“พิพัฒน์” แจงปัญหาน้ำมันหน้าปั๊มขาด เร่งออก B20 เพื่อแก้ปัญหา
17 มี.ค. 2569
“พิพัฒน์” แจงปัญหาน้ำมันหน้าปั๊มขาด เพราะภาคอุตสาหกรรมแย่งเติม เร่งออก B20 ขายตรงให้ "ภาคขนส่ง-อุตสาหกรรม-เกษตร" ลดปัญหาขาดแคลนน้ำมัน
ข่าว
17 มี.ค. 2569
“พิพัฒน์” แจงปัญหาน้ำมันหน้าปั๊มขาด เพราะภาคอุตสาหกรรมแย่งเติม เร่งออก B20 ขายตรงให้ "ภาคขนส่ง-อุตสาหกรรม-เกษตร" ลดปัญหาขาดแคลนน้ำมัน
17 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นำทีมแถลงภายหลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อรับมือภาวะวิกฤตพลังงาน ว่า หลังจากวันนี้ไปแล้ว จะมีการปรับราคาน้ำมันดีเซลขึ้น ซึ่งตอนนี้ มีการประกาศราคาในทุกชนิดน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นเบนซิน E10 E20 E85 และ B7 หลังจากนี้ จะมีการประกาศราคาเพิ่มขึ้น โดยจะประกาศราคาหน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมัน โดย B7 จะมีการทยอยปรับขึ้น
ส่วนโปรดักส์ใหม่ คือ B10 ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลาอีกช่วงหนึ่ง ในการเตรียมความพร้อมของสถานีบริการ และยังมี B20 ซึ่งในอดีตเคยขายมาแล้ว และทางกระทรวงพลังงานตรวจสอบแล้วว่า มีรถขนส่งใหญ่ 10 ล้อขึ้นไปสามารถใช้ได้ จึงจะนำน้ำมัน B20 ขายส่งไปช่วยเหลือในภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง ภาคการเกษตร รวมไปถึงการก่อสร้างโดยตรง ไม่มีจำหน่ายในสถานีบริการ
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงปัญหาปัจจุบันว่า พ่อค้าคนกลางไม่สามารถนำน้ำมัน ไปขายให้กับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ เพราะราคาหน้าโรงกลั่นปัจจุบัน ยังแพงกว่าหน้าสถานีบริการเล็กน้อย หากซื้อจากโรงกลั่นหรือจากคลังน้ำมัน พ่อค้าคนกลางจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่ง รวมไปถึงต้องรับความเสี่ยงน้ำมันที่จะสูญหาย ระหว่างการเดินทาง จึงเกิดสภาวะน้ำมันขาดแคลน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมส่วนหนึ่ง ต้องมาเติมน้ำมันในสถานีบริการ เปรียบเสมือนมาแย่งน้ำมันเราใช้
"ที่ผ่านมาภาคเหล่านี้ ซื้อน้ำมันผ่าน จ๊อบเบอร์ เป็นหลัก เมื่อ จ๊อบเบอร์ ไม่ขายน้ำมันภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้ มันก็เกิดความโกลาหล รถไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุก หรืออะไรก็แล้วแต่ หรือภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ต้องไปรวมกันซื้อน้ำมันจากสถานีบริการ ทำให้พวกเราประสบว่า เวลาเข้าไปเติมน้ำมันไม่ว่าจะยี่ห้ออะไร จะเกิดเหตุการณ์ว่าน้ำมันหมด บางครั้งอาจจะหมดทุก โปรดักส์ หรือหมดเพียงบางโปรดักส์ ในแต่ละสถานีบริการ"
สำหรับการผสมสูตรน้ำมัน จะนำสินค้าของเกษตรกรไทย เพื่อดันราคาสินค้าของเกษตรให้เพิ่ม โดยเฉพาะปาล์ม เพื่อคงราคาปาล์มไว้ที่ 7 บาทให้ได้
