svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

เคนยารวบตัวนายหน้าแสบ! หลอกคนไปรัสเซีย ก่อนจับฝึกรบส่งแนวหน้ายูเครน

27 ก.พ. 2569

ทางการเคนยาจับกุม "เฟสตัส ออมวัมบา" เครือข่ายค้ามนุษย์รายใหญ่ หลังหลอกลวงชาวเคนยากว่า 1,000 คน อ้างไปทำงานฝีมือในรัสเซีย แต่กลับถูกยึดพาสปอร์ตและส่งไปเป็นทหารรับจ้างรบในยูเครน

ตำรวจเคนยาแถลงผลการจับกุม นายเฟสตัส ออมวัมบา ผู้ต้องหาสำคัญในคดีค้ามนุษย์และหลอกลวงแรงงาน โดยถูกรวบตัวได้ที่เมืองโมยาเล ใกล้กับพรมแดนประเทศเอธิโอเปีย ขณะกำลังพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ หลังจากมีกระแสประท้วงจากครอบครัวผู้เสียหายที่ญาติพี่น้องหายสาบสูญหรือเสียชีวิตในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ออมวัมบาถูกตั้งข้อหาหนักในศาลต่อต้านการก่อการร้าย ณ กรุงไนโรบี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในข้อหาจัดหาและส่งชาวเคนยา 25 รายไปยังรัสเซียเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีหลักฐานชี้ชัดว่าเขาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดการวีซ่าท่องเที่ยวและตั๋วเครื่องบินให้กับกลุ่มเหยื่อ

กลยุทธ์หลอกลวง: จาก "ช่างประปา" สู่ "ทหารแนวหน้า"

รายงานระบุว่า เครือข่ายนี้ใช้วิธีการจูงใจด้วย "งานฝีมือที่รายได้สูง" ในรัสเซีย เช่น งานช่างประปา แต่เมื่อเหยื่อเดินทางไปถึง กลับพบกับฝันร้ายที่คาดไม่ถึง

  • การยึดพาสปอร์ต: ทันทีที่ถึงรัสเซีย เหยื่อจะถูกยึดพาสปอร์ตและถูกนำตัวส่งไปยังค่ายฝึกทหารทันที

  • สัญญาที่บิดเบือน: ผู้เสียหายบางรายพบว่าสัญญาจ้างงานถูกระบุเป็น "เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธ" แทนงานช่างที่ตกลงกันไว้

  • ถูกส่งไปแนวหน้า: หลังจากฝึกเพียงไม่กี่วัน แรงงานเหล่านี้จะถูกส่งไปยังพื้นที่สู้รบในยูเครน

 

ตัวเลขความสูญเสียและสถานะเหยื่อ

รัฐบาลเคนยาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า มีชาวเคนยาถูกหลอกไปรบให้รัสเซียรวมแล้วกว่า 1,000 คน โดยสถานะปัจจุบันมีดังนี้

  • ยังอยู่ในแนวหน้า: 89 คน

  • รักษาตัวในโรงพยาบาล: 39 คน

  • สูญหายระหว่างรบ (MIA): 28 คน

  • เสียชีวิต: ยืนยันแล้ว 1 ราย และมีบางส่วนถูกจับเป็นเชลยศึกในยูเครน

ความตึงเครียดทางการทูต

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดรอยร้าวทางการทูต เมื่อรายงานข่าวกรองของเคนยาชี้ว่าอาจมีการสมรู้ร่วมคิดระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มกับเอเจนซี่เถื่อน อย่างไรก็ตาม สถานทูตรัสเซียประจำกรุงไนโรบีได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่าไม่เคยออกวีซ่าให้กับใครเพื่อไปรบในยูเครน

ขณะนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของเคนยากำลังเตรียมเดินทางไปยังรัสเซีย เพื่อใช้วิธีทางการทูตในการกดดันและเร่งส่งตัวชาวเคนยาที่เหลือกลับประเทศ รวมถึงช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำของยูเครนด้วย