“อนุทิน” ตื่นแล้ว ออก 6 มาตรการบริหารผลกระทบวิกฤตพลังงาน 2569
23 มี.ค. 2569
“อนุทิน” ตื่นแล้ว ออก 6 มาตรการ บริหารวิกฤตพลังงาน 2569 สั่งหน่วยงานราชการประหยัดไฟ เปิดแอร์ 08.30-16.30 น. ปิดไฟตอนเที่ยงสำหรับห้องที่ไม่ใช้งาน
ข่าว
23 มี.ค. 2569
“อนุทิน” ตื่นแล้ว ออก 6 มาตรการ บริหารวิกฤตพลังงาน 2569 สั่งหน่วยงานราชการประหยัดไฟ เปิดแอร์ 08.30-16.30 น. ปิดไฟตอนเที่ยงสำหรับห้องที่ไม่ใช้งาน
23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ออกหนังสือเวียน องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ รองนายกฯ รัฐมนตรี กระทรวง กรม เกี่ยวกับมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการ ผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง วิกฤตพลังงาน 2569 ระบุว่า
กระทรวงพลังงานได้เสนอเรื่อง มาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการผลกระทบ จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ไปเพื่อดำเนินการ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เสนอความเห็นไปเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีด้วย ส่วนความเห็นของสำนักนายกรัฐมนตรี (สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รับภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นแล้ว ความละเอียดปรากฏ ตามสำเนาหนังสือที่ส่งมาด้วยนี้
คณะรัฐมนตรีประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ลงมติว่า
1. รับทราบมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการ ผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบ ในตะวันออกกลางตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ และให้กระทรวงพลังงานรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
2. เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ดังนี้
2.1 ให้กระทรวงพาณิชย์มอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด ในการกวดขันไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง และมีให้มีการกำหนดราคาขายส่งและขายปลีกที่สูงเกินควร เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างต่อเนื่อง
2.2 ให้กระทรวงการคลังพิจารณาสนับสนุนการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงแนวทางการปรับลดภาษีสรรพสามิตลงชั่วคราวในกรณีที่สภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถอุดหนุนราคาน้ำมันได้ โดยให้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
2.3 ให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานขอความร่วมมือสถานีโทรทัศน์ วิทยุ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ให้ร่วมกันรณรงค์การประหยัดพลังงานในทุกภาคส่วนในช่วงสถานการณ์วิกฤต และขอความร่วมมือให้ภาคเอกชนดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานตามความเหมาะสมด้วย
3. ให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากำหนดฉากทัศน์ (Scenario) ของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละกรณี รวมถึงผลกระทบในด้านต่าง ๆ และมาตรการรองรับของประเทศไทยในแต่ละฉากทัศน์ให้ครบถ้วนและชัดเจน
โดยให้ครอบคลุมถึงภาพรวมของทิศทางราคาพลังงาน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ราคาผลผลิต ทางการเกษตร และปัจจัยความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เสนอศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางพิจารณา เพื่อรายงานให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นภาพรวมของแนวทางการดำเนินการและสามารถนำข้อมูลไปบริหารจัดการสถานการณ์ และดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีต่อไป
4. ให้ทุกส่วนราชการดำเนินการตามมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานราชการตามนัยหนังสือกระทรวงพลังงาน ด่วนที่สุด ที่ พน 0502/036 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2569 รวมทั้งมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 (เรื่อง มาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ) อย่างเคร่งครัด เช่น ให้เปิดเครื่องปรับอากาศเฉพาะในเวลาทำงาน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ให้ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเชียส และให้ปิดไฟส่องสว่างในช่วงพักเที่ยง หรือในห้องที่ไม่ได้ใช้งานตลอดเวลา เป็นต้น ทั้งนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเป็นอย่างอื่น
5. ให้รัฐมนตรีซึ่งมีหน้าที่และอำนาจกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานกำกับดูแล (เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นต้น) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดให้นำมติคณะรัฐมนตรีนี้ไปปฏิบัติด้วย
6. ขอความร่วมมือให้สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ ตลอดจนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และหน่วยงานในกำกับของรัฐสภา พิจารณาดำเนินการตามข้อ 4 ตามความเหมาะสมด้วย
