3 คีย์แมน สำนักโพลดัง เผยผลโพลโค้งสุดท้าย – สูตรจัดตั้งรัฐบาล
30 ม.ค. 2569
3 คีย์แมน สำนักโพลชื่อดัง อัปเดตผลโพลเลือกตั้ง2569 โค้งสุดท้าย พร้อมสูตรจัดตั้งรัฐบาล ชี้ช่วงใกล้ถึงวันเลือกตั้งประมาทพรรคประชาชนไม่ได้
ข่าว
30 ม.ค. 2569
3 คีย์แมน สำนักโพลชื่อดัง อัปเดตผลโพลเลือกตั้ง2569 โค้งสุดท้าย พร้อมสูตรจัดตั้งรัฐบาล ชี้ช่วงใกล้ถึงวันเลือกตั้งประมาทพรรคประชาชนไม่ได้
30 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. เนชั่นทีวี จัดรายการ “ผลโพลบอกอะไร?” บนเวที NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศ โดย คีย์แมนคนสำคัญของสำนักโพลต่างๆ ประกอบด้วย ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล , ผศ.ดร.สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นอร์ทกรุงเทพโพล” และ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มาเผยเบื้องหลังการทำโพล พร้อมเปิดผลโพลโค้งสุดท้าย การเลือกตั้ง2569 ดำเนินรายการโดย วราวิทย์ ฉิมมณี
โดย ผศ.ดร.สานิต ริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นอร์ทกรุงเทพโพล” กล่าวว่า ในการสำรวจครั้งที่ 4 ผู้นำทางการเมืองที่อยากให้เป็นนายกฯคนต่อไป พบว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน (ปชน.) ขึ้นมา 33.3 เปอร์เซ็นต์ แตกต่างจากความเปลี่ยนแปลง ครั้งที่ 1 ก่อนรับสมัคร ครั้งที่ 2-3 คนยังไม่ตัดสินใจเยอะมาก เปอร์เซ็นต์แคนดิเดตนายกฯยังน้อย
สุดท้ายเราตัดคำว่าไม่ตัดสินใจออก ปรากฏว่า 4 พรรคเพิ่มขึ้น คะแนนกระจายไป สิ่งที่แปลกใจคือกระจายไป ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เยอะมาก อาจด้วยหลายปัจจัย ขณะที่ ปชน. กับภูมิใจไทย(ภท.)สาดโคลนกันอย่างต่อเนื่อง ภาพพจน์ ศ.ดร.ยศชนัน ดูดี อาจมาจากปัจจัยตรงนี้ทำให้มีการเทคะแนน รวมทั้งกลุ่มตัวอย่างเป็น กทม. และปริมณฑล กระแสในกรุงเทพฯ ภท.ไม่ได้แรงมาก
เรื่อง สส.แบ่งเขต ปชน.ลำดับ 2 ส่วนลำดับ 1 พท. และภท.ที่ 3 เป็นโพลแหวกแนว ด้วยเหตุผลประการแรก กลุ่มตัวอย่าง กทม.และปริมณฑล เป็นหลัก ทำให้ ภท.ไม่ปรากฏเท่าไหร่ เพราะฐาน ภท. อยู่ในภาคอีสานกับกลางบางส่วน ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง กทม.ปริมณฑล ที่ผ่านมา ปชน.เป็นแชมป์ โดยเฉพาะ กทม. ปชน.จะไม่ได้ 30 กว่าคน เชื่อว่า พท.จะเบียด เผลอๆมี ภท.เบียดด้วย ในจ.นครปฐม และ ปทุมธานี
ส่วนคำถามที่ว่าอยากให้พรรคที่เลือกเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สูงสุดคือ ปชน. รองลงมา พท. ส่วน ภท.ที่ 3 จริงๆอยากรู้ว่าโฉมหน้าการเมืองหลังเลือกตั้งคนไว้ใจและอยากเห็นภาพการเมืองระหว่างพรรคไหนกับพรรคไหน จะบอกทิศทางจัดตั้งรัฐบาลได้ และประชาชนต้องการอย่างไหน
พท.+ปชน. อันดับ 1 คอนฟิกมีน้อยถ้าเทียบกับพรรคอื่น แถมท้ายผลเลือกตั้ง กทม. 33 เขต คาดคะแนน ปชน. 24 , พท. 8 , ปชป. 1 แต่ถ้าพรรคส้มมีอาวุธออกมา พท.จะเหลือ 4 เขต แต่ถ้าไม่มี พท.อาจเพิ่มเป็น 11 เขต ส่วน ปชป.ได้ 1 ที่นั่ง เขต 17 หนองจอก ฐานเดิม ปชป. แต่ ภท. อาจต้องจับตา บางกะปิ สายไหม ดินแดง อาจได้ อันนี้คือ การคาดคะแนน
ด้าน ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า ผลโพล สส.บัญชีรายชื่อที่จะเลือก ภาพรวม ปชน. อันดับ 1 , พท.อันดับ 2 ค่อนข้างห่าง ใช้วิธีการต่างจากที่ผ่านมา โดยรอบนี้เป็นการสำรวจภาคสนาม 100 เปอร์เซ็นต์ ในผลสำรวจสวนดุสิตโพล ปชน. นำ 35 เปอร์เซ็นต์ , พท. 22 เปอร์เซ็นต์ , ภท.18 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่า ปชน.เพิ่ม 2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน เทียบดูทุกพรรคสัดส่วนเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ พอๆกันหมด มีปชป.พรรคเดียวที่ภาพรวมลด จาก 11 เป็น 10 ที่นั่ง โดยการสำรวจครั้งนี้จำนวน 26,621 คน จากทุกภูมิภาค ตามสัดส่วนโครงสร้างประชากร จะเห็นอีสานค่อนข้างเยอะ พอจำแนก ภูมิภาค ปชน.นำ ยกเว้นใต้ เนื่องจากใต้ ปชป. ได้รับความนิยม
ส่วนผลโพล สส.แบ่งเขตเลือกตั้ง ตัวเลขสอดคล้องกับ สส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่ตัวนายกฯ พบว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เพิ่มจากสำรวจครั้งก่อน จาก 33 เป็น 35 เปอร์เซ็นต์ จากกระแสการปราศรัย ทั้งประกันสังคม มีผลคะแนนนิยม ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล ลดลง ปัจจัยคือ อีเว้นท์ต่างๆที่เข้ามากระทบ และ ไม่ออกไปดีเบตเอง คะแนนจึงให้รายบุคคล
โดยการเลือกพรรคกับเขต มีความไปด้วยกันในบางเขต
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ตัวเลขคำนวณ สส.พรรค ภท. 140-150 คน , ปชน.130-150 คน , พท.100-120 คน , กล้าธรรม(กธ.) 35-40 คน , ปชป. 20-30 คน , ประชาชาติ 8-10 คน , อื่นๆ 10-20 คน
แต่โค้งสุดท้ายวันนี้(30 ม.ค.69) ปชน. เท่าๆกับ ภท. 140-150 ที่นั่ง มีโอกาสเบียดเข้าที่ 1 คะแนนทิ้งไม่เกิน 10 - 20 ที่นั่ง ปชน. เพิ่มขึ้น เนื่องจากใช้คาแรคเตอร์ เรื่องการตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ และมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เซเลปมาเรียกคะแนน ตรงนี้อาจทำให้เกิดการสปีด ในโค้งสุดท้าย โดยผู้ประกันตนมีจำนวน 20-30 ล้านคนทั่วประเทศ
ลำดับถัดไปอาจไม่ลดลง พท.100-120 เท่าเดิม แต่ กธ. อาจลดลงนิดหน่อย ปชป. เพิ่มนิดหน่อย ส่วนประชาชาติเท่าเดิม
“อย่างไรก็ดี ตอนนี้คะแนนข้ามขั้วไม่มีแล้ว มีแต่ตกปลาในบ่อเพื่อน ขณะที่แต่ละพรรคต้องการตรึงคะแนนเสียงตัวเอง
นอกจากนี้ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เปิดสูตรจัดตั้งรัฐบาล
1.ภท+พท.+กธ.+ประชาชาติ ตั้งรัฐบาล ส่วน ปชน. ปชป.เป็นฝ่ายค้าน ภท.เป็นนายกฯ ถ้าเกิดอุบัติเหตุ พท ก็มาเป็นนายกฯ
2.ภท.+ปชน.+ปชป. ตั้งรัฐบาล ส่วน พท. กธ. ประชาชาติ เป็นฝ่ายค้าน
3.ปชน. + พท.+ปชป.+ประชาชาติ ตั้งรัฐบาล ส่วน ภท. กธ. ฝ่ายค้าน
ส่วน ผศ.ดร.สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นอร์ทกรุงเทพโพล” กล่าวว่า ให้น้ำหนักสูตร 3 ในการจัดตั้งรัฐบาลของ รศ.ดร.ยุทธพร มากกว่า ด้วยความขัดแย้งของพรรคการเมืองที่ผ่านมา พบว่า พท. แทบไม่ทะเลาะกับใครเลย ขณะที่ ภท. กับ ปชน. ทะเลาะกัน และโอกาสที่ พท. กับ ภท.จับกันค่อนข้างยาก ด้วยรัฐบาลที่ผ่านมา
ปชน. เที่ยวนี้คงไม่ได้แลนสไลด์เหมือนเดิม อาจอยู่ที่ 150 หรือ ลดลง ใน สส.เขต กทม.และปริมณฑล เพราะมี ภท. พท.เข้ามาเบียด ใน 4 จังหวัดหลักๆ บาดแผล น้ำเงินกับแดงสดกว่า โอกาสกลับมาตั้ง รบ.ร่วมกันยากกว่า แต่วันเวลาทำให้แผลเลือนหาย
ขณะที่ ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า เห็นโพลสูตรจัดตั้งรัฐบาลของ รศ.ดร.ยุทธพร ทั้ง 3 สูตรน่าสนใจ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า ปชน.มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลค่อนข้างน้อย จึงเทไปที่สูตรที่ 1
อย่างไรก็ดี ผศ.ดร.สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นอร์ทกรุงเทพโพล” ให้จับตาช่วงโค้งสุดท้ายหรือสัปดาห์สุดท้าย อย่างปี 66 ตอนแรกแดงมาทั้งหมด พอโค้งสุดท้ายเรื่องคุณทักษิณ ทำให้ผลพลิกกลับ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเที่ยวนี้จะมีไหม ทำให้โพลหน้าแตก โดยเมื่อการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา พวกเราก็คิดกันไม่ถึง แต่ก็เกิดขึ้นจริง ช่วงนี้จับตา ปชน. จะเล่นอะไรอีก เพราะ ปชน. ทำสำเร็จมาแล้ว 2 รอบ เที่ยวนี้ประมาทไม่ได้เลย
