ต๋อง ศิษย์ฉ่อย กล่าวสนับสนุนนโยบาย “พิฆาตคนชั่ว” ของพรรคในการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชัน และสแกมเมอร์ ว่า ตนเคยตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์จนสูญเงินไปเกือบ 6,000,000 บาท พร้อมย้ำว่าปัญหาเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาดจริงจัง และยังตั้งความหวังการแก้ไขปัญหาการทุจริตในวงการกีฬา ซึ่งมีงบประมาณและเงินสนับสนุนจากรัฐบาลปีละ 4,000-5,000 ล้านบาท โดยยกตัวอย่าง ปัญหาการโกงเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา เช่น นักกีฬาที่ควรได้รับเงินเดือน 27,000 บาท กลับได้จริงเพียง 20,000 บาท หรือบางรายเหลือเพียง 15,000 บาท ทั้งที่ต้องเสียสละเวลาเกือบทั้งชีวิตเพื่อรับใช้ชาติ
“ปัญหานี้ไม่ได้มีเสียงของผมเพียงคนเดียว นักกีฬาหลายประเภทได้พูดมาแล้วหลายสมัย แต่ไม่มีใครรับฟัง จึงได้แต่ภาวนาว่า หากมีรัฐบาลใหม่จะต้องเป็นรัฐบาลของพรรครวมไทยสร้างชาติ” ต๋อง ศิษย์ฉ่อย กล่าว
ในประเด็นเกี่ยวกับกีฬาสนุกเกอร์
นายวัฒนา ได้ตั้งคำถามถึงการปลดล็อกกฎหมายที่เกี่ยวกับการพนัน โดยชี้ว่า ปัจจุบันมีมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกที่ยอมรับกีฬาประเภทนี้ และสามารถพัฒนาไปสู่ระดับโอลิมปิกได้ ขณะที่ประเทศไทย มีนักสนุกเกอร์ระดับโลกมาแล้วเกือบ 40 ปี และสร้างแชมป์โลกไม่ต่ำกว่า 20 คน แต่กีฬาสนุกเกอร์กลับยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเรียกร้องให้มีผู้ใหญ่ที่กล้าและเด็ดขาดเข้ามาช่วยยกระดับกีฬาสนุกเกอร์ให้เป็นกีฬาเต็มตัว
ต๋อง ศิษย์ฉ่อย เผยว่า ยังได้เชิญชวนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยสนใจการเมือง ให้เข้าไปศึกษานักการเมืองแต่ละคนด้วยตัวเอง ไม่ใช่เลือกเพราะเงิน 500 หรือ 1,000 บาท พร้อมย้ำว่าจากการติดตามนักการเมืองเกือบทุกพรรค ตนเห็นว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคที่ชัดเจน กล้าพูด กล้าทำ และมีความเด็ดขาด
“ถ้านึกอะไรไม่ออก นึกถึงเบอร์ 6 หากประชาชนเลือกพรรคที่ดี ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีอย่างแน่นอน” ต๋อง ศิษย์ฉ่อย กล่าว