กกต. สู้กลับ ย้ำบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด ป้องกันทุจริต
14 ก.พ. 2569
กกต. ออกโรงยันบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดเป็นรหัสป้องกันปลอมแปลง ไม่กระทบหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ เตือนปั่นข่าวบิดเบือนระวังคุก พ.ร.บ.คอมฯ
ข่าว
14 ก.พ. 2569
กกต. ออกโรงยันบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดเป็นรหัสป้องกันปลอมแปลง ไม่กระทบหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ เตือนปั่นข่าวบิดเบือนระวังคุก พ.ร.บ.คอมฯ
14 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) เผยแพร่เอกสารข่าว เรื่องการจัดพิมพ์รหัสบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งผู้อื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวจากแหล่งต่าง ๆ ว่า บัตรเลือกตั้ง สส. ที่มีการจัดพิมพ์รหัสเพื่อใช้เป็นมาตรการควบคุมและรักษาความปลอดภัยไว้บนบัตรเลือกตั้ง ในรูปแบบ barcode อาจทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นไปโดยตรงและลับ นั้น
กกต. ขอชี้แจงว่า ในกระบวนการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ในครั้งนี้ เป็นการออกเสียง "โดยตรงและลับ" ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรรมนูญ กล่าวคือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมาใช้สิทธิด้วยตนเองลงคะแนนในคูหาเพียงลำพัง และหย่อนบัตรด้วยตนเอง โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งห้ามเปิดเผยหรือถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนแล้ว ว่าตนลงคะแนนให้ผู้ใด อันเป็นหลักประกันความเป็นอิสระ และความปลอดภัยของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งผู้อื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้
ทั้งนี้ กกต. ยังมีมาตรการป้องกันการทุจริตโดยในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ตาม พรป.การเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้อำนาจ กกต. กำหนดลักษณะบัตรเลือกตั้ง และอาจกำหนด "รหัส เครื่องหมาย หรือข้อความพิเศษ" เพื่อใช้ในการตรวจสอบการปลอมแปลงหรือการนำบัตรออกไปนอกหน่วยเลือกตั้ง รหัสดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมจำนวนบัตร แยกประเภทบัตรตามเขต และป้องกันการทุจริต
นอกจากนี้ ภายหลังการนับคะแนน บัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จะถูกจัดเก็บใส่ถุงใสปิดผนึก รัดด้วยสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อกำกับ และเก็บไว้ในหีบบัตรที่มีการปิดผนึกอีกชั้นหนึ่ง โดยห้ามผู้ใดเปิดหีบดังกล่าว พร้อมนำไปเก็บรักษาในสถานที่มั่นคงปลอดภัยตามระเบียบ ของ กกต.
ดังนั้น การกำหนดรหัสบนบัตรเลือกตั้งเป็นมาตรการป้องกันการปลอมแปลง และการป้องกันการทุจริต มิได้กระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงสามารถใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจว่าคะแนนเสียงของตนจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ
คำเตือน หากผู้หนึ่งผู้ใดนำข้อความที่บิดเบือนต่อความเป็นจริงไปเผยแพร่ให้บุคคลอื่นได้รับทราบอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
