svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ยึดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์ 1.3 หมื่นล้าน ศาลแพ่งสั่งอายัดชั่วคราว 4 คดีบิ๊ก

27 ก.พ. 2569

ศาลแพ่งสั่งยึด-อายัดทรัพย์สินชั่วคราวขบวนการสแกมเมอร์-ฉ้อโกงประชาชน 4 คดีใหญ่ รวมมูลค่ากว่า 13,074 ล้านบาท พบคดีเครือข่าย "แตงไทย" พุ่งสูงกว่า 1.2 หมื่นล้าน จ่อขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ไม่เหมาะสมแก่การเก็บรักษา

27 กุมภาพันธ์ 2569 นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ให้เลขาธิการ ปปง. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด 

และต่อมาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ได้มอบหมายให้ พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ในคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่า ประมาณ 13,074 ล้านบาท นั้น

ปัจจุบัน พนักงานอัยการได้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ในคดีสำคัญ 4 รายคดีดังกล่าวแล้ว โดยศาลแพ่งพิเคราะห์พยานหลักฐานของพนักงานอัยการในชั้นไต่สวนแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย หรือยักย้ายไปเสียซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ศาลแพ่งจึงมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยให้เลขาธิการ ปปง. เป็นผู้ดำเนินการยึดหรืออายัด เก็บรักษาทรัพย์สิน 

ตลอดจนมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ รายละเอียด ดังนี้

  1. รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยาฯ MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 31/2569 โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีหมายแจ้งคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สินที่สำนักงาน ปปง. ส่งให้พนักงานอัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท
  2. รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 25/2569 โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีหมายแจ้งคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สินที่สำนักงาน ปปง. ส่งให้พนักงานอัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท
  3. รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 29/2569 โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีหมายแจ้งคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สิน ที่สำนักงาน ปปง. ส่งให้พนักงานอัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท
  4. รายคดี นายเอื้ออังกูรฯ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 20/2569 โดยเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มีหมายแจ้งคำสั่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามบัญชีทรัพย์สิน ที่สำนักงาน ปปง. ส่งให้พนักงานอัยการฯ รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากทรัพย์สินที่ศาลได้มีคำสั่งยึดหรืออายัดไว้ชั่วคราวใน 4 รายคดีดังกล่าวไม่เหมาะสมที่จะเก็บรักษาไว้ หรือหากเก็บรักษาไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการ เช่น รถยนต์ หรือเรือยอร์ช เลขาธิการ ปปง. อาจสั่งให้นำทรัพย์สินประเภทดังกล่าวออกขายทอดตลาดและเก็บรักษาไว้เป็นเงินแทนได้ ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

อนึ่ง ในรายคดีดังกล่าวข้างต้น หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าว มาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป