ด้าน นางผุสดี กลิ่นทอง หรือ อาจารย์เป้า แดงสิงห์บุรี ประชาชนที่มารอให้กำลังใจหน้าเรือนจำฯ เปิดเผยว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างมาก เนื่องจากใกล้ถึงวันที่ นายทักษิณ ชินวัตร จะได้รับการปล่อยตัว โดยตลอดช่วงที่ผ่านมา กลุ่มผู้สนับสนุนได้จัดกิจกรรมบริเวณหน้าเรือนจำมาแล้ว 24 ครั้ง ล่าสุดมีการประชุมเตรียมความพร้อม หลังได้รับข้อมูลกำหนดการจากผู้ที่เข้าเยี่ยมภายในเรือนจำ รวมถึงการชี้แจงจากกรมราชทัณฑ์ว่า วันที่ 9 พ.ค.69 จะครบกำหนด 8 เดือน ตามเงื่อนไขการได้รับอภัยโทษ จากนั้นวันที่ 10 พ.ค.69 จะเป็นขั้นตอนดำเนินเอกสาร ก่อนปล่อยตัวในวันที่ 11 พ.ค.69 เวลา 08.00 น.
คาดว่าเมื่อออกจากเรือนจำแล้ว กลุ่มผู้สนับสนุนจะร่วมกันร้องเพลงชาติต้อนรับการกลับมา และเนื่องด้วยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ซึ่งทางกลุ่มคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศจะทยอยเดินทางมาปักหลักค้างคืนกันที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค.69 และจะเริ่มเวทีปราศรัยมาราธอน สลับหมุนเวียนแกนนำขึ้นพูดบนเวทีตั้งแต่เวลา 14.00 น. จนถึงช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69
จากนั้นเมื่อขบวนรถยนต์ของนายทักษิณ เคลื่อนออกจากพื้นที่เรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อไปยังสถานที่พักโทษบ้านจันทร์ส่องหล้า เขตบางพลัด กลุ่มคนเสื้อแดงจะนำขบวนรถขับตามไป เพื่อไปส่งอดีตนายกรัฐมนตรีจนถึงบ้านพัก
ทั้งนี้ กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค.69 จะมีทั้งแกนนำบางส่วนจากพรรคเพื่อไทยมาร่วมเวทีปราศรัย อาทิ นายจักรภพ เพ็ญแข และคู่สมรส นายอรรถชัย อนันตเมฆ หรือโด่ง นายชาญยุทธ เฮงตระกูล นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายวรชัย เหมะ เป็นต้น และจะมีการเตรียมอาหารและน้ำดื่มคอยบริการตลอดทั้งวัน ส่วนเรื่องความปลอดภัยและการขออนุญาตใช้พื้นที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมนั้น จะได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น เพื่ออำนวยความสะดวก ส่วนในช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 กลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ระหว่างการประสานขออนุญาตใช้สถานที่เพื่อตั้งเวทีปราศรัย เบื้องต้นอาจเป็นอาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือไม่ก็สนามกีฬาเทพหัสดิน เขตปทุมวัน หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
อาจารย์เป้า ยังกล่าวถึงความคาดหวังต่อบทบาททางการเมืองของนายทักษิณหลังพ้นโทษ ว่า โดยส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงและอยากให้ท่านได้ใช้เวลากับครอบครัว ไม่ต้องลงมายุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ มากนัก เว้นแต่หากพรรคการเมือง ต้องการคำแนะนำก็สามารถเชิญไปให้ความรู้หรือคำปรึกษาได้ เพราะเห็นว่านายทักษิณเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และเป็นที่รักของประชาชนจากนโยบายในอดีต เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน และโครงการ SML ซึ่งเป็นนโยบายที่ประชาชนยังจดจำได้จนถึงปัจจุบัน พร้อมกันนี้ สิ่งที่อยากบอกกับนายทักษิณมากที่สุดเมื่อได้พบกัน คือ ความดีใจที่ได้เห็นกลับมาพบครอบครัวอีกครั้ง และย้ำว่ากลุ่มผู้สนับสนุนยังคงมีความรัก ความห่วงใย และศรัทธาในตัวนายทักษิณเสมอมา