไม่สิ้นสุด

นายพงศกร ยังเรียกร้องรัฐบาลว่า ในเวลานี้ขอให้รัฐบาลเตรียมแผนรับมือสถานการณ์นี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันภาคประชาชนเองก็ต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทก เนื่องจากยังไม่มีความมั่นใจว่าหากสถานการณ์วิกฤตมาถึง รัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการปัญหาได้ดีกว่าปัจจุบันหรือไม่ และขอให้รัฐบาลหยุดนึกถึงนายทุน แล้วหันมามองความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก เนื่องจาก เสียงสะท้อนว่า "จนไม่ไหวแล้ว" ดังขึ้นเรื่อย ๆ จึงอยากเตือนรัฐบาลว่า อย่าให้ประชาชนต้องแบกรับภาระในขณะที่นายทุนรวยไม่ไหวแล้ว

ข่าวล่าสุด