“ถาวร” ยกบทเรียน "ท่าชะมวง" พลังโหวตโนเขย่านักการเมืองสีเทา
12 ม.ค. 2569
"ถาวร" ยกปรากฏการณ์เลือกตั้ง อบต.ท่าชะมวง สัญญาณเตือนนักการเมืองทั่วประเทศ ชี้ประชาชนตื่นตัวด้านจริยธรรม พร้อมใช้พลัง "โหวตโน" เป็นอาวุธทางการเมือง
ข่าว
12 ม.ค. 2569
"ถาวร" ยกปรากฏการณ์เลือกตั้ง อบต.ท่าชะมวง สัญญาณเตือนนักการเมืองทั่วประเทศ ชี้ประชาชนตื่นตัวด้านจริยธรรม พร้อมใช้พลัง "โหวตโน" เป็นอาวุธทางการเมือง
12 มกราคม 2569 ที่ จ.สงขลา นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ว่า เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม เนื่องจากสะท้อนพลังการตัดสินใจของประชาชนที่เลือกใช้สิทธิ์ “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” หรือ Vote No แม้จะมีผู้สมัครเพียงรายเดียว
นายถาวร ระบุว่า การเลือกตั้ง อบต.ท่าชะมวงเดิมมีผู้สมัครสองคน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเสียชีวิตจากเหตุลอบยิง ทำให้เหลือผู้สมัครเพียงคนเดียวตามกระบวนการกฎหมาย แต่ผลการเลือกตั้งกลับปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ลงคะแนนให้ผู้สมัครรายดังกล่าว เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนว่า ความชอบธรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงเพราะไม่มีคู่แข่ง
อดีต รมช.มหาดไทย มองว่า ปรากฏการณ์นี้เป็นบทพิสูจน์ว่าประชาชนไม่ได้ถูกซื้อด้วยเงิน และไม่ได้ยอมจำนนต่ออิทธิพลหรือวาทกรรมเดิม ๆ ที่มองว่าการเมืองในจังหวัดสงขลาสามารถชี้ขาดได้ด้วยอำนาจหรือเงินทุน หากแต่ประชาชนพร้อมจะปฏิเสธนักการเมืองที่ตนเองไม่เชื่อมั่น
นายถาวร ยังเชื่อมโยงกรณี "ท่าชะมวง" กับภาพรวมการเมืองระดับจังหวัดและระดับประเทศ โดยเฉพาะกระแสวิพากษ์เรื่องการเมือง “สีเทา” และนักการเมืองที่มีคดีหรือถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดทรัพย์ แม้ในทางกฎหมายจะยังไม่สิ้นสุดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ในมิติทางจริยธรรม ประชาชนมีสิทธิ์ตัดสินใจไม่ยอมรับ
“การโนโหวตไม่ใช่การนิ่งเฉย แต่เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ประชาชนไม่ต้องการให้นักการเมืองที่มีภาพลักษณ์ไม่โปร่งใสเข้ามาบริหารบ้านเมืองหรือท้องถิ่นเป็นเวลาหลายปี” นายถาวร กล่าว
นายถาวร ยังมองว่า บทเรียนจากท่าชะมวงสามารถนำไปใช้กับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะมาถึง โดยขอให้ประชาชนพิจารณาผู้สมัครอย่างรอบคอบ ไม่ตกอยู่ในวงจรการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และไม่มอบอำนาจให้กับผู้ที่อาจใช้ตำแหน่งทางการเมืองเป็นเกราะคุ้มครองตนเองจากกระบวนการยุติธรรม
อดีต รมช.มหาดไทย ทิ้งท้ายว่า หากประชาชนพิจารณาแล้วไม่พบผู้สมัครที่เหมาะสม การเลือก “ไม่ลงคะแนนให้ใคร” คือสิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย และเป็นพลังสำคัญในการส่งสารว่า สังคมไทยไม่ยอมรับการเมืองสีเทาอีกต่อไป โดย “ท่าชะมวงโมเดล” คือภาพสะท้อนของการใช้สิทธิ์อย่างมีศักดิ์ศรีของประชาชนอย่างแท้จริง
