นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรม จะเปลี่ยนเมืองรอง เป็นเมืองหลัก กระจายงบประมาณ โอกาส และการพัฒนาเข้าสู่ภูมิภาค ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างงานในพื้นที่ ลดการย้ายถิ่น โดยเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อย่างเช่น จ.ลำปาง ถือเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวและเป็นจังหวัดรองที่น่าสนใจอย่างมากซึ่งพรรคกล้าธรรมมีแนวนโยบายชัดเจนที่จะพัฒนาลำปางให้เติบโตทางด้านการท่องเที่ยวเหมือนเช่นพะเยาที่ก่อนหน้านี้ก็เป็นเมืองรองแต่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในแถบภาคเหนือแล้ว
“การพัฒนาประเทศต้องมองทั้งมิติเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กัน โดยเฉพาะการสร้างหลักประกันให้ครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนอยู่ได้ และคนรุ่นใหม่มีโอกาสในบ้านเกิดของตนเอง” นางปวีณา กล่าว
ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า มีคนถามว่าบางพรรคบอกจะไม่จับมือกับเรา อยู่ดีๆเปลี่ยนใจบอกจับกับเราก็ได้ ถามว่าตนอยากจะตอบโต้อะไรหรือไม่ เราบอกไม่ เพราะเราเคารพเสียงประชาชน ยังไม่เข้าคูหาเลยนอกจากผิดมารยาททางการเมืองที่มาประกาศว่าจับมือกับใครหรือไม่แล้ว ถือเป็นการดูถูกประชาชน ยังไม่ได้เลือกแต่มาถือวิสาสะประกาศว่าจะจับกับใคร จะได้ถึง 25 เสียงหรือไม่ยังไม่ทราบ กล้าดีมาประกาศว่าจะไม่จับกับใคร นอกจากนี้ยังทำการเมืองแบบโบราณป้ายสี ว่าพรรคนั้นเป็นสีนั้นสีนี้ ตอนนี้ไม่กล้าใช้เรื่องนี้แล้วเพราะเข้าตัวหมด สีส้มก็อมดำ สีฟ้าก็อมเทา เหลือแต่ของเราเขียวขจีอยู่สีเดียว แต่ละพรรคส่งแคนดิเดตหลายคนงงไปหมดว่าเลือกแล้วจะได้คนไหน แต่กล้าธรรมส่งเพียง ร.อ.ธรรมนัส แน่นอนว่าถ้าเลือก ร.อ.ธรรมนัส ได้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นนายกฯแน่นอน
“พรรคกล้าธรรมขอแรงสนับสนุนจากชาวลำปางให้ผู้สมัครของพรรคทั้ง 4 เขต การตัดสินใจทางการเมืองหลังเลือกตั้งควรตั้งอยู่บนพื้นฐานเสียงของประชาชน ไม่ใช่การกำหนดล่วงหน้า การประกาศจับมือหรือไม่จับมือกับพรรคใดก่อนการเลือกตั้ง เป็นการไม่ให้เกียรติประชาชน แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมจะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง“ ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ขณะนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมรับฟัง พร้อมระบุว่า ลำปางเป็นจังหวัดที่ตนเดินทางมาเยือนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง อำเภอเถิน เป็นโครงการสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร แนวคิดโครงการมีมานานตั้งแต่ปี 2560 แต่ยังไม่คืบหน้า จนกระทั่งตนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงสั่งการให้เร่งศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ และผลักดันเข้าสู่แผนงบประมาณปี 2569 วงเงินประมาณ 700 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้าง พร้อมยืนยันว่า จะทำหน้าที่ในสภาเพื่อผลักดันและปกป้องงบประมาณโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงภาพรวมการพัฒนาของจังหวัดลำปางว่า ในอดีตเคยเป็นเมืองสำคัญของภาคเหนือ มีความเจริญทัดเทียมจังหวัดใหญ่หลายแห่ง แต่ช่วงหลังการพัฒนากระจุกตัวในเมืองหลัก ทำให้หลายจังหวัดรวมถึงลำปางชะลอตัว กลายเป็นเพียงเมืองทางผ่าน เขามองว่าการพัฒนาขาดความต่อเนื่องด้านผู้นำและการผลักดันเชิงนโยบาย พร้อมเสนอว่าต้องมีโครงการพัฒนาและการเชื่อมโยงกับส่วนกลางอย่างจริงจัง เพื่อให้จังหวัดกลับมามีศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกครั้ง
“ไม่มีนักการเมืองคนใดเป็นผ้าขาวอย่างสมบูรณ์ สิ่งสำคัญคือผลงานและความสามารถในการแก้ปัญหาให้ประชาชน มากกว่าการโจมตีทางภาพลักษณ์ พร้อมชี้ว่าการเมืองควรตัดสินจากการทำงานที่เป็นรูปธรรม บทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ว่า ผู้แทนราษฎรต้องทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนอย่างแท้จริง ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ และไม่หายไปหลังการเลือกตั้ง เลือกแล้วต้องใช้งานได้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส ขอให้ประชาชนเปิดโอกาสให้ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นของใหม่ เข้ามาทำงานแทนของเก่าที่ประชาชนคุ้นเคยมานานแต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดยคนภาคเหนือ และต้องการเป็นพรรคของคนในภูมิภาคเหนืออย่างแท้จริง