"อภิสิทธิ์" ลุย "ตรัง" หาเสียง-ย้ำคนใต้ใจเดียวขอ ปชป.เหมา 4 เขต
03 ก.พ. 2569
"อภิสิทธิ์" ลุย "ตรัง" หาเสียง-ย้ำคนใต้ใจเดียวขอ ปชป.เหมายกจังหวัด 4 เขตไม่แบ่งใคร ร่วมไล่ทุนเทาซื้อตัว สส.30-70 ล้าน - ชาวบ้านบริจาค 3,000 ช่วย ปชป.หาเสียง
ข่าว
03 ก.พ. 2569
"อภิสิทธิ์" ลุย "ตรัง" หาเสียง-ย้ำคนใต้ใจเดียวขอ ปชป.เหมายกจังหวัด 4 เขตไม่แบ่งใคร ร่วมไล่ทุนเทาซื้อตัว สส.30-70 ล้าน - ชาวบ้านบริจาค 3,000 ช่วย ปชป.หาเสียง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯ ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคฯ ลงพื้นที่จังหวัดตรัง เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.ตรังของพรรค ทั้ง 4 เขตการเลือกตั้งหาเสียง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บางจุดการหาเสียงมีประชาชนมารอให้กำลังใจจำนวนมาก จนล้นไปบนถนน พร้อมมอบดอกไม้ พวงมาลัย ผูกผ้าขาวม้า และถ่ายรูปด้วยอย่างอบอุ่น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯ ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ได้ขอชาวบ้านส่งเสียงดัง ๆ ไปให้ถึงจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งในระหว่างการหาเสียงที่เขตการเลือกตั้งที่ 2 อำเภอห้วยยอด นายสาทิตย์ ได้ขับรถตุ๊ก ๆ พานายอภิสิทธิ์ มาพบประชาชนที่ตลาดศรีศุภผล ซึ่งมีประชาชน ดึงนายอภิสิทธิ์ ไปหอมแก้มด้วย
นายอภิสิทธิ์ ได้ปราศรัยย่อยเชิญชวนชาวตรังสร้างการเมืองสุจริต โดยเริ่มจากการเลือกตั้ง ซึ่งนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคฯ ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ถ้าให้เงิน หรือทุนมาครอบงำการเมืองแล้ว การเมืองจะมีปัญหาเหมือนในปัจจุบัน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ต่อสู้เพื่อให้บ้านเมืองกลับไปสุจริต ไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตัว
นายอภิสิทธ์ ยังขอบคุณประชาชน ที่มาต้อนรับอย่างล้นหลาม เพราะเชื่อว่า ประชาชนอาจจะอึดอัดกับการเมืองที่ผ่านมา โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่มีทุน ผลประโยชน์และอำนาจเป็นเรื่องใหญ่ และประชาชนในจังหวัดตรัง ได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ เพื่อความถูกต้องกับพรรคฯ มาโดยตลอด นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคฯ ได้ยังย้ำถึงอันตรายของธุรกิจการเมือง การซื้อเสียง จนถูกกระแนะกระแหนะว่า เป็นแผ่นเสียงตกร่อง จนครั้งนี้ ประชาชน และภาคเอกชนหลายส่วนได้ยืนยันถึงอันตรายของการทุจริต และทุนเทาในประเทศไทยที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแล้ว
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่สงสัยกันมากว่าทุนเทา กำลังจะมาครอบงำการเมืองอีก เพราะมีตัวเลขน่ากลัวมาก เวลาย้ายพรรคถึง 30-70 ล้านบาท ดังนั้น ถ้า สส.1 คน มีราคา 30-70 ล้านบาท สส. 400 คน เฉพาะพรรคเดียว ถ้า 2-3 พรรค จะไปนำเงินมาจากไหน ถ้าไม่ใช่เงินที่ผิดกฎหมาย หรือเงินที่โกงกินไปจากประชาชน ดังนั้น ประชานต้องไม่ทน และต้องช่วยกันเพื่อให้การเมืองกลับมาเป็นการเมืองเพื่อประชาชนทุกคน
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำให้คนตรังเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งบัตรสีเขียว และสีชมพู อย่างแบ่งเสียงให้พรรคการเมืองอื่น เพราะคนใต้ใจเดียว และถ้ามีใครยื่นแบงก์เทามาให้ ถ้าเอาแล้วอย่าไปกาให้ เพราะกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด เพื่อให้ประเทศเดินหน้า สร้างการเมืองสุจริต เหมือนที่เคยต่อสู้ร่วมกันมา โดยขอให้ชาวตรังเลือก สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยกจังหวัด 4 เขตเลือกตั้ง พร้อมย้ำนโยบาย และความสำเร็จของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งโครงการเรียนฟรี, นมโรงเรียน, เบี้ยผู้สูงอายุ, การเพิ่มค่าตอบแทน อสม., เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาทถ้วนหน้า เป็นต้น พร้อมยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ราคายางพาราจะต้องมากกว่ากิโลกรัมละมากกว่า 80 บาท/กิโลกรัม และเศรษฐกิจไทยจะต้องโตอย่างยั่งยืน ไม่เหมือนคนละครึ่งที่เมื่อโครงการหมดอายุหลังปีใหม่เป็นต้นมา ทุกอย่างก็กลับมาเงียบเหมือนเดิม ดั้งนั้น ต้องมีมืออาชีพมาบริหารเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจโตด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ ภายหลังการปราศรัยเสร็จสิ้น มีประชาชนบริจาคเงินให้นายอภิสิทธิ์ จำนวน 3,000 บาท เพื่อให้ไปใช้ในการหาเสียงครั้งนี้ด้วย
