อาจารย์ถวิลวดี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า บอกด้วยว่า นโยบายแบบนี้ถือว่า...
ขัดกับกฎหมายครอบครัวและการสมรส ที่ยึดหลัก “คู่สมรสหนึ่งต่อหนึ่ง” หรือไม่
ขัดกับหลักความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไม่
เกี่ยวพันกับการแก้ไขกฎหมายระดับใดบ้าง แน่นอนว่าต้องมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และอาจลามถึงรัฐธรรมนูญ
อาจารย์ถวิลวดี บอกอีกว่า จากการสืบค้นข้อมูลทั่วโลก ไม่มีกฎหมายระดับประเทศ ของประเทศใดที่อนุญาตหรือรับรองในเรื่องที่ให้ผู้หญิงมีสามีได้มากกว่าหนึ่ง แต่มีเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์หรือประเพณีดั้งเดิม เรียกว่า “การมีสามีหลายคน” ด้วยเหตุผลเรื่องมรดก และรักษาเศรษฐกิจครัวเรือนในพื้นที่ภูเขา คือให้พี่น้องชายหลายคน แต่งงานกับผู้หญิงคนเดียว พบอยู่บ้างในกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมบางแห่งในอินเดีย เนปาล และภูฏาน แต่เกือบทั้งหมดก็ยกเลิกหรือเลือนหายไปแล้ว จากอิทธิพลของค่านิยม และกฎหมายสมัยใหม่
มุ่งเขย่าสังคม ไม่สนความจริง
อาจารย์ถวิลวดี ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เหตุใดพรรคที่เสนอเรื่องนี้ จึงไม่หันไปมองนโยบายในเรื่องของ “สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์แบบ” ที่ไทยกำลังเผชิญ ว่าประเทศควรเตรียมการอย่างไรในสถานการณ์ที่อัตราเกิดของพลเมืองไทยมีน้อยลงจนน่ากลัว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมายังไม่เห็นมีพรรคการเมืองไหนพูดถึงการวางแผนเรื่องโครงสร้างประชากรเลย รวมถึงการเตรียมการสำหรับอนาคตในเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
อาจารย์ถวิลวดี สรุปว่า นโยบายในแบบของอดีต สส.เต้ เชื่อว่าไม่ได้ตั้งใจจะ “ทำจริง” แต่ตั้งใจ…
เขย่าสังคม
สร้างการรับรู้แบบทางลัด หวังผลแปรเป็นคะแนนเสียง
เบี่ยงประเด็นจากปัญหาโครงสร้างอื่น โดยไม่พูดถึงการปฏิรูปกฎหมายครอบครัว เน้นอารมณ์มากกว่านโยบาย เข้าข่ายเป็น Post Truth Politics หรือการเมืองยุคหลังความจริง ใช้แต่การสร้างกระแสปลุกเร้าทางอารมณ์เพื่อเปลี่ยนเป็นผลคะแนน