“พิพัฒน์” ควงลูกปิดเมืองตันหยงมัสขอคะแนน มั่นใจปักธงนราฯ ทุกเขต
10 ม.ค. 2569 | titayu_pur

“พิพัฒน์” ควงลูกชายปิดเมืองตันหยงมัสขอคะแนน มั่นใจปักธงนราฯ ทุกเขต นโยบายดันราคาดันราคาเกษตร เพิ่มโควตาฮัจญ์ คืนสันติสุขชายแดนใต้
ข่าว
10 ม.ค. 2569 | titayu_pur

“พิพัฒน์” ควงลูกชายปิดเมืองตันหยงมัสขอคะแนน มั่นใจปักธงนราฯ ทุกเขต นโยบายดันราคาดันราคาเกษตร เพิ่มโควตาฮัจญ์ คืนสันติสุขชายแดนใต้
10 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ได้ควง นายชลัฐ รัชกิจประการ บุตรชาย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน บริเวณที่ทำการศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย เขต 4 และบริเวณตลาดตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.นราธิวาส หาเสียง โดยมีนายมูฮำหมัด มามะ ผู้สมัคร เขต 2, นายแวรุสลัน มะสาและ ผู้สมัครเขต 3, นายซาการียา สะอิ ผู้สมัคร เขต 4 และนายนายมะสกรี สาและ ผู้สมัครเขต 5 เข้าร่วม
นายพิพัฒน์ ได้กล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับ ณ ที่ทำการศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย เขต 4 พอสรุปใจความว่า ก่อนอื่นขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน ตนในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ ให้กำกับดูแลพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งระยะทางการเดินทางในพื้นที่ภาคใต้ถือว่ายาวมาก แต่พวกเราผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 14 จังหวัด มีความมุ่งมั่นที่จะดูแลรับใช้พี่น้องประชาชน สิ่งที่พรรคหวังไว้ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เรามี สส.ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว 2 ท่าน ครั้งนี้หวังว่าจะปักธงนราธิวาสให้ครบ 5 เขต แต่ความหวังจะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่พี่น้องประชาชน
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ นโยบายพรรคภูมิใจไทย เรื่องการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยในภาคเกษตรกรรมจังหวัดนราธิวาส ถือว่ามีความพร้อม อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และในพื้นที่ระแงะ มีสินค้าเกษตรสำคัญอย่างลองกองตันหยงมัส ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวหอม ไม่เหมือนจังหวัดอื่น และขณะนี้ขยายไปพื้นที่อื่นๆ แต่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของพวกเราชาวอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ฉะนั้นเอกลักษณ์ตรงนี้ ตนหารือกับเพื่อนในพื้นที่ เพื่อจะแก้ไขปัญหาราคาลองกอง ให้ได้ราคาจากสวน 50-60 บาทต่อกิโลกรัม โดยเรื่องนี้ตนจะนำไปหารือกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตร
นายพิพัฒน์ ยังได้กล่าวถึงโครงการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ บนพื้นที่ 2 หมื่นไร่ เพื่อสร้างนิคมดาต้าเซ็นเตอร์ และนิคมฮาลาลในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อทำให้ราคาโคในพื้นที่ภาคใต้ดีขึ้น พร้อมกับจะมีโครงการให้ใช้พื้นที่รกร้างนำมาเลี้ยงวัว และนำมูลสัตว์มาทำคู่กับโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อเป็นการช่วยลดรายจ่ายด้านพลังงานประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
ส่วนการเดินทางไปร่วมทำพิธีฮัจญ์ ของพี่น้องชาวมุสลิม จากการหารือกับ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ เรื่องนี้ถือเป็นความจำเป็นของชาวภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลจะต้องทำ โดยควรจะมีโควตา เพิ่มให้ชาวมุสลิมจากไทยไปร่วมพิธีฮัจญ์เพิ่มจากปีละ 12,000 คน ซึ่งนี่จากที่ได้ติดตามมาทราบว่า ซาอุดิอาระเบียอาจจะให้โควตาเพิ่มกับชาวมุสลิมจากไทย และจะต้องทำให้การเดินทางไปร่วมพิธีดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายที่ลดลง
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2547 ส่วนหนึ่งมาจากความไม่เท่าเทียม ฉะนั้นเราควรจะมีสิทธิพิเศษอะไรนอกเหนือจากที่รัฐบาลดำเนินการ เพื่อให้ความสงบร่มเย็นก่อนปี 2547 นั้นกลับมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้แทนภูมิใจไทยที่จะเข้าไปต่อสู้ในสภา เพื่อเรียกร้องแทนประชาชนในพื้นที่ และตนพร้อมที่จะเป็นคนกลางเพื่อนำไปสู่การเจรจา ทั้งในและต่างประเทศ นำไปสู่การพัฒนาในพื้นที่เพราะปัญหาที่ผ่านมาในอดีตหลายๆ ภูมิภาค ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการพูดคุยเจรจา เพราะเมื่อมีความสงบสิ่งที่จะตามมา จะทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโล กอยากเดินทางมาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา ผมพร้อมที่จะเป็นคนกลางให้กับเพื่อนๆ ได้มีเวทีสำหรับการพูดคุยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อคืนความสันติสุขให้กับพี่น้องประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
จากนั้น นายพิพัฒน์ พร้อมบุตรชายและผู้สมัคร สส.นราธิวาส ของพรรคภูมิใจไทย ได้เดินพบปะพูดคุยรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่แบบเป็นกันเอง พร้อมขึ้นรถแห่หาเสียง เพื่อให้ชาวตลาดตันหยงมัส ให้การสนับสนุนผู้สมัคร สส.เพื่อเป็นปากเป็นเสียงในสภา