svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"อภิสิทธิ์" เมิน "รมต.กัมพูชา-อนุทิน" โหนกระแสชาตินิยม

13 ม.ค. 2569

"อภิสิทธิ์" ควง "เอิร์ธ-พงศกร" หาเสียง - เมิน "รมต.เขมร-อนุทิน" โหนกระแสชาตินิยม โว! ตอน ปชป.เป็นรัฐบาลชายแดนก็จบใน 12 วัน ระบุกัมพูชา อาจจะกลัว ปชป.ก็ได้เลยไม่ได้พูดถึง

นายอภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ ในฐานะแคน​ดิ​เด​ต​นายก​รัฐมนตรี​พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสกลธี​ ภ​ั​ท​ทิย​กุล​ รองหัวหน้า​พรรค​ฯ ลงพื้นที่ตลาดรวมทรัพย์​ ย่านอโศก​ เพื่อช่วย "เอิร์ธ-นายพงศกร​ ขวัญเมือง​" ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขตการเลือกตั้งที่​ 7 (คลองเตย​-วัฒนา) หาเสียง​ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น​ ได้รับการตอบรับจากนักศึกษา ประชาชนวัยทำงาน​ หนุ่ม-สาวออฟฟิศ ที่ลงมาจับจ่ายใช้สอย และรับประทานอาหารมื้อกลางวัน​ 

"อภิสิทธิ์" เมิน "รมต.กัมพูชา-อนุทิน" โหนกระแสชาตินิยม "อภิสิทธิ์" เมิน "รมต.กัมพูชา-อนุทิน" โหนกระแสชาตินิยม

ขณะที่ นักศึกษา​บางคนบอกนายอภิสิทธิ์​ว่า​ แม่ชอบมาก​เป็น FC มานานแล้วค่ะ​ รวมถึง​ยังบอกว่า ที่บ้านเลือกอยู่แล้ว เป็น FC ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค บางคนบอกว่า ตนเองซื้อของอยู่ในตลาด มศว.แต่พอรู้ว่า นายอภิสิทธิ์มา ก็ข้ามถนนมาหาเลย​

 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่บางพรรรการเมืองโหนกระแสชาตินิยม จากสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา เช่น กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุหากอยากให้ประเทศปลอดภัยให้เลือกพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาลอีกรอบ จะกระทบการหาเสียงต่อพรรรอื่น ๆ หรือไม่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่มีปัญหา เพราะในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ก็สามารถให้กองทัพบริหารจัดการสถานการณ์ได้เต็มที่ภายใน 12 วัน และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาชายแดนใต้ พรรคประชาธิปัตย์ก็มีแผนที่ชัดเจนที่สุด

"อภิสิทธิ์" เมิน "รมต.กัมพูชา-อนุทิน" โหนกระแสชาตินิยม

ส่วนที่รัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาระบุให้เลือกพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน เพื่อไม่ให้สถานการณ์ชายแดนเกิดความขัดแย้งรอบใหม่นั้น นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า จะต้องไปวิเคราะห์ให้ดี เพราะตนก็ฟังแต่อดีตนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ก็บอกว่า ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไปรุกรานกัมพูชา 

 

ส่วนการพูดของฝ่ายกัมพูชาเช่นนี้จะเป็นการไปช่วยหาเสียงให้อีกพรรคการเมืองหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชาอาจจะกลัวตนก็ได้ จึงไม่ได้เอ่ยชื่อตน 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของนิด้าโพล ที่วิเคราะห์พรรคประชาธิปัตย์ จะได้ สส. 40 ที่นั่งว่า ตนยังไม่ทราบ ซึ่งตนติดตามได้แต่เพียงคะแนนรวม และการจะได้กี่ที่นั่ง ขึ้นกับอยู่กับการกระจายของคะแนนเสียง แต่ตนก็อยากได้คะแนนเสียง และความนิยมที่ตอนนี้ตนสัมผัสได้ กลายมาเป็นคะแนน สส.ในเขตเลือกตั้งด้วย

 

ส่วนได้มีการประเมินกระแสตอบรับภายหลังลงพื้นที่หาเสียง ซึ่งจะได้มากกว่าที่ประเมินตอนมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เดิมตั้งเป้าไว้เฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งน่าจะเป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ยังจะต้องทำให้ได้มากกว่านี้ และในเขตเลือกตั้ง พื้นที่ภาคใต้ตนมีมั่นใจขึ้น แต่ในพื้นที่อื่น ๆ ก็ยังคงทำงานอย่างหนักอยู่

 

ส่วนที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับการตอบรับจากประชาชนที่กลับมาให้ความสนใจพรรคประชาธิปัตย์อีกนั้น นายอภิสิทธิ์ บอกว่า ระหว่างการลงพื้นที่กรุงเทพฯ หากเสียงกรี๊ดและการกอด กลายเป็นคะแนนทั้งหมด ก็จะเป็นเรื่องดี

 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงขณะนี้ ที่เริ่มมีการวิเคราะห์จับขั้วรัฐบาลแล้วว่า ตนได้พูดชัดเจนแล้ว และขอให้ความชัดเจนกับประชาชนว่า หาพรรคประชาธิปัตย์มีเสียงที่มากพอและได้เข้าไปอยู่ร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นหลักประกันให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการปราบทุจริตปัญหาทุนเทา และไม่สร้างประเด็นที่แยกแตก หรือเกิดการทุจริต

 

ส่วนจุดยืนการรณรงค์ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายอภิสิทธ์ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายที่ชัดเจนว่า แม้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะผ่านการออกเสียงประชามติแล้ว แต่ก็ยังติดขัดในมาตรา 256 ซึ่งที่ผ่านมา แม้จะมีข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เสียดาย เพราะที่ผ่านมาการพยายามแก้ไขมาตรา 256 เหมือนรัฐสภาจะตกผลึกแล้วว่า จะไม่มีการแก้ไขหมวด 1-2 จึงแปลกใจที่รัฐบาลเป็นผู้เลือกคำถาม เหตุใดจึงไม่มีการเจาะจงว่าเป็นการยกร่างฉบับใหม่ โดยไม่มีการแตะหมวดอ1 และหมวด 2 ดังนั้น ตนจึงยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะดูแลไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2 และอยากเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ที่เคยตกลงกันได้แล้วประกาศเช่นเดียวกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจในการลงมติเห็นชอบ

 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้สมัคร สส.ขอนแก่น ถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง เพราะเป็นบุคคลล้มละลายขาดคุณสมบัติลงสมัครว่า บุคคลทีมาลงสมัครกับพรรค ได้มีการตรวจสอบอย่างครบถ้วน โดยยื่นเรื่องให้ 13 หน่วยงานได้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีปัญหาใดหรือไม่ ซึ่งบางหน่วยงานเพิ่งทยอยส่งผลการตรวจสอบกลับ รวมถึงการให้ผู้สมัครลงนามรับรองคุณสมบัติของตนเอง ซึ่งเมื่อเกิดปัญหา ผู้สมัครจะต้องรับผิดชอบ และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงตรวจสอบภายใน 15 วัน