svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

อนาคตบนเส้นด้าย! ดาบสอง สตช. รอฟัน “สส.กฤต”

10 มี.ค. 2569

ส่องคดี ‘สส.กฤต’ พรรคกล้าธรรม เจอศึกหนัก 2 ด้าน ‘ดีเอสไอ-ตำรวจ’ เผยเงื่อนงำความเห็นแย้ง จนต้องถึงมืออัยการสูงสุดชี้ขาด

10 มีนาคม 2569 เส้นทางการเมืองของ "สส.กฤต" หรือ นายชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาและความปลอดภัยทางกฎหมาย หลังถูกรุกหนักจากทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และคดีเก่าของตำรวจที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี จนกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาในสัปดาห์นี้

โดยคดีของ “สส.กฤต” ชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพิ่งนำกำลังบุกค้น 5 จุด เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่ยังไม่พบตัว จึงได้ออกหมายเรียก และนัดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และสอบปากคำในวันที่ 12 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นข่าวครึกโครมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น เป็นคนละคดีกับที่ตำรวจทำ และเคยมีข่าวมาก่อนหน้านี้ 

สำหรับคดีของตำรวจ แยกเป็นสองเรื่องสำคัญ 

1 คดีฟอกเงิน เจ้าของสำนวนคือ สภ.เมืองสงขลา สืบเนื่องจากการจับเว็บพนันออนไลน์ เมื่อปี 2565 คดีนี้อัยการสั่งสอบเพิ่ม และตำรวจส่งหลักฐานและสอบปากคำพยานเพิ่มไปหมดแล้ว รอ “อัยการสูงสุด” พิจารณาสั่งคดี 

2 คดีจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ เจ้าของสำนวนคือ สภ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขยายผลจากคดีแรกที่ สภ.สงขลา คดีนี้อัยการสั่งสอบเพิ่มเช่นกัน ทาง สภ.หาดใหญ่ สอบเพิ่มเรียบร้อยแล้ว และได้ส่งหลักฐานให้ “อัยการสูงสุด” พิจารณาสั่งคดี 

  • ทั้งสองคดี หรือคดีใดคดีหนึ่ง หาก “อัยการสูงสุด” เห็นว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอ และมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็จะเรียก สส.กฤต ไปรับทราบข้อกล่าวหา และนำตัวไปฟ้องต่อศาล
  • ทั้งสองคดี เป็นคนละส่วนกับที่ดีเอสไอกำลังดำเนินการ ซึ่งขยายผลมาจากการทลายเครือข่ายพนันออนไลน์กรณีอื่นๆ   

อนาคตบนเส้นด้าย

  • ทั้ง 2 คดี อัยการสูงสุดเป็นคนสั่งสอบเพิ่ม
  • ไม่ว่าอัยการสูงสุดมีคำสั่งอย่างไร จะถือเป็นที่ยุติ ถ้าสั่งไม่ฟ้อง เท่ากับคดีจบ แต่ถ้าสั่งฟ้อง สส.กฤต ต้องไปสู้คดีต่อไปศาล
  • สาเหตุที่คดีนี้เป็นอำนาจสั่งคดีของ “อัยการสูงสุด” เพราะอัยการจังหวัดมีความเห็นสั่งฟ้อง แต่ตำรวจมีความเห็นแย้ง

มีข้อสังเกตว่า คดีนี้ “ตำรวจเป็นคนจับ” แล้วทำไม “ตำรวจจึงเห็นแย้งอัยการ” คือ มีความเห็นไม่ควรสั่งฟ้อง

**คำตอบคือ ทีมที่จับไม่ใช่ตำรวจท้องที่ แต่เป็นตำรวจชุด PCT ภายใต้การนำของ พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ เมื่อครั้งครองยศ พลตำรวจตรี เมื่อจับแล้วก็ส่งให้ตำรวจท้องที่ทำคดีต่อ แต่มีอิทธิพลของ “อดีตบิ๊กสีกากีบางราย” ทำให้คดีถูกบิดไป ส่งผลให้คดียืดเยื้อเกินคาด จนต้องถึงมืออัยการสูงสุดชี้ขาด 

  • เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า ทั้งคดีของดีเอสไอ และคดีของตำรวจที่รอคำสั่งอัยการสูงสุด หากมีหมายจับ หรือคำสั่งออกมาในช่วงหลังวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ซึ่งเปิดสมัยประชุมสภาแล้ว สส.กฤต น่าจะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ตำรวจ หรือ ดีเอสไอ ไม่สามารถจับกุม คุมขัง หรือนำตัวไปฟ้องได้ระหว่างสมัยประชุม