พ.ต.อ.ทวี กล่าว แต่เรื่องที่ดินเขากระโดง เป็นเรื่องความทุกข์ของสหภาพรถไฟ ที่เขาต้องการทวงคืนที่หลวง บางคนทุ่มเท ข้อมูลหายก็ไปหาในหอสมุดแห่งชาติ เพื่อเอามาให้ บางคนก็เสียชีวิตไปแล้ว เขาก็ฝากความหวังไว้กับเรา เพราะเห็นว่าแม้บ้านเมืองจะมีคนเก่ง คนมีความรู้เยอะ แต่คนที่กล้าและเชื่อมั่นในความถูกต้องมีน้อย เมื่อเขาเชื่อมั่นตน ก็ต้องไม่ทำให้เขาผิดหวัง
พ.ต.อ.ทวี หลังจากรับข้อมูลมา ก็ไปค้นหมด เพราะจะอภิปรายอะไรก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ลงไปนอนในพื้นที่ หาคนพาเข้าไปดูหมุด ดูพื้นที่ ปรากฎว่าข้าราชการในพื้นที่ไม่มีใครกล้าพาเข้าไป ต้องเอาคนนอกพื้นที่ไป ไปเดินสำรวจดูตามคำพิพากษา ว่ามีหมุดอยู่ตรงไหน ไปดูบางหมุดหายไปแล้ว บางจุดกก็ยังอยู่ ทำให้เราเชื่อว่าที่ดินกว่า 5 พันไร่ เป็นจริงตามคำพิพากษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพิพากษาที่วินิจฉัยว่าเป็นที่ของการรถไฟจริง อธิบดีกรมที่ดินสามารถเพิกถอนได้ ไม่จำเป็นต้องฟ้องรายแปลง ทั้งหมดอยู่ในคำพิพากษาทั้งสิ้น
“เมื่อคำพิพากษาออกมาเช่นนี้ ถ้าไม่ปฏิบัติ แล้วสังคมจะอยู่ยังไงเป็นเรื่องที่บั่นทอนความมั่นคงทางสภานิติบัญญัติ และตุลาการ เมื่อไม่ดำเนินการผมก็ต้องนำเรื่องไปอภิปราย เมื่อมาเป็นรัฐบาล คุณภูมิธรรม เวชชยชัย ที่มาเป็น รมว.มหาดไทย ก็บอกว่าจะเพิกถอนใน 3 เดือน เพราะคำพิพากษาบอกชัด แต่สุดท้ายพ้นตำแหน่งมา ยังไม่ได้เพิกถอนก็ไม่เป็นไร เมื่อมีคำพิพากษา ก็ต้องทำ” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
เมื่อถามว่า สุดท้ายเมื่อเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ก็ไม่สามารถเพิกถอนที่ดินเขากระโดงได้
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ก็ต้องดูว่า ทำไมเมื่อได้เป็นนายกฯแล้ว ต้องเป็น รมว.มหาดไทยด้วย ทุกอย่างก็ชัดเจน ซึ่งหากเข้าไปก็ต้องตรวจสอบว่าการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลเป็นการละเว้นหรือไม่
เมื่อถามว่ามีการชี้แจงว่า ที่ดินเขากระโดงมีหลายครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ทั่วประเทศก็มีที่ดินรถไฟ และถูกบุกรุก บางทีมากกว่าเขากระโดงอีก สุดท้ายเมื่่อมีคำพิพากษา คนที่บุกรุกก็ต้องยอมทำตามกติกา จะมาเช่า หรือทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่ถือครองโดยไม่สนคำพิพากษา ไม่เช่นนั้นเราจะพูดเรื่องนิติธรรมกันได้อย่างไร