svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

“กรณ์” แจงเช็คช่วยชาติ ศก.โต 7.5% - เชื่อเงินล้านซ้ำรอยเงินหมื่น

26 ม.ค. 2569

“กรณ์” แจง “เช็คช่วยชาติ” ทำเศรษฐกิจไทยเกิดพายุหมุนจริง ปั๊ม GDP โต 7.5% - โต้ “สุ่มแจกของเพื่อไทย” อาศัย “ดวง” เชื่อซ้ำรอยเงินหมื่น-ไม่ศึกษาหาข้อมูลก่อนหาเสียง

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ตอบโต้กรณีที่นายพายุ เนื่องจำนงค์ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 3 พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยแจกเช็คช่วยชาติคนละ 2,000 บาทในกลุ่มผู้มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท จำนวน 9,400,000 คน ใช้งบประมาณไป 19,000 ล้านบาทเมื่อปี 2552 โดยไม่มีหลักการ หรือแผนต่อยอดใด ๆ ที่ยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจประเทศ แต่เหตุใดกลับไม่เป็นเรื่องที่ไร้ยางอายว่า ในเรื่อง “เช็คช่วยชาติ” ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องที่มีข้อสรุปไปนานแล้ว ในแง่ผลบวกต่อการแก้วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2552 ซึ่งเป็นโครงการที่ได้ผลชัดเจนและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตนได้รับรางวัล “Global Finance Minister of the Year” แต่วันนี้ มีคนตั้งคำถามว่า ทำไม “เช็คช่วยชาติ” ที่พรรคประชาธิปัตย์ทำได้ และมีอะไรต่างกับที่พรรคเพื่อไทย หาเสียงสุ่มแจกเงินล้านทุกวัน ซึ่งเห็นได้ชัดว่า เป็นความพยายามโต้กลับแบบไม่ทำการบ้านมาเลย

นายกรณ์ ยังชี้แจงว่า เมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล เข้ามาพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ลามมาจากสหรัฐฯ ที่เรียกว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามารับช่วงต่อจากรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ด้วยสภาวะเงินคงคลัง “ติดลบ” ที่หน่วยงานราชการรายงานว่า ไทยเสี่ยงถึงขั้นต้องถูก Shutdown หรือศัพท์เทคนิคคือ หาเงินปิดหีบเงินคงคลังได้ไม่พอ ซึ่งในขณะนั้น รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ออกหลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเช็คมูลค่า 2,000 บาท ให้กับผู้มีรายได้ตํ่ากว่า 15,000/เดือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระบบประกันสังคม มีผู้ได้รับเช็คกว่า 10 ล้านคน แต่ “นโยบายสุ่มแจกของเพื่อไทย” ผู้ได้เงินล้านอาศัย “ดวง” หรืออะไรก็แล้วแต่ โดยที่จะมีคนไทยเพียง 3,285 คน ที่จะได้รับเงิน หรือคิดเป็น 0.005% ของประชากร ซึ่งในกลุ่มนี้ไม่ได้มีการแยกแยะว่า จะเป็นคนรวยหรือจน ไม่ได้แยกแยะว่าใครเดือดร้อน ใครรวยอยู่แล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงความโปร่งใสว่า วิธีการสุ่มจะทำอย่างไร ชาวบ้านตาดำๆ จะมีโอกาสได้รางวัลจริงหรือไม่

นายกรณ์ ยังชี้แจงว่า "เช็คช่วยชาติ" ไม่เคยเป็นนโยบายที่ประกาศออกมา เพื่อการหาเสียง แต่คิดนโยบายนี้ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า เช่นเดียวกับ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ แต่ของพรรคเพื่อไทย เป็นการประกาศออกมาช่วงหาเสียงเพื่อหวังคะแนนนิยมโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาไม่นาน ก็เคยประกาศแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท แล้วก็ทำไม่ได้ แสดงให้เห็นว่า ไม่มีการศึกษาหาข้อมูลมาก่อนที่จะเอามาหาเสียงเลยว่า ในทางปฏิบัติ สามารถทำได้จริงหรือไม่

 

นายกรณ์ ยังย้ำว่า ผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนั้น ทำให้เศรษฐกิจไทยเกิดความสะพัด เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจจริงจนสิ้นปีกลับมาเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 7.5% ปั๊มหัวใจให้ชาวบ้านค้าขายคล่องขึ้น เรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก และย้ำว่า Big Data จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าอยู่ในมือของคนที่คิดวิเคราะห์อะไรไม่เป็น