svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ขั้นตอนการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง2569 - ประชามติ ทำยังไง

03 ก.พ. 2569

ขั้นตอน – ช่องทาง การแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง2569 – ออกเสียงประชามติ ต้องทำยังไง และใช้เอกสารอะไรบ้าง

3 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เผยแพร่ข่าวเลขที่ 113/2569 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ขั้นตอนการแจ้งเหตุ กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. หรือออกเสียงประชามติ ระบุว่า

 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ออกไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ

 

ทั้งนี้ หากมีเหตุจำเป็นไม่ไปใช้สิทธิได้ สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ตามขั้นตอน ดังนี้

เปิดขั้นตอนแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง - ประชามติ ต้องทำยังไง?

 

1. กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้

  • ช่วงเวลาก่อนวันเลือกตั้ง วันที่ 1 – 7 กุมภาพันธ์ 2569
  • ช่วงเวลาหลังวันเลือกตั้ง วันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569

 

ช่องทางการแจ้งเหตุ

 

1.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน

เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ

แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส.” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)

 

1.2 ยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น

 

1.3 ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

 

1.4 ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน

 

โดยแจ้งตามข้อ 1.2 – 1.4 ต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ ซึ่งต้องระบุ

 

• หมายเลขประจำตัวประชาชน

• ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

• เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว แต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

 

(1) ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

 

(2) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

 

(3) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

 

(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

 

(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง

 

2. กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

 

ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงได้

  • ก่อนวันออกเสียง วันที่ 14 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569
  • หลังวันออกเสียง วันที่ 9 - 15 กุมภาพันธ์ 2569

 

ช่องทางการแจ้งเหตุ ดังนี้

 

2.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน

เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ

แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)

 

2.2 ยื่นด้วยตนเอง

 

2.3 ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน

 

2.4 ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนโดยแจ้งตามข้อ 2.2 – 2.4 ต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ โดยระบุ

 

• หมายเลขประจำตัวประชาชน

• ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

• เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง

 

ขั้นตอนการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง2569 - ประชามติ ทำยังไง

 

ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้

 

(1) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา

 

(2) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

 

(3) เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 9 (5) (บัญญัติว่า การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด)

 

(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา

 

(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง และหากในการออกเสียงครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงอีกให้นับเวลาการจำกัดสิทธิครั้งหลังนี้โดยนับจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงครั้งใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใดให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444