รมช.อุตสาหกรรม ลุยตรวจโรงงานขยะพันล้าน-สู่โรงงานต้นเเบบ
17 ก.พ. 2569
รมช.อุตสาหกรรม ลุยตรวจโรงงานขยะพันล้าน จ.สระบุรีจากโรงงานเจ้าปัญหา-สู่โรงงานต้นเเบบ พร้อมขอบคุณผู้ประกอบการแสดงความจริงใจเร่งแก้ไขปัญหา-อยู่ร่วมชุมชนยั่งยืน
ข่าว
17 ก.พ. 2569
รมช.อุตสาหกรรม ลุยตรวจโรงงานขยะพันล้าน จ.สระบุรีจากโรงงานเจ้าปัญหา-สู่โรงงานต้นเเบบ พร้อมขอบคุณผู้ประกอบการแสดงความจริงใจเร่งแก้ไขปัญหา-อยู่ร่วมชุมชนยั่งยืน
จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่พร้อมคณะ เพื่อติดตามข้อร้องเรียนของชาวบ้านกรณีการระบายน้ำออกนอกโรงงานฝังกลบและบำบัดกากอุตสาหกรรมของบริษัทเอกชนแห่งนึ่งในจังหวัดสระบุรี ที่ประชาชนจับตาใกล้ชิดในฐานะโรงงานขยะอันดับต้น ๆ ของประเทศและรับฟังรายงานภาพรวมการดำเนินงาน และตรวจติดตามประเด็นที่ชาวบ้านหมู่ 3 และหมู่ 8 ตำบลห้วยแห้งร้องเรียน โดยมีการเก็บตัวอย่างน้ำตรวจสอบ 4 จุด พบช่วงหนึ่งมีการระบายน้ำออกบริเวณปากท่อ ซึ่งผลตรวจคุณภาพน้ำ “บีโอดี” เกินมาตรฐาน จึงสั่งการให้ปรับปรุงแก้ไขตามมาตรา 37 และกำชับให้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายโรงงานอย่างเคร่งครัด
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า จากการตรวจสอบเพิ่มเติม หน่วยงานระบุว่า น้ำที่ระบายออกมา “ไม่ใช่น้ำจากกระบวนการผลิต” แต่เป็นน้ำฝนที่อาจชะล้างสิ่งสกปรกจากพื้นโรงงานออกมาปะปน จึงย้ำว่า ไม่ว่าจะน้ำชนิดใด หากเสี่ยงกระทบชุมชนต้องปิดช่องโหว่ให้หมด พร้อมชี้แนวทางแก้ไขแบบเห็นภาพทันที คือ ปิดปากท่อ ปรับแนวการไหลของน้ำให้ไปรวมที่บ่อรองรับน้ำฝนของโรงงาน เพื่อไม่ให้มีการระบายผ่านท่อออกนอกพื้นที่อีก
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้ขอบคุณผู้ประกอบการที่แสดงความจริงใจในการเร่งแก้ไข และย้ำว่า กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่แก้เฉพาะหน้า แต่ต้องยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นจนเป็นตัวอย่างได้ ทั้งนี้ ไฮไลต์สำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือ โครงการก่อสร้างกำแพงล้อมบ่อขยะ มูลค่ากว่า 2,000,000,000 บาท ซึ่งถูกยกเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างป้องกันและการจัดการพื้นที่อย่างจริงจัง สะท้อนแนวทาง “ทำให้เห็น” ไม่ใช่แค่ “พูดให้เชื่อ” เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ชุมชนและยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมให้เข้มขึ้น
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังฝาก 5 ประเด็นที่ผู้ประกอบการต้องทำควบคู่กันเพื่ออยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน ได้แก่
1. จ้างแรงงานในพื้นที่ ลดภาระค่าใช้จ่ายและปัญหาจราจร
2. ควบคุมกลิ่นจากบ่อขยะ ไม่ให้กระทบชุมชน
3. เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดฝุ่นละอองจากการประกอบกิจการ
4. ห้ามปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำสาธารณะ
5. สร้างความสามัคคี ทำ CSR ให้เกิดรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีในพื้นที่
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังย้ำอีกว่า ราชการ–ผู้ประกอบการ–ชุมชน ต้องเดินไปพร้อมกัน ราชการกำกับดูแลให้เข้ม ผู้ประกอบการทำให้ถูกต้องและทำให้เกินมาตรฐาน ชุมชนต้องอยู่ได้โดยไม่รับผลกระทบ—นี่คือสมดุลที่ทำให้ “โรงงานที่คนจับตา” กลายเป็น “โรงงานต้นเเบบ”
