svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ก.อุตฯ จับมือเอกชน รับมือขัดแย้งตะวันออกกลาง ช่วยผู้ประกอบการ

06 มี.ค. 2569

"ธนกร" เผย ก.อุตฯ จับมือภาคเอกชน รับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง งัดมาตรการเร่งด่วน ช่วยผู้ประกอบการ

6 มีนาคม 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้ง ระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือที่สำคัญ คิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของการบริโภคน้ำมันทั้งโลกต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และอาจแตะระดับ 150 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลหากสงครามยังคงยืดเยื้อต่อไป ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปัจจุบันอยู่ที่ 79 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (ข้อมูล ณ วันที่ 6 มี.ค.2569) ซึ่งส่งผลให้อุตสาหกรรม ที่มีการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตมีต้นทุนสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนการขนส่งทางเรือ ที่เพิ่มขึ้นจากค่าประกันสินค้า และค่าระวางเรือประมาณร้อยละ 50–140
 

กระทรวงอุตสาหกรรมได้วิเคราะห์โครงสร้างอุตสาหกรรม เพื่อประเมินกลุ่มที่ควรเฝ้าระวัง จากความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานพบว่า อุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานสูง เช่น การผลิตปูนซีเมนต์และคอนกรีต การผลิตแก้ว/ กระจกแผ่น การผลิตกระเบื้องและเซรามิก การผลิตก๊าซและปิโตรเลียม การผลิตสิ่งทอและเสื้อผ้า และการผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษ มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มอื่น รวมถึงอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในแง่ของวัตถุดิบ
 

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเหล่านี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อัญมณีและเครื่องประดับ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ คาดว่าในระยะต้นอาจยังไม่ส่งผลกระทบ ต่อภาพรวมภาคอุตสาหกรรมไทย ยังอยู่ในระดับที่สามารถติดตาม และบริหารจัดการความเสี่ยงได้ แต่ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดหากความขัดแย้งยืดเยื้อ 
 

ก.อุตฯ จับมือเอกชน รับมือขัดแย้งตะวันออกกลาง ช่วยผู้ประกอบการ

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ดังกล่าวยังมีอุตสาหกรรมบางประเภท ที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวก ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นในภาวะสงคราม ซึ่งไทยมีศักยภาพด้านวัตถุดิบ และการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ Hybrid จากแนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนและเพิ่มสูงขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อาจมีโอกาสด้านการส่งออกเพิ่มขึ้น ส่วนอุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง มีความต้องการยางธรรมชาติทดแทนยางสังเคราะห์ และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษ จากต้นทุนปิโตรเคมีที่สูงขึ้น ทำให้มีแนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษทดแทนพลาสติก
 

จากการรับฟังข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการต่อภาครัฐพบว่า มี 2 ประเด็นสำคัญ (1) การบริหารจัดการความเสี่ยงและวัตถุดิบ เช่น การจัดหาแหล่งวัตถุดิบ และปัจจัยการผลิตสำรอง โดยเฉพาะพลังงานจากตะวันออกกลาง การกระจายตลาดส่งออก และการบริหารจัดการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ไม่ปกติ และ (2) การปรับตัวและพัฒนาธุรกิจ เช่น การลดต้นทุนการผลิตการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การพัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการผลิตและการตลาด รวมทั้งส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและสินค้า ภายในประเทศ

 

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมมาตรการเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมในระยะกลางและระยะยาว ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่
 

(1) ด้านกระบวนการผลิต เช่น ส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตให้ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน รวมถึงการสำรองวัตถุดิบและปรับแผนการผลิตตามความพร้อมของวัตถุดิบ
 

(2) ด้านการลดต้นทุน เช่น สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาดในโรงงานผ่านโซลาร์รูฟท็อป การผลิตพลังงานจากชีวมวล และการส่งเสริมการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) จากกากน้ำตาลและน้ำมันปาล์มทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น
 

(3) ด้านแหล่งเงินทุน เช่น สนับสนุนสินเชื่อภายใต้กองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ สินเชื่อ SME Green Productivity ภายใต้ SME D Bank และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(Soft Loan)
 

(4) ด้านสิทธิประโยชน์ เช่น สนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านภาษีแก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและลดการใช้พลังงาน
 

สำหรับมาตรการสนับสนุนในระยะกลางและระยะยาว กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างจัดทำแผนปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน โดยร่วมกับอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ เพื่อกำหนดทิศทางการปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีการระบุถึงปัญหาอุปสรรค เป้าหมาย/ทิศทางการปรับโครงสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์เป้าหมาย ลดการพึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบพลังงาน ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) และ Made in Thailand เพื่อขับเคลื่อนการปรับโครงสร้าง อุตสาหกรรมให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
 

“กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ได้มองเฉพาะการติดตามสถานการณ์ในระยะสั้นเท่านั้น แต่เตรียมมาตรการรองรับอย่างเป็นระบบทั้งในระยะเร่งด่วน และระยะต่อเนื่อง โดยในระยะเร่งด่วนจะเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในการปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนแหล่งเงินทุน และสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง
 

ขณะเดียวกันจะเดินหน้าปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาวัตถุดิบและพลังงานนำเข้า และเสริมความยืดหยุ่นของภาคการผลิตไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัว และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้”  นายธนกร กล่าว
 

ทั้งนี้ สำหรับในส่วนของนายธนกร มีรายงานว่า วานนี้ (5 มี.ค.) นายธนกร พร้อมกลุ่ม สส.ที่เป็นทีมเดียวกัน 5 คน ได้ไปรายงานตัวที่สภาฯ แล้วพร้อมกับคณะ สส.ภูมิใจไทย เพื่อแสดงถึงความเหนียวแน่นภายในพรรค
 

ก.อุตฯ จับมือเอกชน รับมือขัดแย้งตะวันออกกลาง ช่วยผู้ประกอบการ  
 

ก.อุตฯ จับมือเอกชน รับมือขัดแย้งตะวันออกกลาง ช่วยผู้ประกอบการ