นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่สงสัยกันมากว่าทุนเทา กำลังจะมาครอบงำการเมืองอีก เพราะมีตัวเลขน่ากลัวมาก เวลาย้ายพรรคถึง 30-70 ล้านบาท ดังนั้น ถ้า สส.1 คน มีราคา 30-70 ล้านบาท สส. 400 คน เฉพาะพรรคเดียว ถ้า 2-3 พรรค จะไปนำเงินมาจากไหน ถ้าไม่ใช่เงินที่ผิดกฎหมาย หรือเงินที่โกงกินไปจากประชาชน ดังนั้น ประชานต้องไม่ทน และต้องช่วยกันเพื่อให้การเมืองกลับมาเป็นการเมืองเพื่อประชาชนทุกคน
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำให้คนตรังเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งบัตรสีเขียว และสีชมพู อย่างแบ่งเสียงให้พรรคการเมืองอื่น เพราะคนใต้ใจเดียว และถ้ามีใครยื่นแบงก์เทามาให้ ถ้าเอาแล้วอย่าไปกาให้ เพราะกินเหยื่ออย่ากินเบ็ด เพื่อให้ประเทศเดินหน้า สร้างการเมืองสุจริต เหมือนที่เคยต่อสู้ร่วมกันมา โดยขอให้ชาวตรังเลือก สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยกจังหวัด 4 เขตเลือกตั้ง พร้อมย้ำนโยบาย และความสำเร็จของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งโครงการเรียนฟรี, นมโรงเรียน, เบี้ยผู้สูงอายุ, การเพิ่มค่าตอบแทน อสม., เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาทถ้วนหน้า เป็นต้น พร้อมยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ราคายางพาราจะต้องมากกว่ากิโลกรัมละมากกว่า 80 บาท/กิโลกรัม และเศรษฐกิจไทยจะต้องโตอย่างยั่งยืน ไม่เหมือนคนละครึ่งที่เมื่อโครงการหมดอายุหลังปีใหม่เป็นต้นมา ทุกอย่างก็กลับมาเงียบเหมือนเดิม ดั้งนั้น ต้องมีมืออาชีพมาบริหารเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจโตด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ ภายหลังการปราศรัยเสร็จสิ้น มีประชาชนบริจาคเงินให้นายอภิสิทธิ์ จำนวน 3,000 บาท เพื่อให้ไปใช้ในการหาเสียงครั้งนี้ด้วย