svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

เศรษฐกิจไทยเริ่มมีเสถียรภาพ แต่ยังคงมุมมองเฝ้าระวัง

26 ม.ค. 2569

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด มองเศรษฐกิจไทยปี 69 เริ่มมีเสถียรภาพ แต่ยังคงมุมมองเฝ้าระวัง จับตาปัจจัยกดดันระยะสั้น จากความไม่แน่นอนด้านการค้า - การเมือง

สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด มองเศรษฐกิจไทยปี 69 เริ่มมีเสถียรภาพ แต่ยังคงมุมมองเฝ้าระวัง จับตาปัจจัยกดดันระยะสั้น จากความไม่แน่นอนด้านการค้า - การเมือง

KEY

POINTS

“เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงแข็งแกร่ง อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยพยุงการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการกระจายตลาดส่งออกจะเป็นแรงหนุนในระยะยาว”

ในระยะถัดไป แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะกลางจะได้รับแรงสนับสนุนจากความพยายามในการยกระดับอุตสาหกรรมหลัก การดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่มีความหลากหลายมากขึ้น และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในห่วงโซ่อุปทานโลก

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ระบุ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ร้อยละ 2 ในปี 2568 และ 2569 โดยแรงส่งทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังอยู่ในระดับจำกัด ก่อนจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนด้านการค้าและการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยกดดันการขยายตัวในระยะสั้น ขณะที่นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและมาตรการการคลังแบบเฉพาะจุดคาดว่าจะช่วยรองรับความเสี่ยงด้านลบได้ในระดับหนึ่ง

อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะติดลบต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางปี 2569 จากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอและราคาพลังงานที่ลดลง ซึ่งเปิดโอกาสให้การดำเนินนโยบายยังคงอยู่ในทิศทางผ่อนคลาย โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงสู่ระดับร้อยละ 1 ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อสนับสนุนภาวะการเงินและการขยายตัวของสินเชื่อ
 

ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐกิจอาวุโส ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ระบุ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ร้อยละ 2 ในปี 2568 และ 2569 โดยแรงส่งทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังอยู่ในระดับจำกัด ก่อนจะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนด้านการค้าและการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยกดดันการขยายตัวในระยะสั้น ขณะที่นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและมาตรการการคลังแบบเฉพาะจุดคาดว่าจะช่วยรองรับความเสี่ยงด้านลบได้ในระดับหนึ่ง

ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐกิจอาวุโส ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะติดลบต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางปี 2569 จากอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอและราคาพลังงานที่ลดลง ซึ่งเปิดโอกาสให้การดำเนินนโยบายยังคงอยู่ในทิศทางผ่อนคลาย โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงสู่ระดับร้อยละ 1 ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อสนับสนุนภาวะการเงินและการขยายตัวของสินเชื่อ
 

ภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 อยู่ที่ 26.9 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 82% ของระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังอยู่ต่ำกว่าระดับในอดีต แต่คาดว่าการฟื้นตัวตามฤดูกาลในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 จะช่วยหนุนจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้น ควบคู่กับอุปสงค์ที่ปรับดีขึ้นจากตลาดสำคัญอื่นๆ อย่างไรก็ดี การเร่งตัวของการเติบโตอย่างยั่งยืนยังจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม

ด้านการคลัง คาดว่าการขาดดุลงบประมาณในปีงบประมาณ 2569 จะปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ร้อยละ 4.4 ของ GDP แม้ว่าการปรับฐานะการคลังจะต้องใช้เวลา แต่ฐานะการคลังของประเทศยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และคาดว่าประเทศไทยจะยังคงรักษาอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุน (investment grade) ไว้ได้