svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดเบื้องหลัง? ทำไมกะเหรี่ยงประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล”

08 ม.ค. 2569

เปิดเบื้องหลัง "กะเหรี่ยง" เอาความมั่นใจมาจากไหน ปัจจัยอะไรแอบแฝง? ถึงกล้าประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล” ไทยต้องวางตัวแบบไหนกับประเทศน้องใหม่นี้?

8 มกราคม 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระชาวไทย ซึ่งพำนักอยู่ที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา แสดงความคิดเห็นกรณีการประกาศสถาปนาเอกราชของ “สาธารณรัฐกอทูเล” (Republic of Kawthoolei) ของชนชาติกะเหรี่ยง โดย พล.อ.เนดา โบเมียะ ลูกชายนายพลโบเมียะ เมื่อ 5 ม.ค.69 ว่า ถือเป็นหมวดหมู่ใหม่ที่ซับซ้อนในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองเมียนมา แม้ในทางทฤษฎีจะเป็นการสานต่ออุดมการณ์ 8 ทศวรรษของชาวกะเหรี่ยง แต่ในทางปฏิบัติกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งในเชิงความชอบธรรมและเสถียรภาพชายแดน
 

ความเห็นโดยส่วนตัว ประเมินว่า “การประกาศเอกราชครั้งนี้คือการ “ชิงพื้นที่สื่อและพื้นที่ทางการเมือง” มากกว่าการเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายในระยะสั้น
 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไทยต้องทำคือการปรับนโยบายต่างประเทศให้ยืดหยุ่น โดยไม่เพียงแต่ดีลกับรัฐบาลกลาง แต่ต้องเข้าใจโครงสร้างอำนาจของกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายตามแนวชายแดนด้วย” 
 

อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระชาวไทย ซึ่งพำนักอยู่ที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา
 

วิเคราะห์ความเป็นไปได้ ผลกระทบ และความท้าทาย มีประเด็นสำคัญดังนี้:
 

1. วิเคราะห์ความเป็นไปได้: ‘รัฐในจินตนาการ’ กับ ‘ความจริงเชิงอำนาจ’
 

การประกาศครั้งนี้มีลักษณะเป็น “เล็กซ่อนใหญ่” “อนุรัฐภายใต้จินตภาพแบบมหารัฐ” (Sub-State under Greater State Imagination) ขยายความว่า “ในทางความเป็นจริง พื้นที่ที่ประกาศเอกราชมีขนาดเล็ก แต่ผู้นำกอทูเลพยายามประกาศอัตลักษณ์รัฐชาติที่มีขอบเขตกว้างใหญ่” (การเป็น ‘มหารัฐกอทูเล’ ไม่ได้มีอาณาเขตจำกัดเฉพาะรัฐกะเหรี่ยงเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงรัฐมอญ ภาคตะนาวศรี และบางส่วนของพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญที่มีชุมชนกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ แต่กลุ่มของเขาจะมีความสามารถควบคุมพื้นที่ได้กว้างขนาดนั้นจริงหรือในทางปฏิบัติ? )
 

ประชาคมโลกระดับสากลจะยอมรับหรือ?
 

คำตอบ คือ ความเป็นไปได้ที่จะได้รับการรับรองในระดับสากลยังมีน้อยมาก

 

ด้วยเหตุผลดังนี้:
 

1.1) ความแตกแยกภายใน: กลุ่มกอทูเล (KTLA) แยกตัวออกมาจาก KNU ซึ่งเป็นองค์กรหลักของชาวกะเหรี่ยง ที่ยังยึดมั่นในแนวทาง "สหพันธรัฐ" (Federalism) มากกว่าการแยกตัวเป็นเอกราช การประกาศนี้จึงอาจถูกมองว่า เป็นเพียงความเคลื่อนไหวของกลุ่มเฉพาะกิจ
 

1.2) ขาดการควบคุมพื้นที่เบ็ดเสร็จ: พื้นที่ของกอทูเลกระจายตัว และซ้อนทับกับเขตอิทธิพลของกลุ่มอื่น เช่น KNU, กองทัพพม่า (SAC) และกลุ่ม BGF ของหม่องชิตตู การจะสถาปนารัฐที่มีอธิปไตยสมบูรณ์จึงทำได้ยากในทางปฏิบัติ
 

1.3) การรับรองจากนานาชาติ: ปัจจุบันโลกยังไม่มีท่าทีจะรับรองรัฐใหม่ที่แยกตัวออกมาในลักษณะนี้ เพราะเกรงจะกระทบต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของเมียนมา 
 

เปิดเบื้องหลัง? ทำไมกะเหรี่ยงประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล”
 

2. ความท้าทายของ ‘ประเทศใหม่’
 

หากพยายามจะขับเคลื่อนในฐานะรัฐเอกราช กอทูเลจะต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ:
 

2.1) ความชอบธรรม (Legitimacy): ต้องพิสูจน์ให้คนกะเหรี่ยงกลุ่มอื่นและประชาคมโลกเห็นว่า ไม่ได้เป็นเพียงกองกำลังติดอาวุธ แต่เป็นรัฐบาลที่บริหารจัดการพลเรือนได้จริง
 

2.2) ความซ้ำซ้อนเชิงอำนาจ: ปัญหาที่ผู้ประกอบการและประชาชนชายแดนจะเจอคือ “การเก็บภาษีซ้ำซ้อน” ระหว่าง KNU และกอทูเล รวมถึงความสับสนในสายการบังคับบัญชาเมื่อเกิดการปะทะ
 

2.3) การตอบโต้จากกองทัพเมียนมา: การประกาศเอกราชคือการท้าทายอำนาจสูงสุดของรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดฉากโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินที่รุนแรงขึ้น

3. ผลกระทบต่อไทยและอาเซียน
 

ไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่สุดในฐานะเพื่อนบ้าน:
 

3.1) วิกฤตมนุษยธรรมชายแดน: การสู้รบที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นจะส่งผลให้ผู้อพยพทะลักเข้าสู่ฝั่งไทย (เช่น ตาก กาญจนบุรี) มากขึ้น
 

3.2) เศรษฐกิจชายแดน: เส้นทางขนส่งสินค้าและท่อส่งก๊าซที่กอทูเลอ้างว่าควบคุมอยู่อาจกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เกิดการปะทะ ส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของไทย
 

3.3)  ปรากฏการณ์โดมิโน (Domino Effect): หากกลุ่มกอทูเลทำสำเร็จ
 

อาจกระตุ้นให้กลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่มีกำลังเข้มแข็งกว่า (เช่น ว้า หรือ อาระกัน) ประกาศเอกราชตาม ซึ่งจะทำให้เมียนมาแตกเป็นเสี่ยงๆ และสร้างความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียนอย่างรุนแรง
 

เปิดเบื้องหลัง? ทำไมกะเหรี่ยงประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล”
 

“ปัจจัยอะไรแอบแฝง ใครอยู่เบื้องหลังการประกาศจัดตั้ง ‘สาธารณรัฐกอทูเล?’”
 

ใครอยู่เบื้องหลัง และมีปัจจัยอะไรแอบแฝงอยู่บ้าง:
 

1. ตัวละครหลัก: พลเอก เนดา โบ เมีย (General Nerdah Bo Mya)
 

สถาปนิกผู้ทำแผนการนี้คือ พลเอก เนดา โบ เมีย บุตรชายของนายพลโบ เมีย ตำนานผู้นำกะเหรี่ยง
 

1.1 จุดแตกหัก: เดิมทีเนดา เมีย เป็นผู้บัญชาการระดับสูงในองค์กรป้องกันชาติกะเหรี่ยง (KNDO) แต่ถูกปลดโดยสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งเป็นองค์กรหลักในปี 2022 หลังจากเกิดเหตุการณ์อื้อฉาวเกี่ยวกับการประหารชีวิตบุคคล 25 รายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับให้ทหารเมียนมา
 

1.2 องค์กรใหม่: หลังถูกปลด เขาได้ก่อตั้ง กองทัพกอทูเล (KTLA) และในวันที่ 5 มกราคม 2026 เขาได้ประกาศจัดตั้ง "สาธารณรัฐกอทูเล" อย่างเป็นทางการ ณ ฐานที่มั่นใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมสถาปนาตนเองเป็น ประธานาธิบดี 
 

เปิดเบื้องหลัง? ทำไมกะเหรี่ยงประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล”
 

2. แรงจูงใจ: ทำไมต้องตอนนี้?
 

2.1 ความผิดหวังในระบบสหพันธรัฐ: KNU สายหลักพยายามผลักดันระบบ สหพันธรัฐประชาธิปไตย (Federal Democracy) ร่วมกับเมียนมามาโดยตลอด แต่กลุ่มของเนดา เมีย มองว่านั่นเป็น "ความฝันที่ล้มเหลว" และทางเดียวที่ชาวกะเหรี่ยงจะอยู่รอดได้คือต้องเป็น รัฐเอกราชอธิปไตย เท่านั้น
 

2.2 การล่มสลายของรัฐบาลทหารเมียนมา: คำประกาศระบุว่ากองทัพเมียนมา (SAC) สูญเสียการควบคุมประเทศไปแล้ว จึงเกิดสุญญากาศทางอำนาจที่ชาวกะเหรี่ยงต้องเข้าเติมเต็มเพื่อปกป้องดินแดนบรรพบุรุษ
 

2.3 ความเป็นเอกภาพ vs การแตกแยก: น่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อ "สร้างพื้นที่ข่าว" เพื่อดึงอำนาจต่อรองมาจาก KNU ในขณะที่ผู้สนับสนุนมองว่าเป็นการกลับไปสู่ "หลักการ 4 ข้อ" ของกะเหรี่ยง คือ ไม่ยอมจำนน, รับรองรัฐกะเหรี่ยง, ไม่วางอาวุธ และกำหนดชะตาชีวิตตนเอง
 

3. เส้นทางการเงินและข้อตกลงลับ
 

แม้จะไม่มีบันทึกทางการเงินที่ชัดเจน แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่หล่อเลี้ยงการเคลื่อนไหวนี้:
 

3.1 โครงสร้างพื้นฐานชายแดน: มีรายงานว่า KTLA พยายามเข้าควบคุมพื้นที่บางส่วนที่ ท่อส่งก๊าซ (ของ ปตท.สผ.) พาดผ่านจากเมียนมาเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรีของไทย การขู่ขัดขวางหรือเก็บภาษีจากท่อก๊าซนี้ถือเป็นเครื่องมือสร้างอิทธิพลทางการเมืองและการเงินที่สำคัญ
 

3.2 "ความเชื่อมโยงกับอิตาลี": หน่วยข่าวกรองและนักวิจัยระบุถึงความสัมพันธ์ระหว่างเนดา เมีย กับกลุ่ม Popoli Onlus ซึ่งเป็นองค์กรช่วยเหลือที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มขวาจัดในอิตาลี (CasaPound) ซึ่งเคยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและ "การสนับสนุนทางเทคนิค" แก่กลุ่มต่อต้านกะเหรี่ยงมาอย่างยาวนาน
 

3.3 พันธมิตรคะฉิ่น-กอทูเล: ในปี 2025 มีรายงานเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง KTLA และกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชของ คะฉิ่น บางส่วน เพื่อแบ่งปันทรัพยากรและสนับสนุนกันทางด้านการทูต
 

4. การสนับสนุนจากมหาอำนาจและภูมิรัฐศาสตร์
 

4.1 ประเทศไทย: รัฐบาลไทยอยู่ในสถานะที่ลำบาก แม้จะยอมรับอธิปไตยของเมียนมาอย่างเป็นทางการ แต่ไทยก็มีความสัมพันธ์ที่หยั่งรากลึกกับผู้นำกะเหรี่ยง คำประกาศนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ตรงข้ามกับ จังหวัดตาก
 

สิ่งที่ไทยกังวลที่สุดคือ คลื่นผู้อพยพมหาศาลหากกองทัพเมียนมา เปิดฉากโจมตีทางอากาศเพื่อตอบโต้
 

4.2 ตะวันตกและ UN: ไม่มีการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากมหาอำนาจ ชาติตะวันตกส่วนใหญ่ (สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, EU) ยังคงให้การรับรองรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ของเมียนมา และต้องการเห็นเมียนมาเป็นสหรัฐที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากกว่าการแตกเป็นรัฐอิสระย่อยๆ (ผู้เขียนจะขยายความเรื่องชาวกะเหรี่ยงโพ้นทะเลโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจเป็นตัวแปรที่น่าสนใจมาก ในบทความต่อไป)
 

4.3 จีน: โดยปกติจีนมองว่าการแตกแยกของกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนเป็นภัยคุกคามต่อโครงการ "สายแถบและเส้นทาง" (Belt and Road) ปักกิ่งน่าจะมองว่าการประกาศของเนดา เมีย เป็นปัจจัยที่สร้างความไร้เสถียรภาพและทำให้ความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาซับซ้อนขึ้น
 

5. ความขัดแย้งภายใน: การปฏิเสธจาก KNU ข้อสำคัญที่ต้องทราบคือ KNU (องค์กรปกครองหลักของกะเหรี่ยง) ได้ปฏิเสธคำประกาศนี้อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ "ไร้สาระ" และเป็นเพียงการสร้างกระแส พร้อมยืนยันว่าเนดา เมีย ไม่ได้เป็นตัวแทนของชาวกะเหรี่ยงหรือโครงสร้างการบริหารที่มีอยู่เดิมในเขตปกครองของกะเหรี่ยง 
 

เปิดเบื้องหลัง? ทำไมกะเหรี่ยงประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล”
 

“ชาวกะเหรี่ยงโพ้นทะเลในสหรัฐอเมริกา อาจมีส่วนร่วมในการประกาศเอกราชของ สาธารณรัฐกอทูเลหรือไม่ อย่างไร? ”
 

ขณะนี้ผู้เขียนยังไม่มีข้อมูลเชิงลึกเพียงพอที่จะแยกว่า กลุ่มที่ประกาศตั้งสาธารณรัฐใหม่นี้ได้รับการสนับสนุนจากชาวกะเหรี่ยงโพ้นทะเลในสหรัฐอเมริกาในสัดส่วนมากเพียงใด แต่ประเมินว่าคงมีบ้างส่วนหนึ่ง (และข้อมูลเชิงละเอียดกำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนข่าวกรองอยู่)
 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลโดยทั่วไปคือ
 

ชาวกะเหรี่ยงในสหรัฐฯ คือ "แนวหน้าทางทูตและการเงิน" ที่สำคัญที่สุดของขบวนการกู้ชาติกะเหรี่ยงทุกกลุ่ม
 

หากขาดพลังขับเคลื่อนจากในอเมริกา เสียงของชาวกะเหรี่ยงในเวทีโลกและการกดดันรัฐบาลทหารเมียนมา ผ่านมาตรการคว่ำบาตรจะลดประสิทธิภาพลงอย่างมาก
 

จากการประมาณการล่าสุดในปี 2026 พบว่า มีชาวกะเหรี่ยง (Karen) อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 215,000 คน โดยกระจายตัวอยู่ในหลายรัฐ เช่น นิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย และอินเดียนา แต่กลุ่มที่หนาแน่นที่สุดคือในรัฐ มินนิโซตา (โดยเฉพาะเมืองเซนต์พอล) ซึ่งถือเป็นชุมชนกะเหรี่ยงที่ใหญ่ที่สุดนอกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
 

เปิดเบื้องหลัง? ทำไมกะเหรี่ยงประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล”
 

อิทธิพลทางการเมืองของชาวกะเหรี่ยงในสหรัฐฯ ต่อมาตุภูมิ (เมียนมา) สรุปได้เป็นประเด็นสำคัญดังนี้:
 

1. พลังในการล็อบบี้และกำหนดนโยบายต่างประเทศ
 

ชาวกะเหรี่ยงในอเมริกาไม่ได้อยู่เฉย แต่มีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง เช่น องค์กรกะเหรี่ยงแห่งอเมริกา (Karen Organization of America - KOA) เพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง:
 

1.1 การเข้าหาคองเกรส: พวกเขาทำงานร่วมกับสมาชิกสภาคองเกรส (เช่น ส.ส. เบ็ตตี้ แมคคอลลัม จากมินนิโซตา) เพื่อผลักดันกฎหมายสำคัญ เช่น Burma Act เพื่อคว่ำบาตรรัฐบาลทหารเมียนมา และตัดท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจของกองทัพ
 

1.2 การเรียกร้องความช่วยเหลือ: ในปี 2025-2026 กลุ่มเยาวชนกะเหรี่ยงในอเมริกาได้เคลื่อนไหวคัดค้านการตัดงบประมาณช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยชี้ให้เห็นว่าความช่วยเหลือนี้เป็น "เกราะป้องกัน" ให้กับคนที่ยังอยู่ในพื้นที่ขัดแย้ง
 

2. การเป็นกระบอกเสียงระดับโลก (Global Advocacy)
 

2.1 การปฏิเสธการเลือกตั้งจอมปลอม: ล่าสุดเมื่อปลายปี 2025 กลุ่มกะเหรี่ยงโพ้นทะเล 25 กลุ่ม นำโดย KNU ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันประณามและไม่ยอมรับการเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารเมียนมาพยายามจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2026 โดยใช้ฐานเสียงในสหรัฐฯ สื่อสารไปยัง UN และรัฐบาลนานาชาติ
 

2.2 การเปิดโปงอาชญากรรมสงคราม: ชาวกะเหรี่ยงในสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมข้อมูลการโจมตีทางอากาศและหลักฐานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐกะเหรี่ยง เพื่อส่งต่อให้องค์กรระหว่างประเทศดำเนินการสอบสวน 
 

เปิดเบื้องหลัง? ทำไมกะเหรี่ยงประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล”
 

3. การสนับสนุนทางการเงินและทรัพยากร (Transnational Support)
 

ท่อน้ำเลี้ยงภาคประชาชน: แม้จะไม่มีการระบุตัวเลขชัดเจน แต่เงินบริจาคจากชุมชนกะเหรี่ยงในสหรัฐฯ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุข (เช่น คลินิกแม่ตาว) และการศึกษาในเขตอิทธิพลของกะเหรี่ยง (KNU/KNLA) ซึ่งช่วยให้การบริหารงานในรัฐกะเหรี่ยงยังคงดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางสงคราม 
 

เปิดเบื้องหลัง? ทำไมกะเหรี่ยงประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล”
 

4. การเปลี่ยนผ่านทางอุดมการณ์ 
 

จากเดิมที่เน้นเพียง "ชาตินิยมกะเหรี่ยง" (Ethno-nationalism) เพื่อเอกราชกอทูเล ชาวกะเหรี่ยงรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ เริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิดไปสู่ "ประชาธิปไตยแบบพหุวัฒนธรรม" มากขึ้น พวกเขาเชื่อมโยงกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในเมียนมาเข้าด้วยกันเพื่อต่อสู้กับเผด็จการทหารในภาพรวม ทำให้การต่อสู้ในมาตุภูมิมีความเป็นเอกภาพกับกลุ่มอื่นๆ (เช่น NUG หรือ PDF) มากขึ้น 
 

เปิดเบื้องหลัง? ทำไมกะเหรี่ยงประกาศสถาปนาเอกราช “สาธารณรัฐกอทูเล”