ลุงแหวงลั่นไม่กลัวตาย! ถ่ายคลิปแจกเงินซื้อเสียง เจอตามคุกคาม
16 ก.พ. 2569
“ลุงแหวง” ลั่นไม่กลัวตาย!! ถ่ายคลิปฉาวแจกเงินซื้อเสียงที่อุดรธานี เจอภัยคุกคามถึงบ้าน ชาวบ้านรับเงินในคลิปโผล่เป็นพยานให้
ข่าว
16 ก.พ. 2569
“ลุงแหวง” ลั่นไม่กลัวตาย!! ถ่ายคลิปฉาวแจกเงินซื้อเสียงที่อุดรธานี เจอภัยคุกคามถึงบ้าน ชาวบ้านรับเงินในคลิปโผล่เป็นพยานให้
16 กุมภาพันธ์ 2569 ความคืบหน้าจากกรณีที่มีการเผยแพร่ คลิปแจกเงินฉาวซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 5 จ.อุดรธานี ในคลิปจะได้ยินเสียงของหัวคะแนน บอกชาวบ้านให้เลือกผู้สมัคร สส.คนหนึ่ง ขณะที่ชาวบ้านต่อแถวรับเงิน 500 บาท และโทรเรียกญาติๆ มารับด้วย เหตุเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ช่วงวันที่ 3 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา
หลังจากนั้นเรื่องวุ่นๆ ก็เกิดขึ้น คนถ่ายคลิปเดินทางพบ กกต.เพื่อขอเป็นพยาน ชาวบ้านก็บุก กกต.ขอความคืบหน้าเรื่องคลิปซื้อเสียง รวมถึงมีการแจ้งความดำเนินคดี กับคนแจกเงินและคนถ่ายคลิปใน 3 ข้อหา คือกระทำการอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561, กระทำการโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม และข้อหาหมิ่นประมาทตามกฎหมายอาญา มาตรา 326
ล่าสุด วันนี้ "ลุงแหวง" คนถ่ายคลิปได้เดินทางไปที่ สภ.หนองหาน เข้าพบกับ พ.ต.ท.สำเนียง ศรีพรหม สว.(สอบสวน) สภ.หนองหาน เพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปจริง ไม่มีการตัดต่อแต่อย่างใด โดยการเดินทางมาครั้งนี้ของลุงแหวง มีทนายความช่วยในเรื่องคดีด้วย
ขณะที่ชาวบ้านที่รับเงินในคลิปในวันดังกล่าว ก็เดินทางมาร่วมเป็นพยานให้ลุงแหวง ยืนยันด้วยว่า เป็นคลิปจริงไม่ได้ตัดต่อ และเป็นคนในเหตุการณ์วันนั้นด้วย และได้รับเงิน 500 บาทจริง โดยวันพรุ่งนี้ (17 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ กกต.จะเรียกพยานที่เป็นชาวบ้านในวันดังกล่าว เข้าสอบสวนอีกครั้งและกันไว้เป็นพยาน โดยชาวบ้านจะไม่ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด
ชาวบ้านที่รับเงิน 500 บอกว่า ตนมาเป็นพยานให้ลุงแหวง หลังจากลุงแหวงถูกแจ้งความดำเนินคดี ขอยืนยันตามคลิปที่เป็นข่าวออกไปเป็นเหตุการณ์จริง เขามาแจกเงินจริงๆ ลุงแหวงไม่ได้ทำคลิปขึ้นมาเอง หัวคะแนนเขามาจ่ายเงิน ผมก็ต่อแถวได้รับ 500 บาท แม้ผมจะถูกดำเนินคดีก็ยอม เพื่อความถูกต้อง จากนี้ไปจะไปพบกับเจ้าหน้าที่ กกต.ต่อไป
ขณะที่ ลุงแหวง เปิดใจครั้งแรกว่า ขอบคุณชาวบ้านทุกคนที่ให้กำลังใจผม ผมคิดว่าชาวบ้านก็ชอบความถูกต้อง ดีใจที่ชาวบ้านให้กำลังใจ ถึงตอนนี้ก็มีคนมาคุกคามถึงบ้านทุกวัน แต่ยืนยันผมไม่กลัว เชื่อว่ากฎหมายบ้านเมืองมีอยู่
ถามว่าผมกลัวไหม ผมไม่กลัวตาย แต่ผมกลัวความไม่ถูกต้อง และความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง
นายภาณุมาศ จิตรวศินกุล เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยืนยันว่าเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิป ทั้งภาพประชาชนต่อแถวรับเงิน และการพูดชื่อพร้อมหมายเลขผู้สมัคร เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มิได้มีการจัดฉากหรือสร้างสถานการณ์ขึ้นมา พร้อมระบุว่า มีพยานบุคคลอีกหนึ่งรายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เดินทางมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงด้วย
ทั้งนี้ได้จัดเตรียมทีมทนายความ เพื่อช่วยเรื่องคดีให้กับลุงแหวง ในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นสอบสวนไปจนถึงชั้นศาล พร้อมต่อสู้คดีตามสิทธิทางกฎหมาย
“ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่หนองหาน ที่ติดตามเรื่องนี้สบายใจได้ เราจะดูแลให้ลุงแหวงได้รับความเป็นธรรมอย่างที่สุด” นายภาณุมาศ กล่าว
ขณะเดียวกันที่สำนักงาน กกต.จ.อุดรธานี นายกรวีร์ สาราคำ อดีต สส.และผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย เขต 5 ได้เดินทางเข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติม ต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กกต.จ.อุดรธานี กรณีปรากฏคลิปวิดีโอเกี่ยวกับพฤติการณ์ทุจริตเลือกตั้งในพื้นที่ และยื่นหนังสือคัดค้านในการเลือกตั้งที่ผ่านมีการทุจริต
นายกรวีร์ เปิดเผยว่า ได้รับคลิปวิดีโอหลักฐานตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 69 ที่ผ่านมาแล้ว จากนั้นวันที่ 5 ก.พ. 69 ก็ได้ไปแจ้งความที่ สภ.หนองหาน ต่อมาวันที่ 7 ก.พ. 69 ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนพร้อมส่งมอบหลักฐานต่อ กกต. ซึ่งเป็นการดำเนินการก่อนวันเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69
ยืนยันผมไม่ได้รอให้เห็นผลคะแนน แล้วค่อยออกมาเคลื่อนไหว แต่ดำเนินการตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้ง เพราะต้องการรักษาความถูกต้อง และความโปร่งใสในเขตเลือกตั้งที่ 5
ส่วนกรณีที่มีการแจ้งความดำเนินคดี กับชาวบ้านที่ถ่ายคลิป มองว่า อาจส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของประชาชน ที่ออกมาช่วยตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณามาตรการคุ้มครองพยาน เพื่อไม่ให้กระบวนการทางกฎหมาย ถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันผู้เปิดเผยข้อมูล
นายกรวีร์ ย้ำว่า หลักฐานที่ยื่นต่อ กกต. มีความครบถ้วนและพร้อมเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยาน หากมีการเรียกสอบสวน โดยระบุว่าตนทำงานการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะอดีตสมาชิกสภาจังหวัดและผู้ช่วยสมาชิกวุฒิสภา แพ้ก็ยอมรับ แต่เลือกตั้งที่ผ่านมา ชาวบ้านรู้กันหมดมีการแจกเงินอย่างโจ่งแจ้ง เข้าใจว่า ความคาดหวังของประชาชน ต้องการเห็นการเมืองที่สุจริตและเป็นธรรมที่สุด
