นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนพยายามสอบถามหลาย ๆ พรรคการเมืองถึงการจับขั้วตั้งรัฐบาลว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดจะกล้าพูดว่า จะไม่จับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นสิ่งที่พรรคฯ จะทำเพื่อไปสร้างความมั่นใจว่า รัฐบาลที่พรรคประชาธิปัตย์จะไปมีส่วนร่วม จะต้องเป็นรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังกับปัญหาการทุจริตทุนเทา ไม่ให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้น นำเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจประชาชน หรือ มาตรา 112 ไปสร้างความแตกแยกในสังคมพร้อมย้ำว่า ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่า เลือกประชาธิปัตย์แล้วจะปลอดภัยที่สุดที่รัฐบาลต่อไป จะต้องอยู่กับร่องกับรอย
นายอภิสิทธิ์ ยังก่าวถึงวาทกรรม "ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมีผลงานหรือไม่" ว่า ในวันนี้ที่ตนมาอำเภอบางใหญ่ ซึ่งเวลาผ่านไปแล้ว 15 ปีตั้งแต่ที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล แต่อย่างน้อยที่สุดอำเภอบางใหญ่ ก็อยู่ในหัวของตนเพราะรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ของตน เป็นผู้อนุมัติเส้นทางมอเตอร์เวย์เส้นใหม่ของบางใหญ่
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ จากที่ไม่ได้อยู่ในเรดาร์ แต่วันนี้ประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว สื่อมวลชนบอกว่า จะต้องจับตาดูพรรคประชาธิปัตย์ เพราะจะเป็นตัวแปร ดังนั้น ขั้นต่อไปจะต้องเปลี่ยนตัวแปรให้เป็น "ตาอยู่" ถ้าทำได้มั่นใจได้เลยว่า ตนจะทำในสิ่งที่พูดกับประชาชนทั้งหมด ดังนั้น จึงขอให้ประชาชน เลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้มาก ๆ เพื่อพรรคฯ จะได้มีอำนาจในการต่อรอง เพื่อให้รัฐบาลทำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมย้ำว่า ประวัติการทำงานการเมืองของตน ขอยืนยันว่า ไม่เคยต่อรองเพื่อตำแหน่ง
ทั้งนี้ ระหว่างที่ นายอภิสิทธิ์ ปราศรัยนั้น มีประชาชนที่มารับฟังการปราศรัยกรี๊ดเป็นระยะ จนนายอภิสิทธิ์ แซวว่า ขอให้ช่วยเปลี่ยนเสียงกรี๊ด เป็นคะแนนด้วย