svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

“บำนาญ สส.” บานหนัก ภาษีคนไทยอุ้มต่อเนื่อง 3.8 พันล้าน!

26 มี.ค. 2569

เปิดตัวเลขจริง "เงินทุนเลี้ยงชีพ" สส.-สว. ทำงานปีเดียวรับบำนาญตลอดชีพ แฉปี 68 กองทุนถังแตกจนต้องควัก "งบกลาง" เติม 373 ล้าน ยอดสะสม 12 ปี พุ่ง 3.8 พันล้าน

26 มีนาคม 2569 อีกหนึ่งประเด็นที่ สส. และ สว. ยังเก็บเงียบ ไม่พูดถึงกันเท่าไหร่เลย ทั้งๆ ที่เป็น 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องของ "หมอวรงค์"  นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เช่นกัน ก็คือ เงินบำนาญของ สส. 

ชื่ออย่างเป็นทางการ ไม่ได้เรียก “บำนาญ” แต่เรียกว่า “เงินทุนเลี้ยงชีพผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” ซึ่งรวมหมดทั้ง สส. และ สว. 

การบริหารจัดการเงินทุนก้อนนี้ ทำในรูปของ “กองทุน” เรียกว่า “กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” จัดตั้งตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ.2556 

สิทธิประโยชน์หลักๆ คือ สมาชิกรัฐสภาจะได้ “เงินทุนเลี้ยงชีพ” จ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีพ โดยจะได้รับเมื่อพ้นตำแหน่งไปแล้ว อัตราที่จะได้รับเป็นรายเดือน คำนวณจากระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง หมายความว่า “ยิ่งอยู่นาน เป็น สส.หรือ สว.นานๆ จะยิ่งได้มาก

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม

เม็ดเงินในกองทุน มาจากหลายแหล่ง ได้แก่ 

  • เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ 
  • เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 
  • เงินที่สมาชิกรัฐสภาส่งเข้ากองทุนในอัตราที่คณะกรรมการกองทุนฯ กำหนด ปัจจุบันอยู่ที่ 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน 

ข้อมูลจาก "หมอวรงค์" ระบุว่า กองทุนนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2557 และมีสถานะจนถึงปัจจุบัน ปี 2569 ใช้เงินภาษีของประชาชนมาดูแลสวัสดิการนักการเมืองเป็นหลัก เพราะเงินที่สมาชิกรัฐสภาจ่ายเข้ากองทุนฯ มีไม่พอสำหรับสิทธิประโยชน์​

"หมอวรงค์" มองว่า สิทธิประโยชน์ที่กำหนดไว้ ถือว่ามากเกินไป กล่าวคือ หากเป็น สส. ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จะได้รับบำนาญตลอดชีพ เดือนละประมาณ 21,300 บาท และเงินบำนาญจะเพิ่มตามระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง สูงสุดจะได้รับจำนวน 42,700 บาท 

แต่หากผู้ใดเป็น สส. ไม่ถึง 1 ปี โดยมีการยุบสภาก่อน จะได้รับบำนาญ 4 เท่าของระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง เช่น เป็น สส. 10 เดือนแล้วยุบสภา จะได้รับบำนาญประมาณ 40 เดือน โดยได้รับเดือนละ 21,300 บาท 

นอกจากได้รับบำนาญแล้ว ยังมีสวัสดิการอีก 4 ประการ ประกอบด้วย

  • ค่ารักษาพยาบาล ได้ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน หรือใช้สิทธิในการตรวจร่างกาย ปีละ 130,000 บาท 
  • เบิกค่าการศึกษาบุตร จำนวน 2 คน เบิกได้ถึงอายุไม่เกิน 25 ปี
  • กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเพิ่มอีกเดือนละ 15,000 บาท
  • กรณีเสียชีวิต จะมีเงินช่วยเหลืออีกจำนวน 200,000 บาท นอกเหนือจากค่าปลงศพ 

ประเด็นที่หลายฝ่ายไม่เคยพูดถึง ก็คือ สถานะของกองทุน ถือว่า “ขาดสภาพคล่อง” โดยในปีงบประมาณ 2568 กองทุนฯมีเงินไม่พอจ่ายให้อดีตสมาชิกที่พ้นตำแหน่งไปแล้ว  เนื่องจากมีการ "ปรับเพิ่มอัตราเงินเยียวยา" ในช่วงปี 2567 ทำให้รายจ่ายสูงกว่ารายรับที่ตั้งงบไว้เดิม

ปีงบประมาณ 2568 มีการนำ "งบกลาง" มาอุ้มกองทุนฯ โดยเป็นงบกลางในหมวดเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินหรือจำเป็น เติมให้ 373.8 ล้านบาท เพื่อให้กองทุนฯมีเงินเพียงพอจ่ายบำนาญสมาชิกจนถึงสิ้นปีงบประมาณ

กองทุนนี้ ในปัจจุบันถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำกับประชาชนทั่วไป เนื่องจากเป็น สส. ดำรงตำแหน่งเพียง 1 สมัย 4 ปี หรือบางกรณีไม่ถึง 1 สมัย แต่ครบ 1 ปี ก็มีสิทธิรับเงินเลี้ยงชีพไปตลอดชีวิต เรียกว่า “ทำงาน 1 ปี รับเบี้ยตลอดชีพ” ในขณะที่ประชาชนทั่วไปต้องส่งเงินประกันสังคมหรือออมเงินเองอย่างหนักเพื่อให้ได้บำนาญในระดับที่ใกล้เคียงกัน

ตัวเลขสะสมตั้งแต่ตั้งกองทุนฯ ปี 2557 จนถึงปี 2569 ต้องใช้งบประมาณจากภาษีอากรไปดูแลกองทุนฯ แล้วกว่า 3,821 ล้านบาท