โพลลับแค่ฮีลใจ เปิด 4 กลยุทธ์ "เพื่อไทย" หวนสู่อำนาจ “ไม่ธรรมดา!”
15 ม.ค. 2569
โพลลับแค่ฮีลใจ เปิด 4 กลยุทธ์ "เพื่อไทย" เพื่อยังอยู่ในเรดาร์ที่จะหวนกลับสู่อำนาจอีกรอบที่ “ไม่ธรรมดา!” แถมยังดูจะมีโอกาสมากกว่า “พรรคส้ม”
ข่าว
15 ม.ค. 2569
โพลลับแค่ฮีลใจ เปิด 4 กลยุทธ์ "เพื่อไทย" เพื่อยังอยู่ในเรดาร์ที่จะหวนกลับสู่อำนาจอีกรอบที่ “ไม่ธรรมดา!” แถมยังดูจะมีโอกาสมากกว่า “พรรคส้ม”
15 มกราคม 2569 “โพลลับ” ของพรรคเพื่อไทย ที่ประเมินว่า ตัวเองจะไม่ล้มเหลวในการเลือกตั้งหนนี้ เหมือนที่ถูกปรามาส โดยฟันธงว่า
เลวร้ายที่สุด แย่ที่สุดคือ “ได้ที่ 2” (ซึ่งจะว่าไปก็เท่ากับการเลือกตั้งรอบที่แล้ว)
และยังแย้มตัวเลขคาดหมายผลการเลือกตั้งว่า มีโอกาสได้ สส.เขตถึง 159 เขต + ปาร์ตี้ลิสต์อีก 20 คน (เซฟโซน) กลายเป็นว่าจะได้ สส.รวมเกือบ 180 คน มากกว่าปี 66 ถึง 40 เก้าอี้
ข่าวที่ออกมาถูกวิจารณ์พอสมควรว่าเป็น “ฝันดี” ที่ยังไม่ยอมตื่นของพรรคเพื่อไทยหรือไม่
แต่เมื่อดูอาการของเพื่อไทย ต้องบอกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
1. พรรคเพื่อไทยกำลังใช้กลยุทธ์ “สร้างกระแสอย่างเป็นระบบ” และแบ่งเกมกันเล่น แบ่งงานกันทำอย่างมืออาชีพ
- แคนดิเดต 3 คน แยกหน้าที่กันชัดเจน “ดร.เชน ยศนัน” ขึ้นเวทีดีเบตสร้างภาพ ขายความคิด และภาพลักษณ์วิชาการ ไม่ตะลุมบอนความขัดแย้ง
**เป้าหมาย ชิงแต้มจากพรรคส้ม ที่ตั้งแง่ ตั้งเงื่อนไข เหมือนชวนตี ชวนทะเลาะ ทำให้มองได้ว่า เลือกไปก็มีแต่เรื่องปวดหัว
**เป้าหมาย แย่งแต้มจากพรรคน้ำเงิน ที่ไม่ยอมขึ้นเวทีดีเบตเลย ทำให้มีพื้นที่ขายความคิด ขายไอเดีย และสร้างภาพบวกได้น้อยกว่า ยกเว้นขายผลงานด้านความมั่นคง กรณีสงครามกัมพูชา
ส่วน "จุลพันธ์" ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค เดินสายปราศรัยไปตามจังหวัดต่างๆ สนับสนุนลูกพรรคไม่ให้โดดเดี่ยว แถมแท็กทีมนักพูด นักโต้วาที ไปสร้างกระแสหน้าเวทีให้ดุเดือด เป็นข่าว
ขณะที่ "สุริยะ" ก็ลุยทำยุทธศาสตร์เอาชนะเลือกตั้ง ทั้งบนดิน ใต้ดิน และการระดมทรัพยากรการเมือง
2.ยกเครื่องการใช้โซเชียลมีเดียของพรรค
- อิมพอร์ตอุปกรณ์จากต่างประเทศ แหล่งเดียวกับพรรคส้ม
- ดักทางพรรคส้มที่คร่ำหวอดในเรื่องนี้ จนปัจจุบันเท่าทันกันหมด
- จัดทัพไซเบอร์ทุกแพลตฟอร์ม มีวอร์รูมใหญ่กว่าสตูดิโอขนาดยักษ์ ระดมทีมแกนหลักนับร้อย และเครือข่ายนับพัน สร้างกระแสได้ดั่งใจนึก
3.ผนึกหลอมรวมสื่อหลัก สื่อใหม่ทุกแพลตฟอร์ม ให้รายงานสอดคล้องกัน สร้างห้องเสียงสะท้อนขนาดใหญ่
- ใช้เครือข่ายอดีตสื่อ และคนการเมืองรุ่นใหญ่ที่ผ่านมาหลายตำแหน่ง มีบารมี รู้จักคนในวงการสื่อระดับ บก.บริหาร ผู้สื่อข่าวอาวุโส ผู้ดำเนินรายการดัง ประสานงานตรง ทำความเข้าใจทุกเรื่อง และรับฟังความเห็นทุกอย่าง
**กลายเป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” ได้ใจสื่อกระแสหลัก
- สร้างเครือข่ายทางสื่อสังคมออนไลน์ จับประเด็นเก่ง เปิดประเด็นเร็ว และแชร์ไว แชร์กว้าง สร้างกระแสได้ทุกวัน ทุกเวลา
- สร้างคอนเทนต์ที่กระจายได้ทุกแพลตฟอร์ม ไม่เน้นขัดแย้ง แต่เน้นสร้างความหวัง เพราะรู้ว่าคนเบื่อความขัดแย้ง และอยากมีหวัง แม้จะรู้ว่ายากที่จะเป็นจริงก็ตาม
- เครือข่ายที่วางเอาไว้ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ส่งผลถึงโพลหน้าจอ โพลออนไลน์ และเทรนด์การสืบค้น หรือเทรนด์ความสนใจในโลกไซเบอร์
**จากนั้นนำความสำเร็จมาขยายผ่านสื่อกระแสหลักดั้งเดิมอีกที ทำให้ข่าววนลูปครบรอบ ครบวงจร เข้าถึงทุกกลุ่มอายุ
4.ประเด็นไม่สร้างความขัดแย้ง ไม่อยู่ในวังวนความขัดแย้ง หมายถึงการไม่ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาลกับใครเลย ทำให้สถานะของพรรคเพื่อไทย คือ “ตัวแปรที่แท้จริง”
- สถานะวันนี้ คือ “การันตีเป็นรัฐบาล” ไม่ว่าจะได้ สส.ตามเป้า หรือพลาดเป้า ก็ตาม
- สถานะแบบนี้ ทำให้มีแต่มิตร ไม่มีศัตรู หรืออย่างน้อยก็ไม่ถูกโจมตี กล่าวคือ ไม่หาเรื่องใครก่อน ก็จะไม่ถูกโต้กลับ และเมื่อวางสถานะตัวแปร ก็จะมีแต่ทุกพรรคเกรงใจ
นี่คือเพื่อไทยยุคใหม่ และเหตุผลที่เป็นคำตอบว่า ทำไมพวกเขาถึง “ฆ่าไม่ตาย” แม้จะโดนพิษ “คลิปอังเคิล” จนตกเก้าอี้ แต่พรรคก็ยังอยู่ในเรดาร์ที่จะหวนกลับสู่อำนาจอีกรอบ แถมยังดูจะมีโอกาสมากกว่า “พรรคส้ม” ผู้นำ 1 ใน 2 ก๊กอีกด้วย
