“ไทยสร้างไทย" ปล่อยหมัดเด็ด ประกาศปลดล็อกหนี้คนไทยทั้งประเทศ
26 ม.ค. 2569
"คุณหญิงสุดารัตน์-พรรคไทยสร้างไทย" ปล่อยหมัดเด็ดโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง ประกาศปลดล็อกหนี้คนไทยทั้งประเทศ ด้วยกองทุนสร้างไทย 4 แสนล้าน
ข่าว
26 ม.ค. 2569
"คุณหญิงสุดารัตน์-พรรคไทยสร้างไทย" ปล่อยหมัดเด็ดโค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง ประกาศปลดล็อกหนี้คนไทยทั้งประเทศ ด้วยกองทุนสร้างไทย 4 แสนล้าน
26 มกราคม 2569 ที่พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวประกาศ “ปลดล็อกหนี้“ คนไทย เปิดแคมเปญล้างหนี้คนไทยทั้งประเทศ เพื่อปลดล็อกพันธนาการหนี้สินครัวเรือน และวิกฤตเอสเอ็มอี ที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจไทย พร้อมสร้างนโยบายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการตั้งกองทุนสร้างไทย 400,000 ล้านบาท เข้าช่วยกลุ่ม SMEs เกษตรกร และคนตัวเล็ก ที่ถูกทอดทิ้งให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง พร้อมแก้ไขปัญหาหนี้เสียสะสมจากวิกฤตโควิด-19 อย่างเป็นรูปธรรม คืนลมหายใจให้ระบบเศรษฐกิจฐานราก
พรรคไทยสร้างไทยวางโรดแมปแก้หนี้แบบเบ็ดเสร็จ ด้วยการพักชำระหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ย นาน 3 ปี สำหรับยอดหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนคนตัวเล็ก เพื่อให้เวลาประชาชนได้ฟื้นตัวโดยไม่มีภาระกดดัน ควบคู่ไปกับการอัดฉีดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 4 ต่อปี ผ่าน “กองทุนสร้างไทย” 300,000 ล้าน เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการทำมาหากินต่อ ยืนยันเดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ โดยไม่ติดเครดิตบูโร ที่เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมาอย่างยาวนาน
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังให้ความสำคัญกับการขุดรากถอนโคนหนี้นอกระบบ ด้วยการจัดตั้ง “กองทุนตั้งตัว” วงเงิน 100,000 ล้านบาท เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กกู้ยืมสูงสุดรายละ 100,000 บาท เพื่อนำไปล้างหนี้นอกระบบ และใช้เป็นเงินทุนในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ นโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ระบบ และสร้างพลังในการจับจ่ายใช้สอยให้เกิดขึ้นในทุกชุมชนทั่วประเทศ เป็นการแก้ปัญหาความยากจนที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน เพื่อให้เงินกู้ถึงมือผู้ต้องการกู้ได้จริง การปล่อยกู้จึงจะผ่านกองทุนสร้างไทยและองค์กรภาคเอกชนอย่างหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภา SMEs และองค์กร SMEs ต่าง ๆ ที่มีข้อมูลผู้ประกอบการจริง ส่วนเกษตรกรจะใช้สหกรณ์มาร่วมปล่อยกู้ ให้เกษตรกรที่มิใช่สมาชิกได้ด้วย
แหล่งเงินที่มาของกองทุน จากการออกพันธบัตรรัฐบาลให้ดอกเบี้ยที่ 3% เพื่อระดมทุนมาปล่อยกู้ให้กับ SMEs เกษตรกร และคนตัวเล็ก โดยตรง ซึ่งขณะนี้เรามีเงินฝากอยู่ในสถาบันการเงินต่าง ๆ ประมาณ 17 ล้านล้าน ได้ดอกเบี้ยเงินฝากเพียง 1% บวกลบ ซึ่งคนมีเงินฝากก็ได้ประโยชน์จากการได้รับผลตอบแทนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่วน SMEs เกษตรกร และคนตัวเล็ก ก็จะกู้ได้จริงและดอกเบี้ยถูกลง เปิดโอกาสให้ทุกคนตั้งตัวและดำเนินธุรกิจต่อไปได้
คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า ที่สำคัญต้องดูแลปัญหาสินค้าต่างชาติ ทะลักเข้ามาทุ่มตลาดไทย สินค้าเหล่านี้ทะลักเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่ต้องผ่าน อย. มอก. ก็ขายได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่และนักการเมืองทุจริตปล่อยปละละเลย รับสินบน ผู้ประกอบการคนไทยตายเรียบ จึงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ต้องไม่ปล่อยให้ข้าราชการและนักการเมืองเลว หากินบนความยากจนของคนไทยอีกต่อไป
"นี่ไม่ใช่การหาเสียง แต่คือการยื่นคำมั่นสัญญา ที่จะพาคนไทยหลุดพ้นจากวงจรหนี้ และก้าวไปสู่ยุคแห่งการสร้างรายได้ที่มั่นคง" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
