กมธ.วิสามัญฯ จ่อฟัน MOU 43 ลงมติชี้ชะตา 24 มี.ค.นี้ ชัดกัมพูชาละเมิดไทย
11 มี.ค. 2569
กมธ.วิสามัญฯ จ่อฟัน MOU 43 ลงมติชี้ชะตา 24 มี.ค.นี้ หลังมีมติเอกฉันท์โละ MOU 44 ชี้กัมพูชาละเมิดอธิปไตยซ้ำซาก-ลักไก่เขื่อนดักตะกอนรุกน่านน้ำไทย
ข่าว
11 มี.ค. 2569
กมธ.วิสามัญฯ จ่อฟัน MOU 43 ลงมติชี้ชะตา 24 มี.ค.นี้ หลังมีมติเอกฉันท์โละ MOU 44 ชี้กัมพูชาละเมิดอธิปไตยซ้ำซาก-ลักไก่เขื่อนดักตะกอนรุกน่านน้ำไทย
11 มีนาคม 2569 ภายหลังความขัดแย้งกรณีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทยและกัมพูชา กลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง ล่าสุด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงาน คณะกรรมาธิการวิสามัญวุฒิสภา ศึกษาผลดี-ผลเสีย MOU 2543 และ 2544 ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึก จากการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่อง MOU 2543 และ MOU 2544 ซึ่งมีการประชุมร่วมกันมาแล้วถึง 18 ครั้ง
และถ้ารวมการประชุม วันที่ 17 มีนาคม 69 และวันที่ 24 มีนาคม 69 ด้วยก็จะเป็นทั้งหมด 20 ครั้ง มีการลงพื้นที่ทั้ง 7 จังหวัดที่ติดแนวชายแดนไทยกัมพูชาครบถ้วน จึงมีข้อมูลที่รอบด้านในทุกมิติ รวมถึงรายงานจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จริง ทั้งทางบกและทางทะเล ในส่วนของเอกสารหลักฐานนั้น มีเอกสารย้อนหลังไปถึง 100 กว่าปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1904 และ 1907 จึงถือว่าข้อมูลที่มีอยู่ครบถ้วนชัดเจน และจะเป็นรายงานที่ละเอียดมากที่สุดฉบับหนึ่ง กรรมาธิการของทั้งสองสภาที่เคยทำการศึกษาเรื่อง MOU 2543-2544 มาในอดีต และเตรียมสรุปผลในเร็ววันนี้
ดร.นพดล เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอ "ยกเลิก MOU 2544" ที่เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล เนื่องจากพบข้อมูลที่น่ากังวลหลายประการ เส้นเขตแดนรุกรานเกาะกูด แม้ตามสนธิสัญญาปี ค.ศ. 1907 เกาะกูดจะเป็นของไทยชัดเจน แต่กัมพูชากลับลากเส้นพาดผ่านเกาะกูดถึง 1 ใน 3 เพื่อหวังผลในพื้นที่ทับซ้อนที่มีทรัพยากรปิโตรเลียมมหาศาล
เขื่อนดักตะกอนรุกอธิปไตย จากการลงพื้นที่จริงที่ จ.ตราด พบกัมพูชาแอบสร้างเขื่อนดักตะกอนยาวเกือบ 1 กิโลเมตร เพื่อจงใจเปลี่ยนสภาพชายหาด และใช้เป็นข้ออ้างในการแบ่งเขตไหล่ทวีป ซึ่งถือเป็นการรุกรานที่ชัดเจน จนกองทัพเรือไทยต้องเข้าดำเนินการกดดันจนมีการรื้อถอนในเวลาต่อมา
ฝ่ายกัมพูชาพยายามผลักดันการแบ่งผลประโยชน์พลังงานแบบครึ่งต่อครึ่ง ทั้งที่หากลากเส้นตามหลักสากล (แบ่งครึ่งระหว่างเกาะกูดและเกาะกง) พื้นที่ทับซ้อนจะลดลงอย่างมาก และไทยจะได้เปรียบกว่าที่เป็นอยู่
ในส่วนของ MOU 2543 ซึ่งครอบคลุมเขตแดนทางบก ดร. นพดล ระบุว่า กรรมาธิการกำลังพิจารณาอย่างหนัก เนื่องจากพบการละเมิดข้อตกลงที่ระบุว่า "ห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพปัจจุบัน" มาโดยตลอดกว่า 20 ปี
"เราพบว่าไทยประท้วงกัมพูชาไปแล้วไม่ต่ำกว่า 700-800 ครั้ง ในช่วง 24-25 ปีที่ผ่านมา จากการถูกละเมิดแนวเขต ทั้งการขุดคูคลอง และการรุกล้ำพื้นที่บริเวณปราสาทโดนตวร จ.ศรีสะเกษ"
ประเด็นที่น่าสนใจคือพื้นที่ "ช่องอานม้า" ซึ่งในอดีตไทยยอมให้ชาวกัมพูชา ขึ้นมาขายของป่าตามหลักมนุษยธรรม แต่กลับถูกฉวยโอกาสสร้างบ้านถาวรกว่า 200 หลังคาเรือน จนกลายเป็นปัญหาบุกรุกเรื้อรัง ซึ่งภายหลังการสู้รบรอบสอง กองทัพไทยสามารถผลักดันและยึดคืนพื้นที่สำคัญกลับมาได้ 14-15 จุด
ความพร้อมของกลไกเดิม แม้ไม่มี MOU 2543 แต่กลไกการเจรจาทวิภาคีอย่าง RBC (คณะกรรมการชายแดนภูมิภาค) และ GBC (คณะกรรมการชายแดนทั่วไป) ยังคงทำหน้าที่ได้ตามปกติ
ความมั่นคงของผู้อยู่อาศัย ลดผลกระทบต่อประชาชนตามแนวชายแดน 7 จังหวัดที่ไม่ต้องการเผชิญกับการอพยพซ้ำซากจากการสู้รบ
ดร.นพดล ทิ้งท้ายด้วยการเตือนไปยังรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะตั้งขึ้นว่า ในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไม่ตรงไปตรงมา ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารต้องเป็นเอกภาพ หากมีความเห็นแตกแยก กัมพูชาจะใช้ช่องว่างนี้โจมตีไทยในเวทีโลกทันที
