svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ผล “เนชั่นโพล” เสียงสะท้อนจาก ปชช.ที่พรรคการเมืองควรตระหนัก

29 ม.ค. 2569

ผลสำรวจ “เนชั่นโพล” จากเสียงประชาชนตัวเป็น ๆ สู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่พรรคการเมือง-นักเลือกตั้ง ควรตระหนักมากกว่าเป็นวาทกรรมเท่ๆ ในการหาเสียง

29 มกราคม 2569 ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้อำนวยการเนชั่นโพล เขียนบทความภายหลังมีการเปิดเผยผลสำรวจเนชั่นโพล มีการสำรวจในประเด็นคะแนนความนิยม บรรดาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ความนิยมของพรรคการเมือง และสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลใหม่แก้ไขเร่งด่วนใน 100 วันแรกมากที่สุด รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า จากการทำหน้าที่เป็น
ผู้อำนวยการเนชั่นโพล ซึ่งเป็นการสำรวจความนิยม ในการเลือกตั้ง 2569 ในระดับภูมิภาคโดยแบ่งเป็น 9 ภูมิภาค
 

ได้แก่ ภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานคร ภาคใต้ตอนบน และภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป ด้วยจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 10,890 ตัวอย่าง กระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ มีค่าระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และค่าความคลาดเคลื่อนร้อยละ 3 ใช้วิธีการเก็บข้อมูลโดยส่งอาสาสมัครลงเคาะประตูบ้านตามพื้นที่การสุ่ม 100%
 

ในการสำรวจครั้งนี้ได้มีการตั้งข้อคำถามว่า “ สิ่งที่อยากให้รัฐบาลใหม่แก้ไขเร่งด่วน 100 วันแรก” เพื่อสอบถามประชาชนกลุ่มตัวอย่าง  ปรากฏว่าจากการตอบแบบสำรวจโพล พบสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ที่พรรคการเมืองควรจะตระหนักให้มาก เพื่อทำนโยบายให้กับประชาชนอย่างตรงจุด มิใช่เพียงออกแคมเปญเพื่อจะชนะเลือกตั้งอย่างเดียวเท่านั้น แต่สาระสำคัญอยู่ที่สิ่งที่ประชาชนอยากให้เข้ามาช่วยเหลือพวกเขา และสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้น 
 

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้อำนวยการเนชั่นโพล
 

อ่านเพิ่มเติม : “เนชั่นโพล” เผยผลสำรวจเลือกตั้ง 69 สีไหนเข้าวิน คว้าชัยเลือกตั้ง

พรรคการเมืองควรขับเคลื่อนอะไร เพื่อแก้ปัญหาประเทศให้ตรงจุด ?
 

ท่ามกลางความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ในช่วง 100 วันแรก ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่ได้รับครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความต้องการเชิงนโยบายเท่านั้น หากยังเป็นกระจกสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ในห้วงเวลาปัจจุบันอย่างชัดเจน ตัวเลขในโพลไม่ได้บอกแค่ว่า ประชาชนอยากได้อะไร แต่กำลังบอกนักการเมืองว่า นโยบายแบบใดที่สังคมไทย ไม่อาจรอได้อีกต่อไปแล้
 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “รัฐบาลควรทำอะไร” แต่คือ “พรรคการเมืองควรออกแบบ และขับเคลื่อนนโยบายอย่างไร ให้ตอบโจทย์ปัญหาจริงของประชาชน” เสียที


ผล “เนชั่นโพล” เสียงสะท้อนจาก ปชช.ที่พรรคการเมืองควรตระหนัก

เมื่อวิเคราะห์ผลโพลให้ละเอียดขึ้นจะพบว่า มีปัญหาเร่งด่วนที่กลายมาเป็นปัญหาเชิงระบบ กล่าวคือ จากผลสำรวจจะเห็นลำดับความสำคัญที่ชัดเจน ดังนี้
 

1.         เศรษฐกิจ: เพิ่มรายได้ ค่าแรง และ SME ร้อยละ 41.91

2.         ค่าครองชีพ: ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ร้อยละ 33.20

3.         ทุจริต: ปราบคอร์รัปชันและการประมูล ร้อยละ 23.27

4.         หนี้สิน: แก้หนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ ร้อยละ 22.05

5.         อาชญากรรม: ปราบคอลเซ็นเตอร์ พนัน ยาเสพติด ร้อยละ 16.83

6.         สุขภาพ: ยกระดับระบบประกันสุขภาพทั่วถึง  ร้อยละ 15.20

7.         ชายแดน: แก้ปัญหาความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ร้อยละ 15.09

8.         การศึกษา: ปรับทักษะอาชีพให้ทันตลาดแรงงาน ร้อยละ 12.37

9.         การเมือง: แก้รัฐธรรมนูญ ลดความขัดแย้ง ร้อยละ 7.93

10.        ภัยพิบัติ: ระบบเตือนภัย และแก้ PM2.5 ร้อยละ 3.46

 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนอย่างตรงไปตรงมาว่า “ปากท้อง” ยังเป็นโจทย์อันดับหนึ่งของประเทศ
 

ขณะที่ปัญหาทางการเมืองและสิ่งแวดล้อม แม้สำคัญ แต่ยังไม่ใช่ความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ที่ประชาชนรู้สึกในชีวิตประจำวัน เท่ากับรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สิน จากปัญหาปากท้องข้างต้น ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน จึงกลายมาเป็นปัญหาเชิงระบบ เพราะประเทศยังไม่สามารถก้าวข้ามความรู้สึกและความจริงที่ว่า ประชาชนยังต้องการให้แก้ปัญหาปากท้อง ทุกยุคทุกสมัยในการเลือกตั้ง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมีข้อคิดเห็นเชิงนโยบาย ที่อยากส่งให้พรรคการเมืองพิจารณาอย่างจริงจังว่า "ควรขับเคลื่อนอะไรบ้าง"

 

1. เศรษฐกิจต้องพ้นจากวาทกรรมสู่การเพิ่มรายได้จริง
 

การที่ประชาชนให้ความสำคัญกับ “รายได้ ค่าแรง และ SME” สูงเกือบร้อยละ 42 สะท้อนว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทย ไม่ใช่แค่เรื่อง GDP โตหรือไม่โต แต่คือ รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย และโอกาสทางเศรษฐกิจไม่กระจาย ข้อเสนอเชิงนโยบายที่พรรคการเมืองควรผลักดัน ได้แก่ การปรับโครงสร้างค่าแรง ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพจริงในแต่ละพื้นที่ การสร้างระบบสนับสนุน SME ไม่ใช่แค่เงินกู้ แต่รวมถึงตลาด เทคโนโลยี และการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ ที่ส่งเสริมธุรกิจของคนตัวเล็กตัวน้อย การลงทุนเศรษฐกิจฐานราก ที่สร้างงานที่มีคุณค่า มากกว่างานชั่วคราวเพิ่มรายได้ไปวัน ๆ ระยะสั้น หากพรรคการเมืองยังนำเสนอเศรษฐกิจในกรอบ “โครงการแจกเงิน” โดยไม่เชื่อมกับโครงสร้างการผลิต โพลที่สำรวจครั้งนี้คือสัญญาณเตือนว่า ประชาชนต้องการมากกว่านั้น

 

2. ค่าครองชีพ : ปัญหาที่รัฐเลี่ยงไม่ได้
 

กลุ่มตัวอย่างมากกว่าร้อยละ 33 ของผู้ตอบแบบสำรวจต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเดินทาง ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ปัญหาเชิงเทคนิค แต่คือกระดิ่งสั่นเตือนถึงความเป็นธรรมเชิงนโยบาย ดังนั้นพรรคการเมืองจึงควรเสนอการปฏิรูประบบพลังงานให้โปร่งใส ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นอย่างจริงใจ การกำกับโครงสร้างราคาขนส่งสาธารณะ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดย่อม ให้เป็นบริการสาธารณะ ที่เอื้อประชาชนให้เข้าถึงได้จริง การใช้กลไกรัฐควบคุมต้นทุนพื้นฐาน แทนการปล่อยให้ตลาดผูกขาด จนทำให้กลไกราคาบิดเบี้ยวไม่เอื้อต่อผู้บริโภค พรรคการเมืองต้องตระหนักว่า ค่าครองชีพที่สูงไม่ใช่ภัยธรรมชาติ แต่คือผลจากการตัดสินใจเชิงนโยบาย จึงต้องสร้างสมดุลระหว่างประชาชนและนายทุน บนพื้นฐานความเป็นธรรมเชิงสาธารณะให้มากที่สุด

 

3. หนี้สิน : ระเบิดเวลาของสังคมไทย
 

หนี้ครัวเรือนและหนี้นอกระบบ ได้รับความสนใจถึงร้อยละ 22 จากผลการสำรวจ นี่คือสัญญาณของปัญหาเชิงโครงสร้างที่รุนแรง พรรคการเมืองจึงควรเสนอกลไกแก้หนี้ที่เชื่อมโยงรายได้ ไม่ใช่พักหนี้ชั่วคราวอย่างที่ชอบทำเลียนแบบกัน เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมสินเชื่อนอกระบบอย่างจริงจัง เร่งสร้างระบบเครดิตที่เป็นธรรมสำหรับคนรายได้น้อย เพื่อพัฒนาอาชีพและรายได้ของตัวเอง  หากไม่เร่งจัดการหนี้สินอย่างเป็นระบบ จะเป็นเหมือนโดมิโนกระทบชิ่งปัญหาสังคมอื่น ๆ ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาทิ อาชญากรรมทั้งแบบเก่าและออนไลน์ การเกิดขึ้นของสลัมซ้ำซาก สุขภาพขาดการดูแล ฯลฯ

 

4. คอร์รัปชัน: เมื่อประชาชนมองเห็นว่าเงินหายไป กระทบคุณภาพชีวิตผู้คน
 

ประชาชนกว่าร้อยละ 23 ของผู้ตอบแบบสำรวจ โพลต้องการให้ปราบปรามการทุจริต และการประมูลอย่างเข้มข้น สะท้อนว่าประชาชนเชื่อมโยงโดยตรง ระหว่างคอร์รัปชันกับคุณภาพชีวิต ด้วยเหตุนี้ พรรคการเมืองจึงควรมีข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างจริงจังได้แล้ว อาทิ เปิดข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างแบบเรียลไทม์ เร่งใช้เทคโนโลยีลดดุลยพินิจเจ้าหน้าที่โดยเร็ว ทำให้การโกงมีต้นทุนสูงกว่าไม่โกง เช่น บทลงโทษที่หนักหน่วง การพิจารณาตัดสินโทษที่รวดเร็วเป็นอิสระจากการเมือง ฯลฯ การปราบคอร์รัปชันจะต้องไม่ใช่คำขวัญหาเสียงเท่ ๆ เท่านั้น แต่ต้องเป็นระบบที่ตรวจสอบได้จริงและมีประสิทธิภาพ
 

แม้ว่าผลการสำรวจจะมี 10 ลำดับประเด็นปัญหา แต่ลำดับประเด็นที่มีสัดส่วนสูงมากกว่าร้อยละ 20 มีสี่ประเด็นข้างต้น ผมจึงขอนำมาเป็นข้อเสนอต่อพรรคการเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย เพราะเห็นว่าเป็นความต้องการเร่งด่วนและคาราคาซัง ตลอดจนเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ ในสัดส่วนที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ ที่พรรคการเมืองต้องใส่ใจอย่างจริงจัง ไม่ใช่สร้างแต่วาทกรรมหาเสียงเพื่อชัยชนะเท่านั้น เราถึงจะรับประกันได้ว่าปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ จะได้รับการแก้ไขและมีทิศทางที่ดีในอนาคตอย่างยั่งยืน 
 

อ่านเพิ่มเติม : “เนชั่นโพล” เผยผลสำรวจเลือกตั้ง 69 สีไหนเข้าวิน คว้าชัยเลือกตั้ง