พรรคปชน.ก็รับรู้สถานการณ์ เมื่อกำลังถูกเปิดแผลสด ก็ต้องรีบรักษา ไม่ปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายขยายตัวออกไป จึงต้องงัดกลยุทธ์กลบข่าวร้ายชูข่าวใหม่ผ่านการเปิดตัวพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตสส.ขวัญใจชาวออฟฟิศ ออกมาช่วยหาเสียง โดยจะประเดิมเวทีใหญ่ หลังกลับถึงไทยในวันที่25 มกราคม ด้วยการร่วมปราศรัยกับเหล่าผู้นำจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็น ปิยบุตร แสงกนกกุล ช่อ พรรณิการ์ ที่ลานหน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ ภายใต้หัวข้อ "เชื่อในประชาชน" โดยหวังให้บันทึกภาพการปราศรัยออกมาเทียบเคียงช่วงโค้งสุดท้ายเมื่อปี66 ณ บริเณพื้นที่แห่งนี้. ด้วยจำนวนหนุ่มสาวออกมาสนับสนุนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง จากนั้น "พิธา" จะไปลุยช่วยหาเสียงต่อที่สมุทรปราการ ในเวลา17.00น.ทันที
ถึงกระนั้นมีการตั้งข้อสังเกต การทิ้งไพ่ "พิธา" จะสามารถทวงคืนกระแสได้หรือไม่ หรือจะเป็นกระแสตีกลับแทน
เพราะอย่าลืมว่า สถานการณ์ ณ วันนี้ แตกต่าง จากการเลือกตั้งปี 66 ที่พรรคประชาชนยังกุมหัวใจประชาชนได้อยู่ ด้วยสโลแกนโค้งสุดท้าย "มีเราไม่มีลุง" แต่วันนี้ ไม่มีลุงแล้ว อีกอย่างวันนี้ คนที่เป็นหัวหน้าพรรค กลับเป็นชื่อ" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
"บริบทการเมืองย่อมแตกต่างกัน หากปล่อย"พิธา" ออกมาโชว์กันบ่อยจะไม่ช้ำหรืออย่างไร ย่อมมีคำถามตามมาอีกด้วย แล้วคนเป็นหัวหน้าพรรค ต้องไปแอบยืนอยู่หลังเวทีกระนั้นหรือ. นี่จึงเป็นความยากลำบากของพรรคประชาชนในการ งัดกลยุทธ์ ที่ไม่ใช่ของใหม่ นำมากอบกู้สถานการณ์ชิงเก้าอี้สส.กทม.ให้อยู่เท่าเดิม 32 ที่นั่ง "
เลือกตั้ง 69 สมรภูมิชิงชัยเก้าอี้สส.กทม.ไมง่าย รับรู้กันทั่วฟ้าเมืองไทย ต่อการกลับมาของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่กำลังทำคะแนนในเมืองหลวงชนิดดีวันดีคืน ดังนั้นส่วนแบ่งทางการตลาดกทม. ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชน จะสูญเสียที่นั่งให้กับพรรคประชาธิปัตย์หรือแม้แต่เพื่อไทย และภูมิใจไทยค่อนข้างแน่นอน
"เพื่อไทย"ท่องบทสมานฉันท์เก็บแต้ม
พรรคเพื่อไทย - ก่อนที่พรรคประชาชนจะหงายการ์ด ดึง "พิธา" ช่วยหาเสียงด้วยการประเดิมเวทีสามย่านมิตรทาวน์ ทว่า เพื่อไทย เดินเกมชิงกระแส ประกาศจับจองลานสยามพารากอนเปิดปราศรัยใหญ่ในวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. เรียกได้ว่าชิงตัดหน้าพรรคประชาชนไปก่อน
แน่นอนเพื่อไทยพยายามกอบกู้ภาพลักษณ์จากกรณีอดีตนายกฯแพทองธาร สร้างตำนานคลิปอังเคิลทำพรรคตกต่ำ จึงต้องหลบฉาก หาผู้เล่นใหม่ อย่าง"ดร.เชน" ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯมา กอบกู้สถานการณ์ ซึ่งเจ้าตัวดูจะทำหน้านี้ได้ดีขึ้นตามลำดับ
ด้วยความรู้ ความสามารถในภาพนักวิชาการมาเป็นนักการเมืองสมานฉันท์ เป้าหมายใหญ่สำหรับพื้นที่ตอนนี้คือกทม.ที่จะส่งมอบดอกไม้มากกว่าก้อนอิฐ ให้พรรคเพื่อไทยผ่านมือดร.เชน ซึ่งถ้าหากติดตามการลงพื้นที่ ต้องยอมรับตามสภาพข้อเท็จจริงว่า "เชนกำลังเปลี่ยนโลก"
เปรียบเทียบกับกับพรรคการเมืองบางพรรคที่ลงพื้นที่พบประชาชน ทุกตรอกซอกซอยเมืองกรุง ต้องเผชิญสถานการณ์ถูกชาวบ้านตั้งคำถามกับวาทกรรม "ทหารมีไว้ทำไม" แทนที่จะขอคะแนนเสียง กลับกลายเป็นต้องใช้เวลาชี้แจงประเด็นค้างคาใจประชาชน
นับจากนี้เหลือเวลาอีกแค่สิบกว่าวัน เชื่อว่า หลายพรรคต้องเร่งขนกลยุทธ์เด็ดออกมา เพื่อคว้าเก้าอี้สส. ก้าวขึ้นสู่อำนาจนิติบัญญัตติและบริหาร
ตรงกันข้าม กับ ใครหรือพรรคใดก็ตาม ยังไม่รู้ตัวว่ามีจุดอ่อนและไม่ปรับ โอกาสคว้าชัยชนะก็คงต้องได้แต่ร้องเพลง"เจ็บนี้อีกนาน" ต่อไป