svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ศึกเลือกตั้ง 69 ส่องกลยุทธ์ พรรคการเมือง ครึ่งทางหาเสียง ปล่อยหมัดเด็ด

23 ม.ค. 2569

การหาเสียงเลือกตั้ง เดินทางมาเกินครึ่งทางแล้ว ยิ่งใกล้โค้งสุดท้าย แต่ละพรรคการเมือง ปรับกลยุทธ์ด้วยการปล่อยหมัดเด็ด เรียกคะแนน พรรคการเมืองขนาดใหญ่ มีการวางยุทธศาสตร์ชิงเมืองอย่างไร ชวนติดตามไปด้วยกัน โดย "อสนีบาต"

23 มกราคม 2569 - เส้นทางสู่การเลือกตั้ง69 ขยับเข้าใกล้วันที่ 8 กุมภาพันธ์มากขึ้นทุกขณะ หลายพรรคการเมือง ขนสรรพกำลัง ออกมาหาเสียงสะสมคะแนน. โดยเฉพาะการลงพื้นที่จัดปราศรัยตามหัวเมืองจังหวัดใหญ่ๆที่มีจำนวนสส.หลายเก้าอี้ ทำให้การลงพื้นที่ปราศรัย จำเป็นต้องวางกลยุทธ์ชิงเมืองอย่างแยบยล

หากพิจารณาถึงกลยุทธ์หาเสียงในช่วง สองสัปดาห์สุดท้ายก่อนหย่อนบัตร พบว่า เริ่มมีการปล่อยหมัดเด็ดออกมาให้เห็นกันมากขึ้น และยิ่งใกล้ถึงสัปดาห์สุดท้าย หมัดเด็ดชุดสุดท้ายก็อาจกลายเป็นหมัดน็อคคู่แข่งทางการเมือง จากที่เคยเป็นรองอาจพลิกตีตื้นขึ้นมากุมความได้เปรียบชนิดช็อกตาตั้งก็มี

 ภท.บุกโคราช รักษาเก้าอี้

ล่าสุด( 22 มกราคม 2569)  อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าพรรคภูมใจไทย ยกทัพใหญ่ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา จังหวัดที่มีเก้าอี้สส.มากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 เขต 16 ที่นั่ง 

มองถึงยุทธศาสตร์ระดับพื้นที่โดยเปรียบเทียบจากผลการเลือกตั้งปี66 เพื่อไทยสามารถปักธงเมืองย่าโม ถึง 12 ที่นั่ง ปล่อยให้พรรคมากับกระแสอย่างก้าวไกลขณะนั้นซึ่งคือพรรคประชาชนในปัจจุบัน แย่งไปได้ 3 เก้าอี้ในเขตเมือง พรรคสีน้ำเงินคว้าไปได้ 1 ที่นั่งเท่านั้น 

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 69 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยกทัพใหญ่ ลงพื้นที่หาเสียงนครราชสีมา

การที่"เสี่ยหนู"ยกทัพปราศรัยใหญ่ถิ่นย่าโม เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ถึอเป็นการประเมินมาแล้วว่า คราวก่อนพ่ายแพ้ให้สีแดงหลุดลุ่ย แต่ครั้งนี้จะแตกต่างจากปี 66 

สาเหตุจากการที่ พรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐบาลปัจจุบัน ยังคุมกลไกอำนาจรัฐ พร้อมกับการสร้างกระแสรักชาติ เป็นคะแนนตุน   จึงหวังจะใช้กระแสนิยมเลือดรักชาติดังกล่าว สร้างแรงดึงดูดใจประชาชน เติมเต็มเพิ่มเก้าอี้สส.ให้ได้มากขึ้นจากคราวก่อน ที่ได้ไปเพียงหนึ่งที่นั่ง อีกทั้ง ภูมิใจไทย กวาดต้อนบ้านใหญ่สีแดงมาสวมเสื้อน้ำเงินก็อาจทำให้ได้เก้าอี้เพิ่ม

ณัฐพงษ์  เรืองปัญญาวุฒิ  หัวหน้าพรรคประชาชน

ปชน. ทิ้งไพ่ "พิธา "รักษาคะแนนเมืองกรุง

"พรรคประชน." - นับเป็นสัปดาห์ที่ค่ายสีส้มปล่อยของใหม่แต่คนเก่าออกมาหวังเป็นแม่เหล็กดูดความนิยมกลับมาให้ได้หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคประชาชน ต้องเผชิญสถานการณ์ที่ไม่ค่อยเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของพรรค ทั้งที่อุดมไปด้วยคนเก่งสุดขั้ว อุดมการณ์เหนือคำบรรยาย หรือแม้แต่การเปิดสโลแกน". มีเราไม่มีเทา " ก็ต้องถูกฝ่ายตรงข้ามจับมาโจมตีเปลี่ยนสโลแกนกลายเป็น "ไม่มีเทามีแต่ดำ" จากกรณีตำรวจออกหมายจับผู้สมัครสส.พรรคประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็ปพนันออนไลน์  แม้แต่การที่ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ออกมาแสดงจุดยืนผ่านเวทีดีเบตเนชั่น จุดเปลี่ยนประเทศไทย จากกรณีที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดประเด็นคำถามตามประสานักการเมืองเขี้ยวลากดิน ด้วยการให้ทุกพรรคประกาศจุดยืนประเด็นแก้รธน. แต่ไม่แตะหมวด1 หมวด 2 ซึ่ง หัวหน้าเท้ง รายเดียวไม่ยกมือ กลายเป็นประเด็นให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ พรรคปชน.มีพฤติการณ์แอบแฝงอะไรหรือไม่ หากมีโอกาสได้แก้รธน. 

พรรคปชน.ก็รับรู้สถานการณ์ เมื่อกำลังถูกเปิดแผลสด ก็ต้องรีบรักษา ไม่ปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายขยายตัวออกไป จึงต้องงัดกลยุทธ์กลบข่าวร้ายชูข่าวใหม่ผ่านการเปิดตัวพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  อดีตสส.ขวัญใจชาวออฟฟิศ ออกมาช่วยหาเสียง โดยจะประเดิมเวทีใหญ่ หลังกลับถึงไทยในวันที่25 มกราคม ด้วยการร่วมปราศรัยกับเหล่าผู้นำจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็น ปิยบุตร แสงกนกกุล  ช่อ พรรณิการ์ ที่ลานหน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ ภายใต้หัวข้อ "เชื่อในประชาชน" โดยหวังให้บันทึกภาพการปราศรัยออกมาเทียบเคียงช่วงโค้งสุดท้ายเมื่อปี66 ณ บริเณพื้นที่แห่งนี้. ด้วยจำนวนหนุ่มสาวออกมาสนับสนุนอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง จากนั้น "พิธา" จะไปลุยช่วยหาเสียงต่อที่สมุทรปราการ ในเวลา17.00น.ทันที

พรรคประชาชนโปรโมท คิวหาเสียงพื้นที่กทม. โดยมีภาพวาด นำทีมโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ถึงกระนั้นมีการตั้งข้อสังเกต การทิ้งไพ่ "พิธา" จะสามารถทวงคืนกระแสได้หรือไม่ หรือจะเป็นกระแสตีกลับแทน

เพราะอย่าลืมว่า สถานการณ์ ณ วันนี้ แตกต่าง จากการเลือกตั้งปี 66 ที่พรรคประชาชนยังกุมหัวใจประชาชนได้อยู่ ด้วยสโลแกนโค้งสุดท้าย "มีเราไม่มีลุง" แต่วันนี้ ไม่มีลุงแล้ว อีกอย่างวันนี้ คนที่เป็นหัวหน้าพรรค กลับเป็นชื่อ" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 

"บริบทการเมืองย่อมแตกต่างกัน หากปล่อย"พิธา" ออกมาโชว์กันบ่อยจะไม่ช้ำหรืออย่างไร ย่อมมีคำถามตามมาอีกด้วย  แล้วคนเป็นหัวหน้าพรรค ต้องไปแอบยืนอยู่หลังเวทีกระนั้นหรือ. นี่จึงเป็นความยากลำบากของพรรคประชาชนในการ งัดกลยุทธ์ ที่ไม่ใช่ของใหม่ นำมากอบกู้สถานการณ์ชิงเก้าอี้สส.กทม.ให้อยู่เท่าเดิม 32 ที่นั่ง "

เลือกตั้ง 69  สมรภูมิชิงชัยเก้าอี้สส.กทม.ไมง่าย รับรู้กันทั่วฟ้าเมืองไทย ต่อการกลับมาของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่กำลังทำคะแนนในเมืองหลวงชนิดดีวันดีคืน ดังนั้นส่วนแบ่งทางการตลาดกทม. ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชน จะสูญเสียที่นั่งให้กับพรรคประชาธิปัตย์หรือแม้แต่เพื่อไทย และภูมิใจไทยค่อนข้างแน่นอน

ดร.เชน  ยศชนัน  วงศ์สวัสดิ์  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียง ภาคอีสาน

"เพื่อไทย"ท่องบทสมานฉันท์เก็บแต้ม  

พรรคเพื่อไทย  -  ก่อนที่พรรคประชาชนจะหงายการ์ด ดึง "พิธา" ช่วยหาเสียงด้วยการประเดิมเวทีสามย่านมิตรทาวน์ ทว่า เพื่อไทย เดินเกมชิงกระแส ประกาศจับจองลานสยามพารากอนเปิดปราศรัยใหญ่ในวันที่ 23 มกราคม 2569  เวลา 17.00 น. เรียกได้ว่าชิงตัดหน้าพรรคประชาชนไปก่อน

แน่นอนเพื่อไทยพยายามกอบกู้ภาพลักษณ์จากกรณีอดีตนายกฯแพทองธาร สร้างตำนานคลิปอังเคิลทำพรรคตกต่ำ จึงต้องหลบฉาก หาผู้เล่นใหม่ อย่าง"ดร.เชน" ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯมา กอบกู้สถานการณ์ ซึ่งเจ้าตัวดูจะทำหน้านี้ได้ดีขึ้นตามลำดับ

ด้วยความรู้ ความสามารถในภาพนักวิชาการมาเป็นนักการเมืองสมานฉันท์ เป้าหมายใหญ่สำหรับพื้นที่ตอนนี้คือกทม.ที่จะส่งมอบดอกไม้มากกว่าก้อนอิฐ ให้พรรคเพื่อไทยผ่านมือดร.เชน ซึ่งถ้าหากติดตามการลงพื้นที่ ต้องยอมรับตามสภาพข้อเท็จจริงว่า "เชนกำลังเปลี่ยนโลก"

พรรคเพื่อไทย โปรโมทการปราศรัยใหญ่ ของพรรค ที่สยามพารากอน วันที่ 23 ม.ค.69

เปรียบเทียบกับกับพรรคการเมืองบางพรรคที่ลงพื้นที่พบประชาชน ทุกตรอกซอกซอยเมืองกรุง ต้องเผชิญสถานการณ์ถูกชาวบ้านตั้งคำถามกับวาทกรรม "ทหารมีไว้ทำไม" แทนที่จะขอคะแนนเสียง กลับกลายเป็นต้องใช้เวลาชี้แจงประเด็นค้างคาใจประชาชน  

นับจากนี้เหลือเวลาอีกแค่สิบกว่าวัน เชื่อว่า หลายพรรคต้องเร่งขนกลยุทธ์เด็ดออกมา เพื่อคว้าเก้าอี้สส. ก้าวขึ้นสู่อำนาจนิติบัญญัตติและบริหาร 

ตรงกันข้าม กับ ใครหรือพรรคใดก็ตาม ยังไม่รู้ตัวว่ามีจุดอ่อนและไม่ปรับ  โอกาสคว้าชัยชนะก็คงต้องได้แต่ร้องเพลง"เจ็บนี้อีกนาน" ต่อไป