svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

4 แนวร่วมนับคะแนนใหม่แจ้งความกลับ กกต.ฐานแจ้งความเท็จ

12 ก.พ. 2569

4 แนวร่วมนับคะแนนใหม่ ที่ถูก กกต.แจ้งความ เข้าแจ้งความกลับ กกต.ฐานแจ้งความเท็จ ทนายนรเศรษฐ์ ยืนยันไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง ชี้ปิดหีบไม่สมบูรณ์

12 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงบ่าย ตัวแทนผู้ชุมนุมเรียกร้องขอให้ มีการนับคะแนนใหม่ จ.ชลบุรี เขต 1 ที่ถูก กกต. แจ้งความดำเนินคดี ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย น.ส.กนกวัลย์ หรือ เฟิร์น , น.ส.เบญพร หรือ น้ำฝน , นางมนัสนันท์ หรือ เจ๊ตอง และ นายเจษฎา ร่วมประชุมกับศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อหารือถึงแนวทางในการต่อสู้คดีหลังถูก นายประยูร วัฒนศิริบรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง เขต 1 จังหวัดชลบุรี แจ้งความดำเนินคดีอาญาฐาน บุกรุกขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และ เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร , ความผิดฐานบุกรุก เหตุเกิดที่สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี ระวางโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

น.ส.กนกวัลย์ ยืนยันว่า ตนไม่มีเจตนาที่จะขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ การชุมนุมของเราวันนี้ชุมนุมอย่างสุภาพชน ไม่มีการสร้างความเดือดร้อนให้ใคร อยู่ในขอบเขตตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ

 

ด้าน น.ส.เบญจพร หรือสาวเสื้อแดง ที่เข้าไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ยกมือไหว้ บอกว่า กราบขออภัยเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่ไปเปิดหีบบัตร ยืนยันเจตนาว่าต้องการชี้ให้สื่อมวลชนเห็นว่า หีบไม่ได้ปิดด้วยสายรัด ตามที่ กกต.แถลงข่าว ชี้แจง กับประชาชน และตนเองไม่ได้จะทำลายหีบบัตร แต่อย่างใด 

4 แนวร่วมนับคะแนนใหม่แจ้งความกลับ กกต.ฐานแจ้งความเท็จ

 

“ยืนยันไม่ใช่คนของพรรคประชาชน ไม่เคยรู้จักกับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส่วนนายวรท เป็นผู้สมัคร สส. เขต 1 รู้จักเพราะเคยเจอตอนหาเสียง รวมถึงชี้แจงเรื่องเสื้อ นับใหม่OK นะ ก็มีร้านอพอลโลทำมาให้ ไม่ได้จัดทำกันเอง

 

ขณะที่ นายเจษฎา  บอกว่า ถูกหมายเรียกตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  จะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย เพื่อความโปร่งใส แม้จะต้องโดนหมายโดยที่ใครก็ไม่รู้มาแจ้งความ ยังเชื่อมั่นเหมือนเดิมในอุดมการณ์และกระบวนการยุติธรรม

 

ด้าน ทนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า  การชุมนุมตามสิทธิรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และ ทั้งหมดแจ้งขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว และเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้บอกว่า การชุมนุมนี้ ขัดต่อกฎหมาย มีพยานหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนว่า การมาติดตามตรวจสอบคะแนนเสียงเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่เฉพาะแค่คนในเขตนี้ เป็นสิทธิของประชาชน 

 

4 แนวร่วมนับคะแนนใหม่แจ้งความกลับ กกต.ฐานแจ้งความเท็จ

 

การปิดหีบแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปเปิดทำลาย ให้สูญหาย แต่ตัวกฎหมายแม่ ไม่ได้กำหนด คำว่าปิดเอาไว้ว่า ทุกอย่างคืออย่างไร เราจึงต้องดูกฎหมายลูก ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งข้อที่ 180 กำหนดไว้ว่า 1. การปิดหีบต้องปิดกล่องลงไปก่อน 2.ต้องเอากระดาษเทปกาวปิดซีลบริเวณด้านนอก 3.นำสายรัดปิด และขั้นตอนที่ 4 ต้องมีการลงลายมือชื่อกำกับ ถึงจะถือว่าเป็นการปิดหีบ โดยชอบด้วยกฎหมาย 

 

กรณีนี้เราจะเห็นภาพวิดีโอ หรือการไลฟ์สดว่า กล่องเหล่านี้ที่เข้าไป ยังไม่ได้มีการทำครบทั้ง 4 ขั้นตอนที่กำหนด จึงยังถือว่าเป็นการปิดหีบเลือกตั้งอย่างไม่ถูกต้อง ความผิดจึงอยู่ที่เจ้าหน้าที่ที่จัดการเลือกตั้งตามกฎหมาย ไม่ใช่ความผิดของทั้งผู้ชุมนุม จึงไม่เข้าข่ายความผิด มาตรา 104 ว่า ด้วยพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง

 

ขณะที่ผู้ที่ถูกแจ้งความเอาผิดทั้ง  4 คน สามารถออกหมายเรียก ไม่มีความจำเป็นต้องออกหมายจับ สามารถเรียกไปพบได้เลย เพราะก็ยังชุมนุมอยู่ที่เดิม จึงจะเดินทางไป สภ.เมือง ชลบุรี เพื่อยื่นหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่มีเจตนาจะหลบหนี  และ การแจ้งความที่ไม่เป็นความจริง จึงจะพาผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในข้อหาแจ้งความเท็จ เพื่อกลั่นแกล้งให้ได้รับโทษ  รวมถึงการติดตามความคืบหน้าที่ ประชาชน แจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษ มาตรา 157 ไว้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปถึงไหนแล้ว เพื่อพิสูจน์ว่าระหว่างคดีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐแจ้งความเอาผิดประชาชน กับคดีที่ประชาชนแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ใครรวดเร็วกว่ากัน

 

4 แนวร่วมนับคะแนนใหม่แจ้งความกลับ กกต.ฐานแจ้งความเท็จ

 

จากนั้น เวลา 15.00 น. แนวร่วมประชาชนที่ขอให้นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ เขต 1 ชลบุรี ซึ่งถูกดำเนินคดีอาญาจาก กกต.เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี เพื่อแสดงตัวว่าไม่มีพฤติการณ์ในการหลบหนีและยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เมื่อเข้าไปพบกับ พ.ต.ท.สุธี จันทนา รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ปรากฏว่าพนักงานสอบสวน ขอสอบปากคำทั้ง 4 คน ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี จาก กกต.ทำให้เกิดความไม่พอใจ เล็กน้อย

 

หลังจากนั้น นายนรเศรษฐ์ จึงออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน  ว่า ได้เข้าไปพบกับ รองผู้กำกับสอบสวน ซึ่งได้แจ้งว่าทางคณะกรรมการจังหวัดบอกว่าหากทั้ง 4 คน จะแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ต้องให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำกับทั้ง 4 คนก่อน ซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ เพราะทั้ง 4 คน ต้องกลับไปรอฟังผลมติของ กกต. แต่ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้(11ก.พ.69) ที่ กกต. มาแจ้งความเอาผิดกับทั้ง 4 คน กลับไม่ได้สอบปากคำ กกต.

 

ภายหลังใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการแจ้งความ นายนรเศรษฐ์ เปิดเผยว่า วันนี้มาแจ้งความกลับ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขต 1  ในข้อหาแจ้งความเท็จ และมีประเด็นที่สำคัญ ที่เราได้ร้องขอให้ตำรวจ เข้าไปเก็บภาพวงจรปิดที่บันทึกไว้ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกแจ้งความเอาผิด เพราะหากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้จะเห็นพฤติการณ์ ที่เกิดขึ้นในวันนั้น เพื่อนำมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการต่อไปในภายหลัง