svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"มือกฎหมาย ปชน." ชี้ "บัตรเขย่ง 3 แสนใบ" เยอะผิดธรรมชาติ ส่อ เลือกตั้งไม่สุจริต-เที่ยงธรรม

23 ก.พ. 2569

"มือกฎหมาย ปชน." ชี้ "บัตรเขย่ง 3 แสนใบ" เยอะผิดธรรมชาติ ส่อ เลือกตั้งไม่สุจริต-เที่ยงธรรม จี้ กกต. แจงปมพิรุธ "บาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้ง เชื่อซ้ำรอยปี 49

23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคประชาชน นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง และทีมกฎหมายพรรคประชาชน กล่าวถึง แนวทางการรองรับกรณีการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ว่า ถ้ามีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ เราต้องรอดูเพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งพรรคประชาชนยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้น่าจะเป็นประเด็น ว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยลับ และหากเป็นเช่นนั้นจริงจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลปกครองเมื่อปี 2549 ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และทำการเพิกถอนการเลือกตั้ง 

 

 

"มือกฎหมาย ปชน." ชี้ "บัตรเขย่ง 3 แสนใบ" เยอะผิดธรรมชาติ ส่อ เลือกตั้งไม่สุจริต-เที่ยงธรรม

 

"มือกฎหมาย ปชน." ชี้ "บัตรเขย่ง 3 แสนใบ" เยอะผิดธรรมชาติ ส่อ เลือกตั้งไม่สุจริต-เที่ยงธรรม

 

"มือกฎหมาย ปชน." ชี้ "บัตรเขย่ง 3 แสนใบ" เยอะผิดธรรมชาติ ส่อ เลือกตั้งไม่สุจริต-เที่ยงธรรม

 

 

 

 

 

ฉะนั้นจึงมีการประเมินว่า ถ้าเห็นว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับจะมีปัญหาเรื่องความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทางพรรคก็ต้องดูว่าศาลจะวินิจฉัยว่าจะเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมดหรือไม่ ถ้ามีการเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งหมดและให้จัดเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาชนก็มีความพร้อมในฐานะพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครเข้าสู่สนามการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง

 

 

 

เมื่อถามว่าหากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาหลังจากที่ กกต. รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว จะขัดข้อกฎหมายหรือไม่ 

 

 

นายธีระ กล่าวว่า หากศาลวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเพิกถอนการเลือกตั้ง และบังคับให้จัดการเลือกตั้งใหม่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่มี จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยไม่จำเป็นต้องไปตรากฤษฎีกาใหม่

 

ส่วนกรณีที่ กกต. ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย หากการเลือกตั้งมีปัญหาหรือไม่ เรื่องนี้ถ้าศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จากเหตุการณ์จัดการเลือกตั้งที่มีปัญหาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องก็จะไปที่ศาลยุติธรรมส่วนศาลยุติธรรมจะตัดสินอย่างไรเราก็ตอบไม่ได้ ว่าการจัดการเลือกตั้งอาจเกิดปัญหา อาจเป็นเพราะความตั้งใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง 

 

ถ้าเรามีความเห็นว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการจัดการเลือกตั้ง ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว กกต. จะต้องรับผิดทางอาญาเสมอไป มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะ 2 ศาลนี้พิสูจน์ข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีอาญาจะต้อง แสดงเจตนาทำให้เกิดความเสียหายหรือทุจริตต่อการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้ว่า กกต. จะต้องรับผิดหรือไม่ แล้วแต่ศาลยุติธรรมที่จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างไร

 

นายธีระ ยังกล่าวต่อว่า จากหลักฐานที่เรามีพบว่ามีปัญหาตั้งแต่ตอนนับคะแนน รวมคะแนนและประกาศคะแนน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัวของคนที่มีหน้าที่ดูแล ส่วนทาง กกต. ก็เป็นอีกกรณี ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับหรือไม่ ดังนั้นความรับผิดในชั้นของ กกต. เองและเลขาธิการกกต. และในชั้นของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการเลือกตั้งแต่ละหน่วยก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีไป 

 

"แม้การจัดการเลือกตั้งอาจมีปัญหาเรื่องไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่กกต. จะต้องรับผิดทางอาญาหรือไม่ อันนี้เป็นดุลพินิจของศาลยุติธรรม ผมไม่ขอก้าวล่วง แต่พรรคเห็นว่า กกต. อาจจัดการเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม ควรจะมีการรับผิดทางกฎหมายในทางอาญา แต่ในทางปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล จะพบว่ามีบางกรณี ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และฟ้องไปที่ศาลอาญากลับพบว่าไม่มีเจตนาให้ร่วมรับผิดทางอาญา ดังนั้นพรรคจึงเห็นว่าทาง กกต. ควรรับผิดทางอาญา แต่ศาลจะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นดุลพินิจของศาลเราทำหน้าที่ของเราตรวจสอบการทำหน้าที่ของกกต. ในการจัดการเลือกตั้ง" นายธีระ กล่าว 

 

 


ชี้ "บัตรเขย่ง 3 แสนใบ" เยอะผิดธรรมชาติ ส่อ เลือกตั้งไม่สุจริต-เที่ยงธรรม


นายธีระ เผยว่า เมื่อวานนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้ชี้แจงแล้วว่า การที่บัตรเลือกตั้งเมื่อวานนี้ไม่มีการระบุหมายเลขที่บัตรแสดงให้เห็นว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่มีทั้งเลขบนต้นขั้วบัตรและเลขบนบัตรเลือกตั้งมีปัญหาเนื่องจากมีต้นขั้วให้ตรวจสอบได้ พอบัตรใหม่ไม่มีต้นขั้วจะไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ ทำให้อนุมานได้ว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงตัวผู้ออกเสียงเลือกตั้งในบัตรนั้นๆ จึงถือเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่ใช้ในการฟ้องคดีต่อศาลว่าเป็นการแสดงเจตนาว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8  ก.พ. 69 มีปัญหาจริงๆ 

 

 

 


ปัญหาบัตรเขย่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่เป็นจำนวนมาก 


นายธีระ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องไปตรวจสอบว่าบัตรเขย่งระหว่างผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับบัตรขานคะแนน ที่แตกต่างกันจำนวนมากเกิดขึ้นจากอะไร และใครเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ ถ้าเราสามารถรู้ได้ว่าบัตรที่เกินมามีความผิดปกติจริง และเกิดจากการกระทำของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)หรือกรรมการประจำหน่วย(กปน.) ก็จะดำเนินการตามข้อเท็จจริง แต่ในข้อเท็จจริงหากมีจำนวนบัตรเขย่ง เกินกว่าความเป็นจริงและไม่สามารถอธิบายได้ ก็สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม 

 

ทั้งนี้ นายธีระ ยอมรับว่าตามกฎหมายไม่มีการกำหนดสัดส่วนของบัตรเขย่ง แต่หากคุยกันด้วย สามัญสำนึกถ้ามีบัตรเขย่ง 2-3 ใบ อาจพูดได้ว่าเป็นความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของมนุษย์ที่ดูแลเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าต่างกันเป็นหลักร้อย หลักพัน หรือหลักหมื่นโดยไม่มีคำชี้แจงอย่างมีเหตุมีผลจะกลายเป็นข้อเท็จจริงที่ชี้ให้เห็นว่าบัตรเขย่งที่เกิดขึ้นผิดธรรมชาติ

 

ซึ่งหากบัตรเขย่งที่เกิดขึ้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้สะท้อนว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเจตจำนงของผู้มาใช้สิทธิ์ แต่เกิดจากการเขย่งของบัตรที่ไม่รู้ว่าใครไปกาแทนให้ 

 

 

 

 

เมื่อถามย้ำว่าจากการเก็บข้อมูลของนักวิชาการพบว่ามีจำนวนบัตรเขย่งทั่วประเทศ 3 แสนใบ มีความผิดปกติที่จะทำให้ กกต. จัดการเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ 

 

นายธีระ กล่าวว่า จะต้องไปดูบัตรเขย่งในแต่ละเขต เพราะบางหน่วยอาจจะเขย่งหลักร้อย บางเขตหลักพัน แต่ต้องยอมรับว่าในภาพรวมเขย่ง 3 แสนใบเป็นยอดที่ผิดปกติมาก เพราะการเลือกตั้งครั้งก่อนก็มีบัตรเขย่งไม่มาก ซึ่งหากส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจำนวนบัตรเขย่งในภาพรวมทั้งประเทศก็สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งนอกจากจะไม่เป็นไปโดยลับแล้ว ยังไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมจริงๆ 

 

 

 

 

เมื่อถามว่าในระเบียบของ กกต. มีการกำหนดสัดส่วนของบัตรเขย่งหรือไม่เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่าควรจะเลือกตั้งใหม่ 

 

นายธีระ กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจสั่งให้เลือกตั้งใหม่ได้หากพบว่ามีการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรมซึ่งบัตรเขย่งตั้งแต่หลักพันขึ้นไป ส่วนตัวมองว่าเป็นเหตุตามกฎหมายที่กกต. สามารถใช้ดุลพินิจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ แต่กลับพบว่าหลังการเลือกตั้งมาสองอาทิตย์จนถึงตอนนี้ กกต. นิ่งมาก และไม่รู้ว่าข้อร้องเรียนเรื่องบัตรเขย่งมีการพิจารณาแล้วหรือไม่ ซึ่งต้องดูว่า กกต. จะว่าอย่างไร

 


อย่างไรก็ตามขณะนี้ประเด็นมันบานปลายอาจไปถึงศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองด้วย จึงไม่มั่นใจว่าในทางปฏิบัติกกต.จะต้องรอความชัดเจนว่าเรื่องนี้จะไปถึงศาลหรือไม่ เพราะหากไปถึงศาลคงต้องรอว่าศาลจะมองว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับหรือไม่ ถ้าศาลมองว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อ 2549 ก็จะได้จัดการเลือกตั้งใหม่ทีเดียว ไม่ต้องจัดใหม่เป็นรายเขต